ในฐานะหมอเด็ก ยอมรับเลยว่าเรื่องที่น่ากังวลใจที่สุดเวลาคุณพ่อคุณแม่พาเจ้าตัวเล็กมาหาที่ห้องตรวจ มักจะเป็นเรื่องอาการแพ้ต่างๆ โดยเฉพาะการแพ้อาหารหรือแพ้ยา ยิ่งถ้าเป็นทารกด้วยแล้ว ความน่ากลัวคือเขาบอกเราไม่ได้ว่ารู้สึกแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก หรือเวียนหัวอย่างไร ลูกทำได้แค่ร้องไห้งอแง แปลกไปจากเดิม หรือซึมลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งบางครั้งอาการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่ผื่นแพ้ธรรมดา แต่มันคือสัญญาณเตือนของภาวะอันตรายที่เรียกว่า อาการแพ้รุนแรงเฉียบพลันหรือภาวะอนาฟิแล็กซิสในทารก ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้ทันและรับมือให้เป็น
ภาวะอนาฟิแล็กซิสในทารกคืออะไร และทำไมถึงอันตรายถึงชีวิต
พูดให้เข้าใจง่ายที่สุด ภาวะนี้คือปฏิกิริยาภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นแบบสายฟ้าแลบ ทันทีที่ร่างกายของทารกไปสัมผัสกับสิ่งที่แพ้ เช่น โปรตีนในนมวัว ไข่ ถั่ว หรือแม้แต่การแพ้ยาบางชนิด ระบบภูมิคุ้มกันของลูกจะเกิดอาการเข้าใจผิดคิดว่าสิ่งนั้นเป็นผู้ร้ายตัวฉกาจ จึงปล่อยสารเคมีออกมาจำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว สารเหล่านี้ไม่ได้ทำให้แค่คันหรือมีผื่นขึ้นตามตัว แต่ไปออกฤทธิ์พร้อมกันหลายระบบในร่างกาย ทั้งหลอดลมตีบ ความดันโลหิตตก และบวมตามอวัยวะต่างๆ ซึ่งเกิดขึ้นเร็วมากภายในไม่กี่นาทีหลังสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องพาไปโรงพยาบาลทันที
สัญญาณเตือนภัยที่ฟ้องว่าลูกกำลังแพ้อย่างรุนแรง
เพราะเด็กเล็กพูดไม่ได้ เราในฐานะคนใกล้ชิดจึงต้องสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นให้ไวที่สุด โดยอาการมักจะแสดงออกมากกว่าหนึ่งระบบพร้อมๆ กัน ดังนี้ครับ
- อาการทางผิวหนัง: มีผื่นลมพิษขึ้นกระจายทั่วตัว หน้าบวม ตาบวม ริมฝีปากบวม หรือผิวหนังกลายเป็นสีแดงจัด
- อาการทางระบบทางเดินหายใจ: ลูกหายใจมีเสียงหวีด หายใจลำบาก หายใจเร็วผิดปกติ หรือในเด็กเล็กอาจสังเกตเห็นซี่โครงยุบเวลาหายใจ และมีอาการไอหรือจามติดต่อกัน
- อาการทางระบบทางเดินอาหาร: อาเจียนพุ่งอย่างแรงหลังจากกินอาหารชนิดนั้น หรือถ่ายเหลวผิดปกติ
- อาการทางระบบไหลเวียนโลหิต: ลูกดูตัวซีด เซียว เหงื่อแตกพลั่ก ชีพจรเต้นเร็วและเบา หรือซึมลงอย่างรวดเร็ว หมดสติ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าความดันโลหิตกำลังตกต่ำอันตราย
สาเหตุตัวการที่มักซ่อนอยู่ใกล้ตัวลูกน้อย
สำหรับในวัยทารกและเด็กเล็ก สาเหตุส่วนใหญ่กว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์มักมาจากอาหารที่เราป้อนให้เขานั่นเองครับ โดยเฉพาะอาหารกลุ่มเสี่ยงที่เพิ่งเริ่มให้ลูกลองกินเป็นครั้งแรก เช่น นมวัวและผลิตภัณฑ์จากนม ไข่ขาว ถั่วลิสง ถั่วเหลือง แป้งสาลี หรืออาหารทะเล นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการแพ้ยาบางชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะ หรือแม้แต่การถูกแมลงสัตว์กัดต่อย ซึ่งพบได้น้อยกว่าในวัยทารกแต่ก็ประมาทไม่ได้เช่นกัน
วิธีรับมือเบื้องต้นเมื่อลูกเกิดอาการแพ้เฉียบพลัน
เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นว่าลูกมีอาการเข้าข่ายภาวะอนาฟิแล็กซิส สิ่งที่ต้องทำทันทีมีขั้นตอนดังนี้ครับ
- หยุดสิ่งที่สงสัยทันที: หากกำลังป้อนอาหารหรือให้กินยาตัวนั้นอยู่ ให้หยุดทันที ห้ามป้อนซ้ำเด็ดขาด
- ตั้งสติและประเมินสถานการณ์: ดูว่าลูกหายใจได้เองไหม ยังรู้สึกตัวดีอยู่หรือเปล่า
- เตรียมนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด: อย่ารอชอรีดูอาการอยู่ที่บ้านเด็ดขาด เพราะอาการสามารถทรุดหนักลงได้ภายในไม่กี่นาที การไปถึงมือแพทย์เร็วที่สุดคือทางรอดที่ปลอดภัยที่สุด
- การใช้ยาอะดรีนาลีน (Epinephrine Auto-injector): สำหรับเด็กที่มีประวัติแพ้รุนแรง แพทย์มักจะจ่ายปากกาฉีดยานี้ติดตัวไว้ หากคุณพ่อคุณแม่ได้รับการฝึกวิธีใช้มาแล้ว ให้รีบฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อต้นขาด้านนอกทันทีตามคำแนะนำของแพทย์
วิธีป้องกันเพื่อความปลอดภัยระยะยาว
การป้องกันที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงสิ่งที่ลูกแพ้ครับ เมื่อทราบแน่ชัดแล้วว่าลูกแพ้อะไร ต้องอ่านฉลากอาหารทุกครั้งก่อนซื้ออย่างละเอียด ฝึกเป็นนักสอดส่องส่วนผสมในอาหาร นอกจากนี้สำหรับคุณแม่ที่ให้นมบุตร หากลูกมีอาการแพ้รุนแรงจากนมวัว คุณแม่อาจจะต้องงดทานผลิตภัณฑ์จากนมวัวด้วยเช่นกันหากสารนั้นผ่านทางน้ำนมแล้วลูกแสดงอาการ และที่สำคัญควรปรึกษากุมารแพทย์ด้านภูมิแพ้เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด พร้อมทั้งวางแผนการรับมือฉุกเฉินร่วมกับคุณหมอให้พร้อมเสมอ