เวลาที่เราเดินเข้าโรงพยาบาลแล้วเห็นป้ายประกาศรับบริจาคโลหิต หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว หรือคิดว่าคงมีคนไปบริจาคเยอะพออยู่แล้ว แต่ในฐานะหมอที่ต้องยืนอยู่หน้าห้องผ่าตัดและเห็นสถานการณ์จริงหน้างาน ผมบอกได้เลยครับว่า สต็อกเลือดสำรองในระบบสาธารณสุขของบ้านเรามีความเปราะบางมากกว่าที่เราคิด โดยเฉพาะเวลาเกิดอุบัติเหตุหมู่ ภัยพิบัติ หรือวิกฤตการณ์ระดับชาติที่ต้องใช้เลือดปริมาณมหาศาลในเวลาอันรวดเร็ว
วิกฤตเลือดขาดแคลน: เรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเลือดถึงขาดแคลนได้ตลอดเวลา ทั้งที่มีคนใจบุญไปบริจาคกันทุกวัน ความจริงก็คือ เลือดเป็นผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่มีวันหมดอายุครับ เกล็ดเลือดเก็บได้เพียง 5 วัน ส่วนเม็ดเลือดแดงเก็บได้ประมาณ 35-42 วันเท่านั้น แปลว่าเราไม่สามารถสต็อกเลือดเก็บไว้รอเป็นปีๆ ได้ ระบบสำรองเลือดจึงต้องอาศัยการหมุนเวียนและการเติมเข้ามาใหม่อย่างสม่ำเสมอทุกวัน
เมื่อไหร่ก็ตามที่มีอุบัติเหตุใหญ่ มีโรคอุบัติใหม่ระบาด หรือช่วงเทศกาลที่มีคนเดินทางกันเยอะๆ ความต้องการใช้เลือดจะพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดทันที ในขณะที่ยอดผู้บริจาคเท่าเดิมหรือลดลง นี่คือจุดที่ทำให้เกิดภาวะวิกฤตที่โรงพยาบาลหลายแห่งต้องเลื่อนการผ่าตัดใหญ่ที่ยังไม่ฉุกเฉินออกไปก่อน เพื่อเก็บเลือดไว้ให้เคสที่จำเป็นจริงๆ เช่น คนไข้เสียเลือดจากอุบัติเหตุ หรือหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะตกเลือดหลังคลอด
การมีส่วนร่วมในระบบสำรองเลือดเพื่อภาวะวิกฤตของชาติด้านสาธารณสุข เริ่มต้นอย่างไร
การสร้างความมั่นคงทางด้านเลือดให้กับประเทศ ไม่ใช่หน้าที่ของสภากาชาดไทยหรือโรงพยาบาลฝ่ายเดียว แต่เป็นเรื่องของพวกเราทุกคนในฐานะพลเมือง เมื่อพูดถึงการมีส่วนร่วมในระบบสำรองเลือดเพื่อภาวะวิกฤตของชาติด้านสาธารณสุข มันไม่ได้หมายถึงแค่การเดินไปนอนเตียงบริจาคเลือดในวันที่นึกอยากทำบุญเท่านั้น แต่หมายถึงการสร้างวินัยในการบริจาคเลือดอย่างสม่ำเสมอทุก 3 เดือน เพื่อให้คลังเลือดของประเทศมีตัวเลขที่นิ่งและปลอดภัยตลอดเวลา
เงื่อนไขง่ายๆ ที่เราเตรียมตัวก่อนไปช่วยชีวิตคน
ก่อนที่เราจะลุกขึ้นมามีส่วนร่วมในระบบนี้ ร่างกายของเราต้องมีความพร้อมในระดับหนึ่งเพื่อให้เลือดที่ให้ไปมีคุณภาพดีที่สุดและปลอดภัยกับตัวผู้ป่วยเอง
- พักผ่อนให้เพียงพอ: นอนหลับอย่างน้อย 6 ชั่วโมงขึ้นไปในคืนก่อนวันบริจาค
- สุขภาพร่างกายแข็งแรง: ไม่มีไข้ ไม่เป็นหวัด หรืออยู่ระหว่างทานยาปฏิชีวนะ
- ดื่มน้ำมากๆ: การดื่มน้ำเปล่า 500 ซีซี ก่อนบริจาคช่วยลดอาการหน้ามืดวิงเวียนหลังบริจาคได้ดีมาก
- หลีกเลี่ยงอาหารมันจัด: ในมื้ออาหารก่อนมาบริจาค ควรงดอาหารที่มีไขมันสูง เพราะจะทำให้พลาสมาขุ่นขาวและนำไปใช้ต่อยาก
เมื่อยามฉุกเฉินมาถึง: พลังของเครือข่ายจิตอาสาบริจาคเลือด
ในยามที่เกิดภาวะวิกฤตระดับชาติ เช่น ภัยพิบัติครั้งใหญ่ หรือเหตุการณ์ที่ต้องใช้เลือดกรุ๊ปหายากจำนวนมาก ระบบกระจายข่าวสารและการระดมพลคือหัวใจสำคัญ โรงพยาบาลจะเริ่มส่งสัญญาณเตือนภัยเพื่อให้เครือข่ายผู้บริจาคเลือดสำรองเข้ามาช่วยเหลือ
ตรงนี้แหละที่การลงทะเบียนเป็นผู้บริจาคประจำหรือการอยู่ในฐานข้อมูลของศูนย์บริการโลหิตมีความสำคัญมาก เพราะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ระบบจะสามารถส่งข้อความแจ้งเตือนไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เรากลายเป็นกำลังสำคัญในการพยุงระบบสาธารณสุขของประเทศให้รอดพ้นจากวิกฤตขาดแคลนเลือดได้ทันท่วงที
เปลี่ยนมุมมอง: การบริจาคเลือดคือการดูแลความมั่นคงของชาติ
เรามักจะมองว่าความมั่นคงของชาติคือเรื่องของกองทัพหรือเศรษฐกิจ แต่ในมุมมองของหมอแล้ว ความมั่นคงทางสาธารณสุข โดยเฉพาะระบบสำรองเลือด คืออีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ชี้วัดว่าประเทศเรามีความพร้อมรับมือกับวิกฤตแค่ไหน หากวันหนึ่งตัวเราเองหรือคนในครอบครัวเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา สิ่งแรกที่เราคาดหวังไม่ใช่เทคโนโลยีราคาแพง แต่คือถุงเลือดที่วางอยู่บนเสาน้ำเกลือข้างเตียงผู้ป่วย
ดังนั้น การสละเวลาเพียงเล็กน้อยทุกๆ 3 เดือน หรือการพร้อมใจกันเดินเข้าหน่วยรับบริจาคเลือดเมื่อยามที่ชาติต้องการ จึงเป็นการทำหน้าที่พลเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่ง โดยไม่ต้องจับอาวุธ แต่เป็นการส่งต่อลมหายใจและชีวิตให้กับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันครับ