ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจสังเกตเห็นลูกน้อยเปลี่ยนไป จากเด็กที่เคยร่าเริงแจ่มใส กลับกลายเป็นคนเงียบขรึม ไม่อยากไปโรงเรียน หรือมีรอยฟกช้ำตามเนื้อตัวโดยอ้างว่าสะดุดล้มบ่อยๆ ในฐานะหมอเด็กและคนที่ดูแลสุขภาพจิตใจของน้องๆ มานาน ผมมักจะเจอเรื่องราวแบบนี้บ่อยขึ้นเรื่อยๆ ครับ เรื่องการกลั่นแกล้งกันในโรงเรียน หรือที่เราคุ้นหูกันว่า Bullying ไม่ใช่แค่เรื่องเด็กๆ ภูเขาน้ำแข็งก้อนนี้ซ่อนปัญหาทางใจที่ใหญ่กว่าที่เราคิดมาก วันนี้เรามาคุยกันสบายๆ แบบคนในครอบครัว ถึงวิธีปกป้องและช่วยลูกรักจากสถานการณ์นี้กันครับ

ลูกกำลังเจอเรื่องแย่ๆ ที่โรงเรียนหรือเปล่า: สัญญาณเตือนที่หมออยากให้สังเกต

เด็กส่วนใหญ่ที่ถูกแกล้งมักจะไม่กล้าบอกตรงๆ เพราะกลัวโดนแกล้งหนักกว่าเดิม หรือกลัวพ่อคุณแม่ไม่สบายใจ หน้าที่ของเราคือต้องคอยสังเกตความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของเขาครับ

  • การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย: มีรอยแผล รอยฟกช้ำ ข้าวของเครื่องใช้พังหรือหายบ่อยๆ ปวดท้อง ปวดหัวบ่อยโดยไม่มีสาเหตุ โดยเฉพาะในคืนวันอาทิตย์หรือเช้าวันจันทร์
  • พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป: ไม่อยากไปโรงเรียน เกรดตก เก็บตัว นอนไม่หลับ ฝันร้าย หรือมีความวิตกกังวลสูงอย่างเห็นได้ชัด
  • อารมณ์แปรปรวน: หงุดหงิดง่าย ร้องไห้ง่าย หรือซึมเศร้าอย่างไร้เหตุผลหลังกลับจากโรงเรียน

เมื่อลูกกล้าเปิดใจเล่าให้ฟัง: สิ่งแรกที่พ่อคุณแม่ควรทำและห้ามทำเด็ดขาด

ถ้าวันหนึ่งลูกเดินมาบอกว่าโดนเพื่อนแกล้ง หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ย่อมเดือดดาลเป็นธรรมดาครับ แต่อารมณ์ชั่ววูบอาจทำให้สถานการณ์แย่ลงได้ ลองตั้งสติแล้วทำตามแนวทางที่หมอแนะนำดูครับ

ตั้งใจฟังอย่างสงบและเชื่อใจลูกก่อน

ให้เวลากับลูก แสดงให้เขาเห็นว่าเราพร้อมรับฟังและอยู่ข้างๆ เขาเสมอ อย่าเพิ่งไปคาดคั้นหรือตัดสินว่าลูกอาจจะผิดเอง ให้เขารู้สึกปลอดภัยที่สุดที่จะเล่าความจริงให้ฟัง

ห้ามบุ่มบ่ามไปเอาเรื่องทันที

การบุกไปหาเรื่องเด็กคู่กรณีหรือแม้กระทั่งไปโวยวายกับครูโดยใช้อารมณ์ มักจะทำให้ลูกโดนเพ่งเล็งและถูกแกล้งลับหลังหนักขึ้นไปอีก ให้เก็บข้อมูลและวางแผนร่วมกับทางโรงเรียนด้วยความนิ่งและสุขุม

วิธีสร้างเกราะคุ้มกันทางใจ: สอนลูกรับมือเมื่อเจอการกลั่นแกล้ง

เราไม่สามารถตามไปปกป้องลูกได้ตลอด 24 ชั่วโมง สิ่งที่ดีที่สุดคือการสร้างความเข้มแข็งจากข้างในให้เด็กๆ มีภูมิคุ้มกันในการรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้า

  • ฝึกทักษะการปฏิเสธอย่างหนักแน่น: สอนให้ลูกพูดคำว่า 'หยุดนะ' หรือ 'ไม่ชอบแบบนี้' ด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่มั่นใจ ไม่แสดงความหวาดกลัวออกมาชัดเจน
  • สอนให้รู้จักเดินหนีจากสถานการณ์เสี่ยง: การถอยออกมาจากจุดเกิดเหตุไม่ใช่ความขี้ขลาด แต่เป็นการตัดไฟแต่ต้นลมเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง
  • รีบหาตัวช่วยที่พึ่งพาได้: บอกให้ลูกรู้ว่าเมื่อเกิดเรื่องต้องรีบไปหาคุณครูรุ่นพี่ หรือผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ทันที อย่าเก็บไว้เผชิญปัญหาคนเดียว

ข้อดีและประโยชน์ของโรงเรียนและครอบครัวในการหยุดวงจรร้าย

ปัญหาการกลั่นแกล้งจะหมดไปไม่ได้เลยถ้าอาศัยแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โรงเรียนต้องมีนโยบายที่เด็ดขาดและชัดเจนในการลงโทษผู้กระทำผิด พร้อมทั้งสร้างบรรยากาศในห้องเรียนให้เด็กทุกคนรู้สึกเท่าเทียมกัน ในขณะที่บ้านเราต้องเป็นเซฟโซนที่อบอุ่นที่สุด ลูกกลับมาบ้านต้องรู้ว่ายังมีอ้อมกอดที่ปลอดภัยคอยโอบอุ้มเสมอ หากน้องคนไหนมีอาการเครียด วิตกกังวล หรือซึมเศร้าเรื้อรัง การพามาปรึกษาแพทย์หรือนักจิตวิทยาเด็กก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยเยียวยาจิตใจได้อย่างตรงจุดครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down