ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงนี้ใครๆ ก็อยากหุ่นดีและพยายามลดน้ำหนักให้ได้เร็วที่สุด หลายคนเลือกวิธีอดอาหาร งดแป้งเด็ดขาด หรือกินน้อยมากๆ จนน้ำหนักลดฮวบฮาบในเวลาไม่กี่สัปดาห์ แต่รู้ไหมว่าเบื้องหลังตัวเลขบนตาชาร์จที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ร่างกายของเรากำลังส่งสัญญาณเตือนภัยครั้งใหญ่ โดยเฉพาะตับ อวัยวะชิ้นสำคัญที่ต้องแบกรับภาระหนักอึ้งจากการลดน้ำหนักผิดวิธี จนอาจนำไปสู่ภาวะตับอักเสบโดยไม่รู้ตัว

ทำไมการอดอาหารเพื่อลดน้ำหนัก ถึงทำให้ตับอักเสบได้?

เมื่อร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอจนเกิดภาวะทุพโภชนาการและการลดน้ำหนักอย่างฉับพลัน สมองจะเข้าใจว่าเรากำลังเผชิญกับภาวะอดอยาก ร่างกายจึงต้องดึงไขมันสำรองจากส่วนต่างๆ ออกมาใช้เป็นพลังงานอย่างเร่งด่วน

ไขมันจำนวนมหาศาลนี้จะถูกส่งผ่านกระแสเลือดเพื่อเข้าไปเผาผลาญที่ตับ แต่ตับของเราไม่สามารถจัดการกับปริมาณไขมันที่ไหลทะลักเข้ามาพร้อมกันทีละมากๆ ได้ไหว ไขมันส่วนเกินจึงตกค้างสะสมอยู่ในเซลล์ตับ จนเกิดเป็นภาวะไขมันพอกตับ และเมื่อเซลล์ตับเริ่มเสียหายและเกิดการอักเสบ ค่าตับก็จะพุ่งสูงขึ้น กลายเป็นโรคตับอักเสบจากการลดน้ำหนักเร็วเกินไป

สัญญาณเตือนจากร่างกาย เมื่อตับเริ่มส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ

ความน่ากลัวของตับอักเสบจากภาวะทุพโภชนาการคือ ในช่วงแรกมักจะไม่แสดงอาการชัดเจน ทำให้หลายคนยังคงอดอาหารและภูมิใจกับน้ำหนักที่ลดลงเรื่อยๆ จนกระทั่งอาการเริ่มรุนแรงถึงจะสังเกตเห็นความผิดปกติ

  • รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า ไม่มีแรง แม้ว่าจะนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ
  • มีอาการคลื่นไส้ เบื่ออาหาร หรือจุกแน่นบริเวณชายโครงขวา ซึ่งเป็นตำแหน่งของตับ
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือปัสสาวะมีสีเข้มกว่าปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าตับเริ่มทำงานผิดปกติอย่างหนัก

ใครบ้างที่เสี่ยงเจอภาวะตับพังจากการลดน้ำหนักผิดวิธี?

ไม่ใช่แค่คนที่อ้วนแล้วลดน้ำหนักเร็วเท่านั้น แต่กลุ่มคนที่น้ำหนักตัวปกติต้องการลดเฉพาะส่วน หรือคนที่หักดิบด้วยการกินอาหารเพียงวันละมื้อหรือกินแค่น้ำผักผลไม้ ก็มีความเสี่ยงสูงมากเช่นกัน เพราะสารอาหารจำพวกโปรตีนและวิตามินที่จำเป็นต่อการทำงานของตับขาดหายไป ส่งผลให้ตับขาดเกราะป้องกันและซ่อมแซมตัวเองไม่ได้

ปรับวิธีลดน้ำหนักใหม่ให้ผอมแบบสุขภาพดีและปลอดภัยต่อตับ

การลดน้ำหนักที่ยั่งยืนและไม่ทำร้ายตับ ควรเป็นการลดแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยมีหลักการสำคัญดังนี้

  • ลดน้ำหนักในอัตราที่เหมาะสม ประมาณ 0.5 ถึง 1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายและตับได้ปรับตัว
  • กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ห้ามงดสารอาหารกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะโปรตีนคุณภาพดีที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูเซลล์ตับ
  • หลีกเลี่ยงการอดอาหารมื้อหลัก แต่ให้เน้นควบคุมปริมาณและเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ เลี่ยงของทอดและน้ำตาลหวานจัด
  • ออกกำลังกายควบคู่กับการควบคุมอาหาร เพื่อช่วยเผาผลาญไขมันอย่างเป็นธรรมชาติ แทนการพึ่งพาการอดอาหารเพียงอย่างเดียว

การมีรูปร่างที่ดีเป็นเรื่องที่น่า ภูมิใจ แต่ต้องไม่แลกมาด้วยสุขภาพที่พังทลาย หากใครกำลังลดน้ำหนักด้วยวิธีหักโหมและเริ่มมีอาการผิดปกติทางร่างกาย ควรหยุดพักและปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจเช็กการทำงานของตับโดยด่วน ก่อนที่ความเสียหายจะลุกลามเรื้อรัง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down