ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

อาการแน่นหน้าอกกำเริบทีไร มือก็ต้องคว้าเจ้าหลอดพ่นยาทุกที

เวลาที่อาการหอบหืดกำเริบ แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงวี๊ด สิ่งแรกที่คนไข้หลายคนนึกถึงและหยิบใช้ทันทีคือยาพ่นขยายหลอดลมฉุกเฉิน เพราะมันช่วยชีวิตให้กลับมาหายใจโล่งได้แทบจะทันที แต่พอใช้ไปนานวันเข้า หลายคนเริ่มสังเกตว่าทำไมช่วงหลังถึงต้องพ่นถี่ขึ้น พ่นแล้วอาการหายช้าลง หรือบางทีพ่นแล้วแทบจะไม่ช่วยอะไรเลย จนเกิดความกังวลใจว่าร่างกายกำลังเกิดภาวะดื้อยาจากการใช้ยาพ่นขยายหลอดลมบ่อยครั้งหรือไม่ ในฐานะแพทย์ที่ดูแลคนไข้โรคทางเดินหายใจอยู่เป็นประจำ วันนี้อยากชวนมาทำความเข้าใจกลไกเบื้องหลังเรื่องนี้กันใหม่ ว่าแท้จริงแล้วมันคือการดื้อยาแบบที่เข้าใจกัน หรือเป็นเพราะอะไรกันแน่

ความจริงที่ว่าหลอดลมไม่ได้ดื้อยา แต่โรคต่างหากที่กำลังลุกลาม

ในทางการแพทย์ คำว่า ภาวะดื้อยาจากการใช้ยาพ่นขยายหลอดลมบ่อยครั้ง ไม่ได้หมายความว่าตัวยาเสื่อมประสิทธิภาพลง หรือเซลล์ในร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันจนยาใช้ไม่ได้ผลเหมือนยาปฏิชีวนะ แต่กลไกที่แท้จริงเกิดจากตัวโรคหอบหืดหรือหลอดลมตีบมีความรุนแรงมากขึ้น หรือมีการอักเสบเรื้อรังสะสมอยู่ข้างใน เมื่อเกิดการอักเสบเรื้อรัง ผนังหลอดลมจะบวมหนา มีเมือกเหนียวข้นสะสม และกล้ามเนื้อรอบหลอดลมมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นมากเป็นพิเศษ เมื่อใช้ยาพ่นขยายหลอดลมเข้าไป ตัวยาจะไปคลายกล้ามเนื้อรอบหลอดลมให้ขยายออกชั่วคราว แต่อาการอักเสบที่เป็นต้นเหตุยังคงอยู่ ทำให้ผ่านไปไม่นานหลอดลมก็กลับมาตีบซ้ำอีก คนไข้จึงรู้สึกว่ายาหมดฤทธิ์เร็วและต้องพ่นบ่อยขึ้นเรื่อยๆ จนเข้าใจผิดว่าตัวเองดื้อยา

อันตรายและผลข้างเคียงจากการพ่นยาบเกินความจำเป็น

การพ่นยาขยายหลอดลมออกฤทธิ์สั้น (Short-acting beta-agonists) บ่อยครั้งเกินความจำเป็น โดยไม่ได้รับการรักษาอาการอักเสบที่ต้นเหตุ ซ่อนเร้นความเสี่ยงหลายอย่างไว้มากกว่าที่คิด

  • หัวใจเต้นเร็วและใจสั่น: ตัวยาพ่นกลุ่มนี้มีผลกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติก ทำให้หัวใจเต้นเร็ว มือสั่น รู้สึกกระวนกระวาย ซึ่งสร้างความทรมานไม่แพ้อาการหอบ
  • หลอดลมไวต่อสิ่งกระตุ้นมากขึ้น: การใช้ยาบ่อยเกินไปโดยไม่มีสเตียรอยด์สูดพ่นร่วมด้วย อาจทำให้ตัวรับของยาที่หลอดลมทำงานลดลง ส่งผลให้ประสิทธิภาพของยาลดลงในยามที่เกิดภาวะวิกฤตจริงๆ
  • ความเสี่ยงที่อาการจะรุนแรงถึงชีวิต: การพ่นยาบรรเทาอาการไปเรื่อยๆ โดยไม่ไปพบแพทย์เพื่อปรับยาควบคุมการอักเสบ ทำให้พลาดสัญญาณเตือนว่าโรคกำลังกำเริบรุนแรง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะหลอดลมตีบเฉียบพลันที่อันตรายถึงชีวิต

แนวทางแก้ไขและวิธีดูแลตัวเองให้ถูกต้องเมื่อต้องใช้ยาพ่น

หากเริ่มรู้สึกว่าตนเองต้องหยิบยาพ่นขยายหลอดลมบ่อยขึ้น เกินกว่าสองครั้งต่อสัปดาห์ (ไม่รวมการใช้ก่อนออกกำลังกาย) นั่นคือสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนว่าการควบคุมโรคในปัจจุบันยังไม่ดีพอ สิ่งที่ควรทำมีแนวทางดังนี้

พบแพทย์เพื่อประเมินและปรับแผนการรักษา

แพทย์จำเป็นต้องตรวจสมรรถภาพปอดและทบทวนว่าควรเพิ่มยาควบคุมการอักเสบระยะยาว (Controller) เช่น ยาสูดพ่นกลุ่มสเตียรอยด์ขนาดต่ำ เพื่อไปจัดการที่ต้นเหตุของการอักเสบในหลอดลม ทำให้ไม่ต้องพึ่งยาพ่นขยายหลอดลมฉุกเฉินบ่อยๆ

ตรวจสอบเทคนิคการพ่นยา

บางครั้งอาการที่ไม่ดีขึ้นไม่ได้มาจากตัวยา แต่มาจากการสูดพ่นผิดวิธี เช่น กลั้นหายใจไม่นานพอ หรือจังหวะการกดกับจังหวะการสูดไม่สัมพันธ์กัน การให้แพทย์หรือเภสัชกรช่วยตรวจสอบวิธีพ่นยาอีกครั้งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของยาได้อย่างมาก

หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นรอบตัว

จดบันทึกและสังเกตว่าอะไรคือตัวกระตุ้นให้อาการหอบหืดกำเริบ เช่น ฝุ่นละออง ควันบุหรี่ อากาศเย็น หรือไรฝุ่น การป้องกันไม่ให้หลอดลมเกิดการระคายเคืองตั้งแต่ต้นทาง จะช่วยลดความจำเป็นในการใช้ยาพ่นลงได้เป็นอย่างดี

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down