เวลาที่นั่งตรวจอยู่ในห้องตรวจพัฒนาการเด็ก สิ่งหนึ่งที่หมอมักจะได้ยินจากคุณพ่อคุณแม่เสมอคือความกังวลใจว่า ลูกของเรากำลังมีพัฒนาการที่แปลกไปจากเด็กวัยเดียวกันหรือเปล่า บางคนพูดช้า ไม่ยอมสบตา หรือดูเหมือนอยู่ในโลกส่วนตัวสูงมากจนเรียกเท่าไหร่ก็ไม่หัน คำว่า โรคออทิสติกสเปกตรัม มักจะลอยเข้ามาในหัวพร้อมกับความตกใจและคำถามมากมายว่าอนาคตของลูกจะเป็นอย่างไร
หมออยากชวนคุณพ่อคุณแม่มานั่งคุยกันสบายๆ ทำความเข้าใจเรื่องนี้ใหม่ว่า ออทิสติกไม่ใช่ความผิดปกติที่น่ากลัวจนรับมือไม่ไหว แต่เป็นความแตกต่างในการทำงานของสมองที่ทำให้เด็กแต่ละคนมองโลกและสื่อสารไม่เหมือนคนทั่วไป การทำความเข้าใจและพาเขามาเจอหมอเร็วเท่าไหร่ โอกาสที่น้องจะเติบโตและใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นในสังคมได้อย่างมีความสุขก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น
เข้าใจคำว่าสเปกตรัม: ทำไมเด็กออทิสติกถึงไม่เหมือนกันเลยสักคน
คำว่าสเปกตรัม หรือ Spectrum เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เราเข้าใจโรคออทิสติกสเปกตรัมได้ถูกต้องที่สุด สมมติว่ามันเหมือนแถบสีรุ้งที่มีตั้งแต่สีอ่อนไปจนถึงสีเข้ม เด็กที่เป็นออทิสติกจึงมีความหลากหลายสูงมาก
บางคนอาจจะพูดไม่ได้เลย ไม่สบตา และต้องการการดูแลช่วยเหลือในชีวิตประจำวันค่อนข้างมาก ในขณะที่บางคนพูดเก่งและมีความสามารถพิเศษเฉพาะด้านสูงลิ่ว เช่น เก่งเรื่องตัวเลข ความจำดีเลิศ หรือมีความหลงใหลในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ แต่กลับมีปัญหาในการอ่านอารมณ์ความรู้สึกของคนรอบข้างหรือเข้าสังคมไม่เป็น ความแตกต่างเหล่านี้นี่เองที่ทำให้เราต้องมองเด็กแต่ละคนเป็นรายบุคคล ไม่เหมารวมว่าเด็กออทิสติกทุกคนจะต้องมีอาการแบบเดียวกันทั้งหมด
สัญญาณเตือนวัยเด็กเล็ก: สังเกตอย่างไรว่าลูกอาจเข้าข่ายโรคออทิสติกสเปกตรัม
การสังเกตพฤติกรรมตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะสมองของเด็กเล็กมีความยืดหยุ่นสูง พร้อมที่จะเรียนรู้และปรับเปลี่ยนได้ดี ถ้ารู้ตัวไวก็ยิ่งช่วยน้องได้มาก โดยสัญญาณเตือนที่หมอมักจะแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตมีดังนี้
- อายุ 6 เดือน: น้องยังไม่ค่อยยิ้มตอบ หรือไม่มีสีหน้าแสดงความสุขเวลาพ่อ แม่มาเล่นด้วย
- อายุ 9 เดือน: ไม่ส่งเสียงตอบโต้ หรือไม่สบตาเวลาอุ้มหรือพูดคุย
- อายุ 12 เดือน: ไม่ส่งเสียงอ้อแอ้ ไม่หันตามเสียงเรียกชื่อ และไม่มีท่าทางประกอบ เช่น การโบกมือลา หรือการชี้ชวนดูของ
- อายุ 16 เดือน: ยังไม่ยอมพูดคำที่มีความหมายเดี่ยวๆ
- อายุ 24 เดือน: ยังไม่สามารถพูดคำที่มีสองคำมารวมกันได้ และไม่ค่อยสนใจเด็กวัยเดียวกัน
- ทุกช่วงวัย: มีพฤติกรรมถอยหลัง คือเคยทำอะไรได้แล้วจู่ๆ ก็เลิกทำสิ่งนั้นไปเฉยๆ เช่น เคยพูดคำมีความหมายแล้วเงียบหายไปเลย
เบื้องหลังการทำงานของสมอง: ทำไมลูกถึงมีพฤติกรรมเหล่านี้
หลายคนชอบโทษตัวเองว่าเลี้ยงลูกไม่ดี ปล่อยให้ดูจอแท็บเล็ตมากเกินไปจนลูกเป็นออทิสติก หมออยากเคลียร์ตรงนี้ให้สบายใจเลยว่า โรคออทิสติกสเปกตรัมไม่ได้เกิดจากการเลี้ยงดูของพ่อแม่ แต่เป็นภาวะที่มีรากฐานมาจากพันธุกรรมและความผิดปกติในการพัฒนาและการเชื่อมต่อของเซลล์สมองตั้งแต่ช่วงที่อยู่ในครรภ์มารดา
ความผิดปกตินี้ทำให้การประมวลผลข้อมูลจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว ทั้งเสียง แสง สัมผัส และการมองเห็น ของน้องมีความแตกต่างจากคนทั่วไป เช่น บางคนอาจจะไวต่อเสียงดังมากๆ จนเสียงกระดาษยับก็ทำให้เขาตกใจกลัวสุดขีด หรือบางคนไม่ค่อยรู้สึกเจ็บปวดเวลาหกล้ม พฤติกรรมแปลกๆ ที่เราเห็น เช่น การหมุนตัว การสะบัดมือ หรือการนั่งมองสิ่งของที่หมุนติ้ว แท้จริงแล้วเป็นวิธีที่สมองของเขาใช้ในการจัดการกับความรู้สึกวุ่นวายภายในจิตใจและช่วยให้เขารู้สึกสงบลง
วิธีดูแลและฝึกพัฒนาการ: เปิดประตูให้ลูกก้าวออกสู่โลกกว้าง
เมื่อลูกได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคออทิสติกสเปกตรัมแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อมาคือการเข้ารับการกระตุ้นและฝึกพัฒนาการอย่างถูกวิธีโดยทีมแพทย์ นักแก้ไขการพูด นักกิจกรรมบำบัด และนักจิตวิทยา
การฝึกไม่ได้แปลว่าเป็นการรักษาให้หายขาดเหมือนโรคติดเชื้อทั่วไป แต่เป็นการติดอาวุธทางปัญญาและทักษะสังคมให้น้องสามารถสื่อสารความต้องการของตัวเองได้ ลดพฤติกรรมที่สร้างความคับข้องใจ และดึงศักยภาพที่มีอยู่ในตัวเขาออกมาให้มากที่สุด นอกจากนี้ ครอบครัวคือบ้านหลังแรกที่สำคัญที่สุด การที่คุณพ่อคุณแม่นำเทคนิคที่หมอแนะนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เล่นกับลูกอย่างถูกวิธี และมีความเข้าใจในตัวตนของเขา จะช่วยให้น้องมีพัฒนาการก้าวกระโดดได้อย่างไม่น่าเชื่อ