ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

แสงสีฟ้าและเสียงแจ้งเตือนที่รบกวนโลกใบเล็กของลูก

หลายครั้งที่คุณแม่กำลังให้นมลูก หรือคุณพ่อกำลังอุ้มกล่อมเจ้าตัวเล็กอยู่ มืออีกข้างก็อดไม่ได้ที่จะเลื่อนหน้าจอมือถือเพื่อเช็กข่าวสารหรือตอบแชท ภาพนี้ดูเป็นเรื่องปกติในยุคดิจิทัล แต่ในมุมมองของกุมารแพทย์ นี่คือพฤติกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของทารกได้มากกว่าที่คิด เพราะสำหรับเด็กวัยนี้ ทุกนาทีคือการเรียนรู้ และสายตาที่พ่อแม่มองไปที่หน้าจอ แทนที่จะมองสบตากับลูก คือการตัดโอกาสในการเชื่อมโยงทางอารมณ์ที่สำคัญที่สุดไป

ความจำเป็นในการจำกัดเวลาใช้งานอุปกรณ์สื่อสารเพื่อลูกน้อย

ความจำเป็นในการจำกัดเวลาใช้งาน ไม่ใช่แค่เรื่องของการกลัวลูกติดจอ แต่เป็นเรื่องของการสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางความรู้สึก ช่วงขวบปีแรกสมองของทารกเติบโตอย่างรวดเร็วมาก การที่พ่อแม่จดจ่ออยู่กับหน้าจอทำให้ปฏิกิริยาตอบสนองต่อลูกช้าลง ซึ่งในทางการแพทย์เราเรียกว่าการขาดการสื่อสารแบบตอบโต้ เมื่อลูกยิ้มให้หรือทำเสียงอ้อแอ้ใส่แล้วไม่ได้รับการตอบกลับ หรือได้รับการตอบกลับแบบขอไปทีเพราะพ่อแม่กำลังอ่านคอมเมนต์ในเฟซบุ๊ก ลูกจะเกิดความสับสนและลดความพยายามในการสื่อสารลงในที่สุด

ผลกระทบระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นกับเจ้าตัวเล็ก

หากปล่อยให้พฤติกรรมการเล่นมือถือเป็นเรื่องปกติในพื้นที่ที่มีทารกอยู่ อาจนำไปสู่ปัญหาเหล่านี้ได้:

  • พัฒนาการด้านภาษาล่าช้า เพราะเด็กเรียนรู้จากการฟังและเห็นปากของพ่อแม่พูดคุยด้วย ไม่ใช่จากการฟังเสียงจากลำโพงมือถือ
  • เด็กขาดความมั่นใจในความสัมพันธ์ พ่อแม่ที่วอกแวกบ่อยๆ จะทำให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความสนใจเพียงพอ
  • การจดจ่อสมาธิสั้นลง เพราะบรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยเสียงแจ้งเตือนและแสงวูบวาบจากหน้าจอที่ดึงดูดสายตาเด็กตลอดเวลา

วิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่ายๆ ให้ชีวิตครอบครัวคุณภาพขึ้น

การจะเลิกเล่นมือถือไปเลยคงเป็นเรื่องยากในชีวิตจริง แต่เราสามารถสร้างกฎกติกาเพื่อลดความเสี่ยงได้โดยเริ่มจากสิ่งเหล่านี้:

  • กำหนดพื้นที่ปลอดมือถือ: เช่น บนเตียงนอน หรือมุมให้นมลูก ให้เป็นพื้นที่ที่มือถือจะถูกวางไว้นอกระยะสายตาเสมอ
  • สร้างช่วงเวลาทอง: เลือกช่วงเวลาในแต่ละวันอย่างน้อย 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ที่จะวางอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิดลง เพื่อเล่นกับลูกแบบเต็มร้อย
  • ปิดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น: ลดสิ่งเร้าที่จะทำให้เราต้องหยิบมือถือขึ้นมาดูโดยไม่มีเหตุผล

เปลี่ยนการจ้องหน้าจอ มาเป็นการจ้องตากันและกัน

ในฐานะหมอ อยากบอกว่าไม่มีเทคโนโลยีไหนล้ำค่าไปกว่าสายตาและการสัมผัสของพ่อแม่ ช่วงเวลาที่ลูกยังเป็นทารกผ่านไปเร็วมาก ลองเปลี่ยนการก้มหน้ามองหน้าจอ มาเป็นการสังเกตแววตาและการแสดงออกของลูกดูบ้าง แล้วจะพบว่าโลกใบเล็กของลูกมีสิ่งที่น่าสนใจและน่าประทับใจมากกว่าข้อมูลในโลกออนไลน์หลายเท่าตัวครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down