ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมลูกถึงรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งเหมือนเพื่อน

ในห้องตรวจ หมอมักจะได้ยินคุณพ่อคุณแม่ปรึกษาด้วยความกังวลใจว่า ลูกตั้งใจเรียนนะ แต่ทำไมการอ่านหนังสือ การเขียน หรือการคำนวณ ถึงดูเป็นเรื่องยากลำบากเหลือเกินสำหรับเขา ทั้งที่เขาก็ดูเป็นเด็กฉลาดและช่างสังเกต บางครั้งลูกเริ่มเปรียบเทียบตัวเองกับเพื่อนจนเกิดความรู้สึกท้อแท้ หรือเลี่ยงที่จะทำกิจกรรมในห้องเรียน ทั้งหมดนี้อาจไม่ใช่เพราะลูกขี้เกียจ แต่เป็นผลมาจาก ความบกพร่องทางการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อความมั่นใจในตนเอง โดยตรง

ความบกพร่องทางการเรียนรู้ คืออะไรกันแน่

อธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุดคือ ระบบการทำงานของสมองในบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการรับข้อมูล การประมวลผล หรือการดึงข้อมูลออกมาใช้ มีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างไปจากเกณฑ์มาตรฐานทั่วไป ไม่ได้เกิดจากสติปัญญาต่ำกว่าปกติ หรือปัญหาทางสายตาและการได้ยิน แต่เป็นเรื่องของความซับซ้อนในการสื่อสารภายในสมอง เช่น การจำแนกเสียงตัวอักษร การแปลผลสัญลักษณ์ตัวเลข หรือการเรียงลำดับขั้นตอน ซึ่งทำให้เด็กต้องใช้พลังงานมากกว่าปกติหลายเท่าตัวในการเรียนรู้เรื่องง่ายๆ ในแต่ละวัน

สัญญาณเตือนที่พ่อแม่สังเกตได้ก่อนสาย

  • ด้านการอ่าน: อ่านหนังสือติดขัด ข้ามคำ หรือไม่สามารถจับใจความสิ่งที่อ่านได้แม้จะเป็นประโยคสั้นๆ
  • ด้านการเขียน: สะกดคำผิดบ่อยแม้จะพยายามจำแล้ว เขียนพยัญชนะหรือตัวเลขสลับด้านกัน
  • ด้านการคำนวณ: สับสนกับเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์ หรือจำสูตรคูณไม่ได้เลยแม้จะฝึกฝนอย่างหนัก
  • ด้านการจัดการ: ดูเหมือนไม่มีสมาธิ ทำงานไม่เสร็จตามเวลา หรือจัดระเบียบอุปกรณ์การเรียนไม่เป็น

เมื่อเด็กเริ่มประเมินคุณค่าตัวเองต่ำลง

เมื่อเด็กต้องเผชิญกับความยากลำบากซ้ำแล้วซ้ำเล่าในโรงเรียน ความภาคภูมิใจในตนเองมักจะเป็นสิ่งแรกที่ถูกบั่นทอน เด็กจะเริ่มสร้างเกราะป้องกันตัวเองด้วยการแสดงออกในรูปแบบต่างๆ เช่น การแกล้งทำเป็นไม่สนใจ การแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากผลการเรียน หรือการตีตราตัวเองว่าเป็นคนไม่เอาไหน ซึ่งความรู้สึกติดลบเหล่านี้หากปล่อยไว้นาน จะกลายเป็นกำแพงขนาดใหญ่ที่ขัดขวางไม่ให้เขาแสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมา

วิธีช่วยให้ลูกกลับมามั่นใจในตัวเองอีกครั้ง

ค้นหาจุดเด่นนอกเหนือจากตำราเรียน

เด็กทุกคนมีแสงสว่างในตัวเอง หมอมักแนะนำให้พ่อแม่ลองสังเกตความชอบหรือความสามารถด้านอื่น เช่น กีฬา ศิลปะ ดนตรี หรือการซ่อมแซมสิ่งของ เมื่อลูกได้ทำในสิ่งที่เขาถนัดและได้รับคำชื่นชมจากความพยายาม ความรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าจะค่อยๆ ก่อตัวขึ้น ซึ่งจะช่วยเป็นฐานรองรับความมั่นใจเมื่อเขาต้องกลับไปเผชิญกับวิชาที่เขาไม่ถนัด

ปรับสภาพแวดล้อมให้ลูกรู้สึกปลอดภัย

การได้รับกำลังใจจากครอบครัวสำคัญกว่าคะแนนสอบ การสื่อสารเชิงบวกที่เน้นไปที่ความพยายามมากกว่าผลลัพธ์จะช่วยลดความกดดันได้มาก พ่อแม่ควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกได้ระบายความอึดอัดใจโดยไม่ตัดสิน เพื่อให้เขารู้สึกว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นที่โรงเรียน ที่บ้านยังคงเป็นที่ที่ยอมรับเขาได้เสมอ

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนการเรียนแบบเฉพาะทาง

หากพบว่าอุปสรรคเหล่านี้เริ่มรุนแรงขึ้น การพบจิตแพทย์เด็กหรือนักจิตวิทยาการเรียนรู้ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็นการหาเครื่องมือช่วยให้ลูกเรียนรู้ได้ดีขึ้น เราสามารถวางแผนการเรียนที่ปรับให้เข้ากับรูปแบบการทำงานของสมองลูกได้ ซึ่งจะช่วยลดความเหนื่อยล้าและคืนความสุขในการเรียนรู้กลับมาให้เขาอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down