ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เรื่องที่คุ้นเคยในห้องตรวจ: เมื่อคนใกล้ตัวเริ่มเปลี่ยนไป

เวลาที่เปิดประตูห้องตรวจแล้วเจอคนไข้หรือญาติที่เดินเข้ามาด้วยสีหน้ากังวล มักจะมีประโยคหนึ่งที่หมอได้ยินบ่อยมากคือ ช่วงนี้เขาเปลี่ยนไป, หงุดหงิดง่ายกว่าเดิม หรือบางทีก็ซึมเศร้าเก็บตัวจนไม่ยอมคุยกับใคร อาการเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องของนิสัยส่วนตัวที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่มันคือสัญญาณเตือนจากร่างกายและจิตใจที่กำลังบอกว่า เรากำลังเผชิญกับปัญหาความผิดปกติทางพฤติกรรมและอารมณ์อยู่

เข้าใจรากเหง้า: ทำไมอารมณ์และพฤติกรรมถึงเหวี่ยงหลุดจากกรอบเดิม?

ในมุมมองทางการแพทย์ สมองของเราเปรียบเสมือนศูนย์กลางควบคุมระบบไฟฟิกขนาดใหญ่ที่มีสารสื่อประสาทเป็นตัวส่งสัญญาณ เมื่อไหร่ก็ตามที่สารสื่อประสาทเหล่านี้เกิดความไม่สมดุล ไม่ว่าจะมาจากความเครียดสะสม การนอนไม่พอ ปัญหาชีวิต หรือแม้แต่ความเปลี่ยนแปลงทางเคมีในสมอง ก็จะเริ่มส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิธีที่เราตอบสนองต่อสิ่งรอบตัว

คนไข้หลายคนมักคิดว่าตัวเองแค่คิดมากไปเอง หรือพยายามอดทนฮีลตัวเองด้วยการพักผ่อน แต่พอเวลาผ่านไป ความรู้สึกเหล่านั้นกลับกลายเป็นก้อนความเครียดที่ใหญ่ขึ้น จนแสดงออกมาเป็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เช่น:

  • นอนไม่หลับหรือนอนมากเกินไป
  • ความอยากอาหารเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
  • ฉุนเฉียวง่ายกับเรื่องเล็กน้อยที่ไม่น่าโมโห
  • รู้สึกสิ้นหวังและหมดพลังในการใช้ชีวิตประจำวัน

ความต่างที่ต้องรู้: ระหว่างอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ กับความผิดปกติที่ต้องดูแล

บางครั้งเราก็แค่อารมณ์ไม่ดีเพราะรถติดหรือเหนื่อยจากการทำงาน ซึ่งอาการแบบนี้มักจะหายไปเองเมื่อได้พัก แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่อารมณ์ดิ่งลงเหวหรือพฤติกรรมความก้าวร้าว ความวิตกกังวลนั้นอยู่ยาวนานเกินสองสัปดาห์ จนเริ่มรบกวนการทำงาน การเรียน และความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง นั่นแปลว่ามันก้าวข้ามผ่านคำว่าอารมณ์ปกติไปแล้ว และนี่คือจุดที่หมออยากชวนให้หันมาใส่ใจอย่างจริงจัง

ทางออกและการดูแลตัวเองเบื้องต้นก่อนไปพบแพทย์

การจัดการกับเรื่องอารมณ์ไม่ใช่เรื่องของการบังคับให้ตัวเองเลิกเศร้าหรือเลิกโกรธ แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะยอมรับและหาจุดสมดุลใหม่ให้ชีวิต การเริ่มต้นดูแลตัวเองเบื้องต้นทำได้ไม่ยากผ่านแนวทางเหล่านี้:

  • พูดคุยระบายความรู้สึกกับคนที่ไว้ใจ อย่าเก็บไว้คนเดียว
  • จัดเวลาให้กับการนอนหลับพักผ่อนที่มีคุณภาพ
  • ขยับร่างกายเบื้องต้น เช่น การเดินเล่นรับลม เพื่อช่วยหลั่งสารแห่งความสุข
  • ลดการเสพข่าวสารหรือเรื่องราวลบๆ บนโลกโซเชียลลงบ้าง

เมื่อไหร่ที่ควรพาตัวเองมาปรึกษาแพทย์อย่างจริงจัง?

ถ้าลองปรับวิถีชีวิตแล้ว อาการใจสั่น วิตกกังวล หรือความรู้สึกดิ่งมืดมนยังคงอยู่ หรือหนักข้อขึ้นถึงขั้นมีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง การเดินเข้ามาหาหมอเพื่อพูดคุยไม่ใช่เรื่องน่าอายเลยแม้แต่น้อย การรักษาอาจเริ่มต้นด้วยการพูดคุยบำบัดจิตใจ หรือในบางกรณีที่สารเคมีในสมองเสียสมดุลมากๆ การใช้ยาปรับสารสื่อประสาทในปริมาณที่เหมาะสมภายใต้การดูแลของแพทย์ ก็จะช่วยดึงให้ชีวิตกลับมาเข้าที่เข้าทางและมีความสุขได้อีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down