ตื่นมาเข้าห้องน้ำบ่อยแถมเจออุจจาระสีแปลกตา น่ากลัวแค่ไหน
หลายคนคงเคยมีประสบการณ์ตื่นมาเข้าห้องน้ำกลางดึกเพราะอาการปวดท้องมวนๆ แถมพอเสร็จกิจแล้วก้มลงไปมองในโถส้วมก็ต้องตกใจ เพราะนอกจากลักษณะจะเหลวเป็นน้ำแล้ว สีสันยังเปลี่ยนไปเป็นสีเหลืองจัดหรือแม้แต่สีเขียวป๋ออีกด้วย อาการแบบนี้มักทำให้หลายคนกังวลว่าตัวเองกำลังป่วยเป็นโรคร้ายแรงอะไรหรือเปล่า
ในฐานะแพทย์ที่ตรวจคนไข้ท้องเสียมานับไม่ถ้วน อยากบอกว่าสีของอุจจาระที่เปลี่ยนไปในยามที่ลำไส้กำลังปั่นป่วนนั้น มักเล่าเรื่องราวการทำงานภายในร่างกายให้เราฟังได้ดีทีเดียว วันนี้เรามาทำความเข้าใจกันว่าทำไมลำไส้ถึงขับของเสียออกมาเป็นน้ำสีเขียวหรือสีเหลือง และตอนไหนที่เราควรเริ่มระวังตัวอย่างจริงจัง
ไขปริศนา ทำไมอุจจาระถึงกลายเป็นสีเขียวหรือเหลืองปนน้ำ
ปกติแล้วอุจจาระของเราจะมีสีน้ำตาลสวยงามตามธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากการที่น้ำดีในร่างกายผสมเข้ากับกากอาหารและผ่านกระบวนการย่อยตามปกติ แต่พอเกิดอาการท้องเสียรุนแรงที่ทำให้เกิดการบีบตัวของลำไส้ผิดปกติ ทุกอย่างก็รวนไปหมด
เบื้องหลังอุจจาระสีเหลืองปนน้ำ
เมื่อลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่เกิดการอักเสบจากการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรืออาหารเป็นพิษ ร่างกายจะพยายามขับสิ่งแปลกปลอมเหล่านั้นออกให้เร็วที่สุด อาหารและน้ำดีจึงเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ด้วยความเร็วสูงมาก ลำไส้ยังไม่ทันได้ดูดซึมน้ำและสารอาหารกลับคืน น้ำดีสีเหลืองจึงยังคงสภาพเดิมและถูกขับออกมาพร้อมกับน้ำจำนวนมาก กลายเป็นอุจจาระเหลวสีเหลืองแจ๋ที่เราเห็นกัน
เบื้องหลังอุจจาระสีเขียวสด
สำหรับสีเขียวนั้น เกิดจากน้ำดีที่หลั่งออกมาจากตับเพื่อช่วยย่อยไขมัน โดยปกติแล้วน้ำดีจะมีสีเขียวเข้มหรือเหลืองแกมเขียว เมื่อเดินทางผ่านลำไส้ตามปกติ สีจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นน้ำตาล แต่ถ้าเกิดท้องเสียกระทันหันจนอาหารเดินทางผ่านลำไส้ใหญ่ไม่ทัน น้ำดีสีเขียวจึงถูกขับออกมาสดๆ ร้อนๆ ก่อนที่แบคทีเรียในลำไส้จะทันได้เปลี่ยนสีมัน นอกจากนี้ การกินผักใบเขียวในปริมาณมากช่วงที่ท้องเสีย หรือการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิดก็เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดอุจจาระสีเขียวได้เช่นกัน
สัญญาณเตือนภัยแบบไหนที่แปลว่าอาการเริ่มน่าห่วง
ท้องเสียทั่วไปส่วนใหญ่จะดีขึ้นเองภายในหนึ่งถึงสองวัน แต่ถ้าหากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย แปลว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากแพทย์
- มีไข้สูงร่วมกับหนาวสั่น ซึ่งมักบ่งบอกถึงการติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรงหรือมีภาวะลำไส้อักเสบติดเชื้อ
- ถ่ายเป็นน้ำปริมาณมากติดต่อกันหลายครั้งต่อชั่วโมงจนเริ่มมีอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ ปากแห้ง หรือปัสสาวะน้อยลง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของภาวะขาดน้ำ
- พบมูกเลือดปนมากับอุจจาระสีเขียวหรือสีเหลือง
- อาการปวดท้องรุนแรงที่ไม่ยอมทุเลาลงเลยแม้จะถ่ายอุจจาระแล้ว
วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อท้องเสียรุนแรง
ในระหว่างที่รอดูอาการหรืออยู่ในช่วงวันแรกๆ ที่ท้องเสีย สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำและการพักผ่อนลำไส้
ดื่มเกลือแร่ชดเชยน้ำที่สูญเสียไป
การจิบผงน้ำตาลเกลือแร่ หรือ ORS ทีละน้อยแต่บ่อยๆ คือหัวใจสำคัญของการรักษาอาการท้องเสีย ช่วยให้เกลือแร่ในร่างกายสมดุล ไม่ควรดื่มน้ำเปล่าอย่างเดียวในปริมาณมากๆ เพราะอาจทำให้เกลือแร่ในเลือดเจือจางลงไปอีก
เลือกกินอาหารอ่อนย่อยง่าย
ช่วงที่ลำไส้กำลังอักเสบ ควรพักระบบย่อยด้วยอาหารรสจืดและย่อยง่าย เช่น ข้าวต้มปลาเนื้อขาว โจ๊ก หรือซุปใส หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด นมวัว อาหารมันๆ และกากใยสูงชั่วคราว เพื่อไม่ให้ลำไส้ต้องทำงานหนักเกินไป
ยาอะไรที่ควรใช้และยาอะไรที่ควรเลี่ยง
หลายคนอยากหายเร็วเลยรีบซื้อยาหยุดถ่ายมากินเอง ซึ่งในทางการแพทย์ต้องบอกว่าต้องระวังให้มาก หากเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย การกินยาหยุดถ่ายจะทำให้เชื้อโรคและสารพิษค้างอยู่ในลำไส้ นานขึ้น ส่งผลให้อาการแย่ลงหรือมีไข้สูงขึ้นได้ ทางที่ดีควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนใช้ยาฆ่าเชื้อหรือยาหยุดการบีบตัวของลำไส้ทุกครั้ง