ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลองก้มมองหน้าท้องของตัวเองในตอนนี้ดูสักนิด หลายคนอาจจะคิดว่าพุงกลมๆ ที่ยื่นออกมาเป็นแค่สัญญาณของความอุดมสมบูรณ์ หรือเป็นเรื่องธรรมดาเมื่ออายุมากขึ้น แต่ในทางการแพทย์แล้ว ไขมันที่สะสมอยู่บริเวณหน้าท้องนี้กำลังส่งสัญญาณเตือนภัยที่น่ากลัวกว่าที่คิด และนั่นคือจุดเริ่มต้นของภาวะที่เรียกว่า โรคอ้วนลงพุง

แบบไหนที่เรียกว่าเข้าข่าย "โรคอ้วนลงพุง" ลองมาเช็กสัญญาณเตือนกันหน่อย

หลายคนเข้าใจว่าถ้าน้ำหนักตัวไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานก็คงไม่เป็นโรคนี้ แต่ในความเป็นจริง คนที่ดูผอมแต่มีพุง หรือที่เรียกกันว่า Skinny Fat ก็สามารถเป็นโรคอ้วนลงพุงได้เช่นกัน ในทางการแพทย์มีเกณฑ์ง่ายๆ ที่สามารถใช้ประเมินตัวเองในเบื้องต้นได้ดังนี้

  • วัดรอบเอวผ่านสะดือ: สำหรับคนเอเชีย หากเป็นผู้ชายรอบเอวไม่ควรเกิน 90 เซนติเมตร (ประมาณ 36 นิ้ว) ส่วนผู้หญิงรอบเอวไม่ควรเกิน 80 เซนติเมตร (ประมาณ 32 นิ้ว)
  • มีปัจจัยเสี่ยงร่วมด้วยอย่างน้อย 2 ใน 4 ข้อนี้:
    • ความดันโลหิตสูงตั้งแต่ 130/85 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป หรือกำลังกินยาลดความดันโลหิต
    • ระดับน้ำตาลในเลือดหลังงดอาหารสูงกว่า 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
    • ระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงกว่า 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
    • ระดับไขมันดีหรือ HDL ต่ำกว่าเกณฑ์ โดยผู้ชายน้อยกว่า 40 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร และผู้หญิงน้อยกว่า 50 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร

ทำไมไขมันที่พุง ถึงน่ากลัวกว่าไขมันที่สะสมตามต้นแขนหรือสะโพก?

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ไขมันในร่างกายของเราแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักๆ คือ ไขมันใต้ผิวหนังที่เอามือหยิบจับจับขึ้นมาได้ กับไขมันในช่องท้อง ซึ่งเจ้าไขมันในช่องท้องนี่เองที่เป็นตัวการสำคัญของโรคอ้วนลงพุง

ไขมันในช่องท้องไม่ได้อยู่เฉยๆ เหมือนไขมันส่วนอื่น แต่มันจะเกาะอยู่รอบอวัยวะภายใน เช่น ตับ ตับอ่อน และลำไส้ ไขมันเหล่านี้สามารถหลั่งสารเคมีที่ก่อให้เกิดการอักเสบเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง ส่งผลให้ร่างกายเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นจนกลายเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 นอกจากนี้ยังส่งผลให้หลอดเลือดแข็งตัวและตีบตัน นำไปสู่ความเสี่ยงของโรคหัวใจขาดเลือดและโรคหลอดเลือดสมองในที่สุด

ต้นตอที่แท้จริง: อะไรคือสาเหตุที่ทำให้พุงของเราขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ?

การที่พุงยื่นออกมาไม่ได้เกิดจากการกินเยอะเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันหลายอย่างที่ส่งเสริมกันโดยไม่รู้ตัว

การกินคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวและน้ำตาลมากเกินไป

แป้งขัดสี ขนมปังขาว ชานมไข่มุก น้ำอัดลม และขนมหวาน อาหารเหล่านี้จะถูกย่อยและดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว ทำให้ร่างกายหลั่งอินซูลินออกมาจำนวนมากเพื่อจัดการกับน้ำตาล และน้ำตาลส่วนเกินเหล่านี้จะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันไปสะสมที่บริเวณหน้าท้องทันที

ความเครียดสะสมและการนอนหลับที่ไม่เพียงพอ

เมื่อร่างกายเผชิญกับความเครียดหรือนอนน้อย ฮอร์โมนคอร์ติซอลจะถูกหลั่งออกมามากขึ้น ฮอร์โมนตัวนี้จะกระตุ้นให้ร่างกายสะสมไขมันไว้ที่หน้าท้องเพื่อสำรองพลังงาน และยังส่งสัญญาณให้รู้สึกอยากกินของหวานและอาหารมันๆ มากขึ้นด้วย

พฤติกรรมเนือยนิ่ง

การนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานหลายชั่วโมงโดยไม่ลุกขยับตัว ทำให้อัตราการเผาผลาญพลังงานของร่างกายลดลงอย่างมาก พลังงานส่วนเกินจึงสะสมในรูปแบบของไขมันในช่องท้องได้ง่ายขึ้น

แผนการรับมือ: วิธีกู้คืนรอบเอวและลดพุงอย่างปลอดภัยและยั่งยืน

การลดพุงที่ถูกต้องไม่ใช่การอดอาหารอย่างบ้าคลั่ง เพราะการทำแบบนั้นจะยิ่งทำให้ระบบเผาผลาญพังและเกิดโยโย่เอฟเฟกต์ในภายหลัง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้าใจธรรมชาติของร่างกายคือแนวทางที่เห็นผลที่สุด

เลือกกินอาหารที่เน้นโปรตีนและใยอาหารสูง

การลดปริมาณแป้งและน้ำตาลลง แล้วทดแทนด้วยโปรตีนจากเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ เต้าหู้ และปลา ร่วมกับการกินผักใบเขียวให้มากขึ้น จะช่วยให้อิ่มท้องได้นาน ลดอาการอยากอาหารระหว่างวัน และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้พุ่งสูง

ออกกำลังกายแบบผสมผสาน

การซิทอัพเพียงอย่างเดียวไม่สามารถลดไขมันเฉพาะจุดที่พุงได้ ควรเน้นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น การเดินเร็ว วิ่งเหยาะๆ หรือปั่นจักรยาน เพื่อเร่งการเผาผลาญไขมันสะสม ควบคู่ไปกับการทำเวทเทรนนิ่งเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งเปรียบเสมือนเตาเผาพลังงานชั้นดีของร่างกาย

จัดระเบียบการนอนหลับให้มีคุณภาพ

ควรเข้านอนให้เป็นเวลาและนอนหลับให้สนิทอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน เพื่อให้ร่างกายหลั่งโกรทฮอร์โมนออกมาซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและปรับสมดุลระบบเผาผลาญให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

ปรับพฤติกรรมวันละนิด เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นและห่างไกลโรคร้าย

การจัดการกับโรคอ้วนลงพุงไม่ใช่เรื่องของการลดน้ำหนักเพื่อความสวยงามภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่คือการดูแลปกป้องอวัยวะภายในร่างกายไม่ให้ทำงานหนักจนเกินไป การเริ่มต้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทีละเล็กทีละน้อยในแต่ละวัน เช่น ลดน้ำหวานลงครึ่งหนึ่ง ลุกขึ้นเดินขยับร่างกายทุกชั่วโมง หรือนอนเร็วขึ้นอีกนิด เมื่อทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ รอบเอวจะค่อยๆ ลดลงอย่างเป็นธรรมชาติ และที่สำคัญที่สุดคือการได้สุขภาพที่ดีและแข็งแรงกลับคืนมาในระยะยาว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down