ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกร้องไห้แทบขาดใจทุกครั้งที่ต้องเดินเข้าโรงเรียน ปัญหาที่คนเป็นพ่อแม่ปวดใจ

ทุกเช้าที่ต้องไปทำงานกลายเป็นสงครามขนาดย่อม ลูกน้อยวัยเตาะแตะส่งเสียงร้องไห้โฮ เกาะขาแน่น ไม่ยอมให้คุณก้าวเท้าออกจากบ้าน ภาพความรู้สึกผิดและสงสารลูกจับใจนี้เกิดขึ้นในหลายครอบครัว จนพ่อแม่หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า นี่เป็นเพียงพฤติกรรมตามวัยหรือลูกกำลังป่วยเป็นโรคอะไรกันแน่ ในมุมมองของหมอ อาการแบบนี้มักไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด แต่เป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการทางอารมณ์ตามธรรมชาติที่เด็กทุกคนต้องก้าวผ่าน

เข้าใจธรรมชาติของลูก ทำไมเด็กถึงกลัวการห่างจากพ่อแม่

ตามพัฒนาการเติบโตตามวัย เด็กในช่วงอายุประมาณ 8 เดือนถึง 3 ขวบ จะเริ่มเรียนรู้เรื่องความผูกพันและการมีตัวตนของสิ่งรอบข้าง สมองของเด็กเริ่มจดจำได้ว่าพ่อแม่คือความปลอดภัยสูงสุด เมื่อไหร่ก็ตามที่พ่อแม่หายลับตาไป ความกลัวที่ว่าพ่อแม่จะไม่กลับมาอีกจะเกิดขึ้นในหัวสมองเล็กๆ ของเขาโดยอัตโนมัติ ภาวะวิตกกังวลจากการแยกจากผู้ปกครอง จึงไม่ใช่ความดื้อรั้น แต่เป็นความกลัวที่แท้จริงจากก้นบึ้งของจิตใจเด็กที่ยังไม่เข้าใจเรื่องเวลา

เส้นแบ่งบางๆ ระหว่างความกลัวตามวัยกับโรคที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ

เด็กทุกคนย่อมมีความติดพ่อแม่เป็นธรรมดา แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าอาการของลูกเลยเถิดไปจนกลายเป็นความผิดปกติที่ต้องปรึกษาแพทย์ หมอมีเกณฑ์สังเกตง่ายๆ ดังนี้

  • ระยะเวลาและระดับความรุนแรง: หากลูกร้องไห้งอแงรุนแรงทุกครั้ง นานเกินกว่า 4 สัปดาห์ และไม่มีทีท่าว่าจะปรับตัวได้เลย
  • อาการทางกายร่วมด้วย: เด็กบางคนเครียดจัดจนปวดท้อง ปวดหัว อาเจียน ทุกครั้งที่รู้ว่าจะต้องแยกจากพ่อแม่
  • ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน: ลูกไม่ยอมเล่นกับเพื่อน ไม่ยอมไปโรงเรียน หรือไม่ยอมนอนคนเดียวเลยแม้แต่ครั้งเดียว

วิธีช่วยลูกก้าวผ่านช่วงเวลาแสนยากลำบากนี้ด้วยความเข้าใจ

การแก้ปัญหาเรื่องนี้ไม่ใช่การดุว่าหรือบังคับให้ลูกเข้มแข็ง แต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่นทีละน้อยเพื่อให้ลูกรู้ว่า ถึงแม่จะไปธุระ แต่แม่กลับมารับแน่นอน หมอแนะนำแนวทางปฏิบัติที่ช่วยได้จริงดังนี้ครับ

ฝึกซ้อมการแยกจากกันในระยะเวลาสั้นๆ

เริ่มจากการปล่อยให้ลูกอยู่กับปู่ย่าตายายหรือพี่เลี้ยงที่บ้านเป็นเวลาสั้นๆ เช่น 15 นาที แล้วค่อยๆ ขยายเวลาออกไป เพื่อให้สมองของลูกเรียนรู้ว่าการแยกจากไม่ได้แปลว่าสูญเสียถาวร

บอกลาให้ชัดเจนและสั้นกระชับ

พ่อแม่หลายคนใช้วิธีแอบหนีตอนลูกเผลอ เพราะไม่อยากเห็นลูกร้องไห้ วิธีนี้ยิ่งทำให้อาการแย่ลงเพราะเด็กจะระแวงและไม่ไว้วางใจ ทางที่ดีควรบอกลาด้วยรอยยิ้ม บอกว่าจะกลับมารับตอนไหน แล้วเดินออกไปอย่างเด็ดเดี่ยว

สร้างตัวแทนความอบอุ่นไว้ใกล้ตัว

การให้ตุ๊กตาตัวโปรด ผ้าห่มผืนเก่ง หรือรูปถ่ายครอบครัวติดตัวไปโรงเรียน ช่วยลดความวิตกกังวลในใจเด็กได้เป็นอย่างดี เพราะสิ่งของเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนความปลอดภัยทางใจ

เมื่อไหร่ควรพามาพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาเชิงลึก

หากลองปรับพฤติกรรมทุกอย่างแล้ว อาการของลูกยังคงรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้พัฒนาการด้านอื่นสะดุด หรือพ่อแม่รู้สึกเหนื่อยล้าจนรับมือไม่ไหว การพามาพบกุมารแพทย์หรือจิตแพทย์เด็กถือเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยประเมินและวางแผนการปรับพฤติกรรมที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล เพื่อให้ครอบครัวกลับมามีความสุขและอบอุ่นอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down