ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมเวลาป่วยไข้ถึงรู้สึกเพลียจนลุกไม่ขึ้น

หลายคนคงเคยมีประสบการณ์เดียวกัน เวลาเป็นไข้หวัดหรือมีการอักเสบเฉียบพลันในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่ หรือติดเชื้ออื่นๆ นอกจากจะมีไข้แล้ว สิ่งที่ตามมาคืออาการเพลียแบบหมดแรง ทำอะไรก็ไม่ไหว อยากจะแต่นอนพัก หลายคนกังวลว่าทำไมร่างกายถึงแสดงอาการอ่อนเพลียจากการเจ็บป่วยเฉียบพลันได้รุนแรงขนาดนี้ ซึ่งจริงๆ แล้วมันเป็นกลไกการป้องกันตัวที่ธรรมชาติสร้างมาให้ร่างกายพักเพื่อฟื้นฟูตัวเองครับ

กลไกเบื้องหลังที่ทำให้ร่างกายรู้สึกเหมือนแบตหมด

เวลาที่ร่างกายได้รับเชื้อโรค หรือเกิดกระบวนการอักเสบ ระบบภูมิคุ้มกันจะทำงานหนักมาก ร่างกายจะหลั่งสารที่เรียกว่า ไซโตไกน์ (Cytokines) ออกมาเพื่อต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอม สารพวกนี้แหละครับที่เป็นตัวการสำคัญที่ส่งสัญญาณไปบอกสมองว่าให้เราลดกิจกรรมลง ให้พักผ่อน เพื่อเอาพลังงานทั้งหมดไปใช้ในการกำจัดเชื้อโรค หากเราพยายามฝืนร่างกายในตอนนั้น เราก็จะยิ่งรู้สึกเหนื่อยล้าสะสม เพราะพลังงานหลักถูกดึงไปใช้ในระบบภูมิคุ้มกันจนหมด

สัญญาณเตือนที่บอกว่าเราควรหยุดพักจริงๆ

เมื่ออาการอ่อนเพลียจากการเจ็บป่วยเฉียบพลันเริ่มแสดงออกมา ร่างกายมักจะส่งสัญญาณเตือนหลายอย่างพร้อมกัน เช่น

  • รู้สึกไม่อยากขยับตัว หรือรู้สึกว่ากล้ามเนื้อหนักไปหมด
  • มีอาการง่วงซึมตลอดเวลา แม้จะนอนไปนานแล้วก็ยังไม่สดชื่น
  • เบื่ออาหาร เพราะร่างกายให้ความสำคัญกับการซ่อมแซมส่วนอื่นมากกว่าการย่อยอาหาร
  • รู้สึกปวดเมื่อยตามตัวคล้ายกับไข้กำลังจะขึ้น

วิธีช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้นเมื่อมีอาการเพลีย

การจัดการกับอาการเพลียที่ดีที่สุดไม่ใช่การกินยาบำรุง แต่คือการให้โอกาสร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองอย่างเต็มที่

  • การนอนหลับที่มีคุณภาพ: เมื่อเพลียต้องนอน การนอนคือวิธีที่ดีที่สุดในการลดระดับไซโตไกน์ที่ทำให้อักเสบและอ่อนเพลีย
  • การจิบน้ำบ่อยๆ: อาการเพลียจากการเจ็บป่วยมักมาคู่กับภาวะขาดน้ำเล็กน้อย การจิบน้ำสะอาดจะช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีขึ้น
  • กินอาหารอ่อนย่อยง่าย: ไม่จำเป็นต้องกินมื้อใหญ่ แต่เน้นอาหารที่ให้พลังงานและย่อยง่ายเพื่อไม่ให้ร่างกายต้องทำงานหนักเกินไป

อาการแบบไหนที่ถือว่าเพลียผิดปกติและควรพบแพทย์

แม้ว่าอาการเพลียจะเป็นเรื่องปกติของการป่วย แต่ก็มีบางกรณีที่ต้องระวัง หากมีอาการดังต่อไปนี้ไม่ควรนิ่งนอนใจ

  • เพลียมากจนซึมลง หรือสับสน พูดจาไม่รู้เรื่อง
  • มีไข้สูงติดต่อกันหลายวันโดยไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น
  • ดื่มน้ำหรือกินอาหารไม่ได้เลย จนเริ่มมีภาวะขาดน้ำ ปากแห้ง หรือปัสสาวะน้อยลง
  • มีอาการหอบเหนื่อย หรือหายใจลำบากร่วมด้วย

การเข้าใจกลไกของร่างกายจะช่วยให้เราไม่กังวลจนเกินไปเมื่อเจ็บป่วย อาการอ่อนเพลียจากการเจ็บป่วยเฉียบพลันเป็นเพียงช่วงหนึ่งที่ร่างกายขอให้เราพัก หากปฏิบัติตามคำแนะนำและเฝ้าระวังสัญญาณอันตรายได้ทันท่วงที ร่างกายก็จะกลับมาแข็งแรงได้ในเวลาไม่นานครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down