ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจเริ่มสังเกตเห็นว่าลูกรักเปลี่ยนไป จากเด็กที่เคยร่าเริงแจ่มใส กลับกลายเป็นคนเงียบขรึม เก็บตัว ขี้หงุดหงิดง่าย หรือบ่นว่าปวดท้องปวดหัวอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะเวลาต้องไปโรงเรียน หลายครอบครัวมักคิดว่าเป็นแค่พฤติกรรมตามวัยหรือการเรียกร้องความสนใจ แต่ในฐานะหมอที่ตรวจเด็กๆ มานาน อยากบอกว่านี่อาจไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะปัญหาด้านจิตใจอย่างภาวะความวิตกกังวลและซึมเศร้าในเด็กกำลังเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่เราคิด และซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มที่ฝืนทำในแต่ละวัน

ทำไมเด็กสมัยนี้ถึงเครียดและซึมเศร้าง่ายกว่าเดิม

โลกยุคนี้หมุนเร็วและเต็มไปด้วยความกดดันรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นความคาดหวังเรื่องการเรียน การยอมรับจากเพื่อน การถูกกลั่นแกล้งทั้งในโรงเรียนและโลกออนไลน์ หรือแม้แต่บรรยากาศตึงเครียดภายในครอบครัว สมองและจิตใจของเด็กยังเติบโตไม่เต็มที่พอที่จะรับมือกับมรสุมอารมณ์เหล่านี้ได้ทั้งหมด เมื่อความเครียดสะสมนานวันเข้าโดยไม่มีทางออก มันจึงกลายเป็นความวิตกกังวลเรื้อรัง และดิ่งลึกกลายเป็นโรคซึมเศร้าในที่สุดโดยที่เราไม่รู้ตัว

สัญญาณเตือนภัยแบบไหนที่ฟ้องว่าลูกกำลังแบกรับความทุกข์ไว้คนเดียว

เด็กๆ มักจะไม่เดินมาบอกเราตรงๆ ว่าหนูเครียดหรือหนูเป็นโรคซึมเศร้า แต่พวกเขาจะแสดงออกมาทางร่างกายและพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ต้องคอยสังเกตให้ดี

  • การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ที่ต่างไปจากเดิม: หงุดหงิดง่าย ร้องไห้ไม่มีสาเหตุ โกรธเกรี้ยว หรือดูหมดอาตายายกับชีวิต
  • อาการเจ็บป่วยทางกายที่หาโรคไม่เจอ: ปวดท้อง ปวดหัว คลื่นไส้บ่อยๆ โดยเฉพาะช่วงเช้าก่อนไปโรงเรียน ซึ่งตรวจทางการแพทย์แล้วไม่พบความผิดปกติทางกาย
  • พฤติกรรมเก็บตัวและถอยห่าง: เลิกเล่นกีฬาหรือกิจกรรมที่เคยชอบ ขังตัวเองอยู่ในห้อง ไม่อยากเจอใครแม้แต่เพื่อนสนิท
  • การเรียนและสมาธิแย่ลง: เหม่อลอย ทำงานที่เคยทำได้ง่ายไม่ได้ ผลการเรียนตกลงอย่างเห็นได้ชัด
  • พฤติกรรมการกินและนอนเปลี่ยนไป: นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก หรือนอนมากเกินไป เบื่ออาหารหรือกินจุผิดปกติ

เมื่อไหร่ที่เราควรพาเด็กไปพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น

หลายคนยังกลัวการพาchildไปหาหมอจิตเวชเพราะกลัวคำครวญหรือกลัวว่าลูกจะมีตราบาป แต่ความจริงแล้ว การพามาพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เปรียบเสมือนการรักษาแผลใจตั้งแต่ยังเป็นแผลสด หากปล่อยให้เรื้อรังจนเด็กมีความคิดทำร้ายตัวเอง หรือรู้สึกว่าโลกนี้ไม่มีค่า การเยียวยาจะยากและใช้เวลานานขึ้นมาก หากสังเกตเห็นว่าอาการเหล่านี้เป็นติดต่อกันนานเกินสองสัปดาห์และเริ่มกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน นั่นคือสัญญาณชัดเจนว่าควรพามาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

วิธีดูแลและเยียวยาจิตใจเด็กจากคนใกล้ชิด

การรักษาภาวะนี้ไม่ได้ใช้แค่ยา แต่หัวใจสำคัญที่สุดคือความเข้าใจจากคนในครอบครัว การสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่บ้านให้ลูกกล้าพูดคุยโดยไม่ต้องกลัวถูกตัดสินหรือถูกต่อว่า รับฟังด้วยความใส่ใจ ไม่เปรียบเทียบกับเด็กคนอื่น และที่สำคัญคือคุณพ่อคุณแม่ต้องใจเย็น เพราะแผลในใจเด็กต้องใช้เวลาและความรักความอบอุ่นในการสมานให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down