เวลาไปตรวจสุขภาพ ทำไมคุณหมอถึงวัดความดันและคลำชีพจรที่เท้าพร้อมกัน?
หลายคนเวลาเดินเข้าห้องตรวจสุขภาพ มักคุ้นเคยกับการถูกพันแขนด้วยผ้าพันวัดความดัน แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าการประเมินระดับความดันโลหิตและการไหลเวียนโลหิตส่วนปลายนั้น เป็นชุดตรวจพื้นฐานที่บอกเรื่องราวของระบบหลอดเลือดทั่วร่างกายได้ลึกซึ้งกว่าที่คิด เวลาที่หมอตรวจร่างกาย ไม่ได้มองแค่ตัวเลขความดันตัวบนตัวล่างบนหน้าจอเท่านั้น แต่เรายังต้องเช็กไปถึงปลายทางด้วยว่า เลือดไปเลี้ยงปลายนิ้วมือและปลายนิ้วเท้าได้ดีแค่ไหน เพราะปลายทางเหล่านี้คือด่านหน้าที่จะฟ้องก่อนใครว่า หลอดเลือดของเรากำลังเหนื่อยล้า ตีบตัน หรือมีความเสี่ยงอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า
ตัวเลขความดันที่บอกอะไรมากกว่าที่คิด
การวัดความดันโลหิตเป็นเรื่องที่เราทำกันบ่อยจนชิน แต่การแปลผลให้ลึกซึ้งนั้นต้องมองภาพรวม ความดันโลหิตคือแรงดันที่เลือดกระทบกับผนังหลอดเลือดขณะที่หัวใจบีบตัวและคลายตัว หากเปรียบหลอดเลือดเป็นท่อน้ำในบ้าน ความดันที่สูงเกินไปก็เหมือนแรงดันน้ำที่สูงจนอาจทำให้ข้อต่อหรือท่อรั่วซึมได้ในระยะยาว
เวลาที่เราประเมินระดับความดันโลหิต เราไม่ได้ดูแค่ตัวเลขครั้งเดียวแล้วตัดสิน แต่เราดูแนวโน้มและความสม่ำเสมอ ตัวเลขที่สูงเรื้อรังจะไปสร้างความเสียหายให้แก่ผนังหลอดเลือดชั้นใน ทำให้หลอดเลือดสูญเสียความยืดหยุ่น กลายเป็นทางผ่านที่แคบลง ซึ่งนี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของการไหลเวียนโลหิตส่วนปลายที่มีปัญหาตามมา
สัญญาณเตือนจากปลายมือปลายเท้า: เมื่อเลือดไปเลี้ยงไม่พอ
อาการชาตามปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า หรือความรู้สึกว่ามือเท้าเย็นตลอดเวลาแม้ในวันที่อากาศร้อน อาจไม่ใช่แค่เรื่องของอากาศหรือท่านั่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเสียงกระซิบจากร่างกายว่า การไหลเวียนโลหิตส่วนปลายเริ่มติดขัด
เมื่อหลอดเลือดแดงใหญ่ที่ไปเลี้ยงแขนและขาเริ่มมีคราบไขมันสะสมหรือตีบแคบ ปริมาณเลือดที่จะเดินทางไปถึงส่วนที่ไกลที่สุดของร่างกายย่อมลดลง คนไไข้หลายคนมาเล่าให้ฟังว่าเวลาเดินไปได้สักระยะนึงแล้วรู้สึกปวดน่องจนต้องหยุดพัก พอนั่งพักสักครู่ก็หายปวด อาการแบบนี้ในทางการแพทย์เราเรียกว่าอาการปวดน่องจากการขาดเลือดเป็นพักๆ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของการไหลเวียนโลหิตส่วนปลายที่เสื่อมลง
วิธีเช็กสุขภาพหลอดเลือดเบื้องต้นด้วยตัวเองที่บ้าน
การหมั่นสังเกตตัวเองเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด เราสามารถประเมินการไหลเวียนโลหิตส่วนปลายเบื้องต้นได้ง่ายๆ จากสิ่งเหล่านี้
- สีผิวและอุณหภูมิ: ลองจับดูว่าปลายนิ้วมือและปลายนิ้วเท้าเย็นกว่าส่วนอื่นของร่างกายอย่างเห็นได้ชัดหรือไม่ สีผิวซีดเกินไป หรือออกคล้ำม่วงหรือเปล่า
- ชีพจรที่ข้อเท้า: ลองใช้ปลายนิ้วแตะเบาๆ ที่หลังเท้าหรือบริเวณตาตุ่มด้านใน เพื่อคลำหาจังหวะการเต้นของชีพจร หากคลำได้ชัดเจนแสดงว่าเส้นเลือดใหญ่ที่ลงมายังเท้ายังทำงานได้ดี
- การคืนตัวของสีเล็บ: ลองกดลงบนเล็บมือหรือเล็บเท้าเบื้องต้นจนเล็บเปลี่ยนเป็นสีขาว แล้วปล่อยมือ ดูว่าเลือดกลับมาทำให้เล็บเป็นสีชมพูภายในเวลาไม่เกินสองวินาทีหรือไม่ หากช้ากว่านั้นอาจแสดงถึงการไหลเวียนที่ไม่ค่อยคล่องตัว
ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างไรให้หลอดเลือดกลับมายืดหยุ่นและแข็งแรง
ข่าวดีคือ หลอดเลือดของเรามีความสามารถในการฟื้นตัวหากเราเริ่มดูแลตั้งแต่วันนี้ การควบคุมความดันโลหิตและการไหลเวียนโลหิตส่วนปลายให้เป็นปกตินั้น ไม่จำเป็นต้องพึ่งยาเสมอไปหากเริ่มต้นจากการปรับพฤติกรรม
การออกกำลังกายแบบแอโรบิก เช่น การเดินเร็ว การวิ่งเหยาะๆ หรือการปั่นจักรยาน อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยกระตุ้นให้หลอดเลือดขยายตัวและสร้างเครือข่ายหลอดเลือดฝอยใหม่ๆ ขึ้นมาเสริม นอกจากนี้ การลดอาหารเค็มจัด ไขมันอิ่มตัวสูง และการงดสูบบุหรี่ ก็เป็นกุญแจสำคัญ เพราะบุหรี่คือตัวการร้ายที่ทำให้หลอดเลือดหดเกร็งและตีบตันเร็วขึ้นอย่างมาก การดูแลความดันให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานควบคู่กับการขยับร่างกายบ่อยๆ จะช่วยให้เลือดลมไหลเวียนไปได้ทั่วถึงทุกส่วนของร่างกายอย่างแท้จริง