ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายครั้งที่หมอนั่งตรวจอยู่ในคลินิก แล้วคนไข้เดินเข้ามาพร้อมคำถามด้วยความสงสัยและลังเลว่า ทำไมวัคซีนถึงมีหลายแบบจัง? ตัวนี้จะป้องกันโรคได้ดีไหม? หรือฉีดตัวไหนแล้วผลข้างเคียงน้อยที่สุด? คำถามเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดามาก หมออยากให้คิดง่ายๆ ว่า วัคซีนก็เหมือนยุทโธปกรณ์ที่ใช้ฝึกซ้อมให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของเรารู้จักและรับมือกับเชื้อโรคจริงได้อย่างทันท่วงที

เพื่อให้ทุกคนเข้าใจกระจ่างและลดความกังวล หมอได้สรุป การเปรียบเทียบประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีนแต่ละชนิด มาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย โดยเจาะลึกทั้งจุดเด่น ข้อจำกัด และระดับความปลอดภัยของแต่ละเทคโนโลยีการผลิต

ทำความเข้าใจวัคซีน 4 เทคโนโลยีหลัก แต่ละแบบทำงานต่างกันอย่างไร?

ก่อนจะไปเปรียบเทียบเรื่องประสิทธิภาพ หมอขอเล่าถึงหลักการทำงานพื้นฐานของวัคซีนแต่ละประเภทให้ฟังคร่าวๆ กันก่อน

  • วัคซีนชนิดเชื้อตาย (Inactivated Vaccine): เป็นเทคโนโลยีดั้งเดิมที่ใช้มานานหลายทศวรรษ โดยการนำเชื้อโรคมาทำให้ตายด้วยสารเคมีหรือความร้อน แล้วนำส่วนของเชื้อนั้นมาฉีดกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ร่างกายเราจะจดจำจำลองของเชื้อโรคนี้ได้โดยไม่มีอันตรายเพราะเชื้อตายแล้ว
  • วัคซีนชนิดสารพันธุกรรม (mRNA Vaccine): เทคโนโลยีใหม่ที่นำรหัสพันธุกรรมสังเคราะห์ส่วนเล็กๆ ของเชื้อโรค ฉีดเข้าไปเพื่อให้เซลล์ในร่างกายเราสร้างโปรตีนของเชื้อขึ้นมาเองชั่วคราว จากนั้นระบบภูมิคุ้มกันจะเข้ามาเรียนรู้และสร้างแอนติบอดีต่อต้านโปรตีนนั้น
  • วัคซีนชนิดใช้ไวรัสเป็นพาหะ (Viral Vector Vaccine): นำไวรัสชนิดอื่นที่ไม่ก่อโรคในมนุษย์ (เช่น อะดีโนไวรัส) มาฝากสารพันธุกรรมของเชื้อเป้าหมายไว้ แล้วใช้ไวรัสพาหะนี้ส่งข้อมูลเข้าสู่ร่างกายเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน
  • วัคซีนชนิดโปรตีนส่วนหนึ่งของเชื้อ (Protein Subunit Vaccine): สกัดเฉพาะส่วนโปรตีนที่สำคัญของเชื้อโรคออกมา แล้วนำมาผสมกับสารกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ฉีดเข้าสู่ร่างกายเพื่อให้ภูมิคุ้มกันจดจำโปรตีนส่วนนั้นโดยตรง

การเปรียบเทียบประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีนแต่ละชนิด

เมื่อนำวัคซีนแต่ละประเภทมาเทียบกัน เราจะเห็นความแตกต่างในเรื่องการกระตุ้นภูมิคุ้มกันและอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน

1. กลุ่มวัคซีนชนิดเชื้อตาย

ระดับประสิทธิภาพ: กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ในระดับปานกลางถึงดี เหมาะสำหรับการป้องกันอาการป่วยหนักและการเสียชีวิต แต่อาจต้องฉีดเข็มกระตุ้นบ่อยกว่าเทคโนโลยีใหม่ๆ

ระดับความปลอดภัย: มีจุดเด่นเรื่องความปลอดภัยสูงมาก เนื่องจากใช้เชื้อที่ตายแล้ว อาการข้างเคียงรุนแรงพบได้น้อยมาก ส่วนใหญ่มีเพียงอาการปวดตึงบริเวณที่ฉีด ไข้ต่ำ หรือเหนื่อยล้าเล็กน้อย จึงเหมาะกับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือผู้สูงอายุที่กังวลเรื่องผลข้างเคียงแรงๆ

2. กลุ่มวัคซีนชนิดสารพันธุกรรม (mRNA)

ระดับประสิทธิภาพ: มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นทั้งแอนติบอดีและเซลล์ภูมิคุ้มกัน (T-cell) สูงมาก สามารถป้องกันการติดเชื้อและลดความรุนแรงของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้เชื้อจะมีการกลายพันธุ์

ระดับความปลอดภัย: ปลอดภัยตามมาตรฐานสากล แต่มีอัตราการเกิดอาการข้างเคียงชั่วคราวสูงกว่าชนิดเชื้อตาย เช่น ปวดแขน มีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ หรือปวดเมื่อยตามตัวในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก อาการเหล่านี้แสดงว่าภูมิคุ้มกันกำลังตอบสนองได้ดี ส่วนอาการข้างเคียงรุนแรง เช่น กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ พบได้น้อยมากและมักรักษาหายได้

3. กลุ่มวัคซีนใช้ไวรัสเป็นพาหะ

ระดับประสิทธิภาพ: กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีมากและอยู่ได้นาน โดยเฉพาะการกระตุ้นตอบสนองในระดับเซลล์

ระดับความปลอดภัย: มีความปลอดภัยสูง แต่อาจพบอาการข้างเคียงคล้ายไข้หวัดใหญ่ ปวดศีรษะ หรือมีไข้ได้บ่อยใน 1-2 วันแรก และมีข้อควรระวังพิเศษคือ อาการภาวะเกล็ดเลือดต่ำร่วมกับลิ่มเลือดอุดตัน ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้น้อยมากๆ แต่จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างทันท่วงที

4. กลุ่มวัคซีนที่ทำจากโปรตีนส่วนหนึ่งของเชื้อ

ระดับประสิทธิภาพ: ให้ประสิทธิภาพสูงในการป้องกันโรค ใกล้เคียงกับชนิด mRNA เนื่องจากเป็นการใช้ส่วนโปรตีนที่จำเพาะเจาะจงสูงในการกระตุ้นภูมิ

ระดับความปลอดภัย: มีความปลอดภัยสูงมากและผลข้างเคียงต่ำ อาการส่วนใหญ่มีเพียงปวดบริเวณที่ฉีด รอยแดง หรือมีไข้ต่ำๆ เนื่องจากไม่ได้ใช้เชื้อที่มีชีวิตและไม่มีสารพันธุกรรมของไวรัสเข้าสู่เซลล์

หลังฉีดวัคซีนแล้วมีอาการ ปวด ไข้ ตึง รับมืออย่างไรให้ปลอดภัย?

ไม่ว่าจะฉีดวัคซีนชนิดใด อาการข้างเคียงเล็กๆ น้อยๆ ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าร่างกายกำลังสร้างเกราะป้องกันโรค หากมีอาการหลังฉีด หมอแนะนำให้ดูแลตัวเองดังนี้

  • อาการปวด บวม แดง บริเวณต้นแขน: ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก ให้ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือถุงน้ำแข็งห่อผ้าประคบเบาๆ เพื่อลดการอักเสบ หลังจากผ่าน 48 ชั่วโมงไปแล้วหากยังมีอาการตึงเกร็ง ให้เปลี่ยนเป็นประคบอุ่น
  • อาการมีไข้ ปวดศีรษะ หรือปวดเมื่อยตัว: รับประทานยาพาราเซตามอลบรรเทาอาการได้ โดยทานตามน้ำหนักตัว (ประมาณ 10-15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม) ทุก 4-6 ชั่วโมงเมื่อมีอาการ ห้ามทานเกินขนาดที่กำหนด
  • พักผ่อนและดื่มน้ำ: ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอประมาณ 2 ลิตรต่อวัน และนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูได้ไว

อาการแบบไหนหลังฉีดวัคซีน ที่ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที?

แม้ผลข้างเคียงรุนแรงจะพบได้น้อยมาก แต่การสังเกตตัวเองเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย หากพบอาการเหล่านี้ภายใน 1-4 สัปดาห์หลังฉีดวัคซีน ควรรีบมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที

  • แน่นหน้าอก หายใจติดขัด หอบเหนื่อย หรือเหนื่อยง่ายผิดปกติ
  • มีผื่นคันขึ้นเต็มตัว หน้าบวม ปากบวม หรือกลืนลำบาก (สัญญาณการแพ้อย่างรุนแรง)
  • ปวดศีรษะรุนแรงต่อเนื่อง ทานยาแก้ปวดแล้วไม่ดีขึ้น หรือมีอาการสายตาพร่ามัว
  • แขนขาอ่อนแรง หน้าเบี้ยว หรือพูดไม่ชัด
  • มีรอยช้ำจุดเลือดออกตามผิวหนังโดยไม่ทราบสาเหตุ

คำแนะนำจากหมอ: เลือกวัคซีนอย่างไรให้เหมาะกับตัวเรา

ในการเลือกวัคซีน หมออยากให้มองที่ความเหมาะสมของสุขภาพแต่ละบุคคลเป็นหลัก หากเป็นผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีประวัติแพ้วัคซีน การเลือกวัคซีนที่มีประสิทธิภาพการกระตุ้นภูมิคุ้มกันสูง เช่น mRNA หรือ Protein Subunit จะช่วยสร้างเกราะป้องกันโรคได้ดีที่สุด แต่หากเป็นผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง มีประวัติแพ้ยาหรือสารเคมีง่าย การปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาเลือกใช้เทคโนโลยีที่มีผลข้างเคียงต่ำอย่างชนิดเชื้อตายก็เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและอุ่นใจกว่า

การรับวัคซีนไม่ว่าจะประเภทใด ย่อมดีกว่าการปล่อยให้ร่างกายเผชิญกับโรคจริงโดยไม่มีภูมิคุ้มกัน หากยังมีข้อสงสัยหรือความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของตนเอง สามารถเข้ามาปรึกษาหมอที่คลินิกเพื่อประเมินร่างกายก่อนรับการฉีดวัคซีนได้เสมอ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down