ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกแหวะนมแค่ไหนที่เรียกว่าปกติ

คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักจะตกใจทุกครั้งที่เห็นลูกแหวะนมออกมาหลังจากเพิ่งอิ่ม โดยเฉพาะในช่วงวัยทารกแรกเกิดถึง 4 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่กล้ามเนื้อหูรูดบริเวณกระเพาะอาหารยังทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้มีอาการสำลักหรือแหวะนมออกมาได้ง่าย โดยส่วนใหญ่แล้วหากลูกยังดูร่าเริง น้ำหนักตัวขึ้นตามเกณฑ์ และไม่มีอาการหงุดหงิดงอแงหลังแหวะนม เรามักถือว่าเป็นภาวะปกติที่เรียกว่า Happy Spitter หรือเด็กที่แหวะนมแต่ยังมีความสุขดีครับ

วิธีตรวจเช็กความรุนแรงของอาการแหวะนมในมุมมองหมอเด็ก

เวลาที่พาลูกมาพบคุณหมอ เราจะไม่ได้ดูแค่ว่าลูกแหวะบ่อยแค่ไหน แต่เราจะเน้นการประเมินความรุนแรงของอาการแหวะนมโดยกุมารแพทย์ผ่านกระบวนการสำคัญดังนี้

  • การซักประวัติอย่างละเอียด: หมอจะถามถึงลักษณะสิ่งที่แหวะออกมา เช่น มีสีเขียวปนหรือไม่ มีเลือดปนไหม ปริมาณมากน้อยเพียงใด และที่สำคัญคือ ลูกมีอาการอาเจียนพุ่งรุนแรงหลังจากกินนมหรือไม่
  • การตรวจร่างกายเพื่อหาภาวะแทรกซ้อน: เราจะดูว่าเด็กมีภาวะขาดน้ำจากการเสียสารอาหารผ่านการอาเจียนไหม มีการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร หรือมีปัญหาเรื่องการเติบโตที่ช้ากว่ามาตรฐานหรือไม่
  • การสังเกตพฤติกรรมขณะกินนม: การที่ลูกร้องไห้ขณะกินนมหรือบิดตัวไปมาอาจเป็นสัญญาณของกรดไหลย้อน ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของลูกมากกว่าแค่เรื่องแหวะนมธรรมดา

เช็กสัญญาณเตือนแบบไหนที่ต้องพามาหาหมอทันที

แม้ว่าการแหวะนมจะเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย แต่หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นอาการเหล่านี้ ควรพาลูกมาตรวจประเมินกับกุมารแพทย์โดยเร็วที่สุด

  • อาเจียนพุ่ง: หากลูกอาเจียนออกมาแรงและพุ่งเป็นสาย โดยเฉพาะในเด็กเล็ก อาจเป็นสัญญาณของภาวะหูรูดกระเพาะอาหารส่วนปลายตีบตัน
  • น้ำหนักตัวไม่ขึ้น: หากลูกมีอาการแหวะนมร่วมกับน้ำหนักตัวลดลง หรือเพิ่มขึ้นช้ากว่าเกณฑ์อย่างเห็นได้ชัด
  • อาเจียนเป็นสีเขียวหรือปนเลือด: นี่ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องได้รับการตรวจสอบทันทีเพื่อหาสาเหตุของการอุดตันในลำไส้หรือแผลในกระเพาะอาหาร
  • ลูกดูทรมานผิดปกติ: เช่น ร้องไห้โยเยตลอดเวลาหลังกินนม หรือมีอาการไอเรื้อรัง หอบเหนื่อย ซึ่งอาจเกิดจากการที่น้ำนมย้อนขึ้นมาทำให้หลอดลมระคายเคือง

วิธีดูแลเบื้องต้นเมื่อลูกเริ่มแหวะบ่อย

หากคุณหมอประเมินแล้วว่าลูกยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ การปรับพฤติกรรมเล็กน้อยสามารถช่วยลดความถี่ของอาการลงได้ เช่น การจัดท่าให้ลูกนั่งตัวตรงขณะกินนม การแบ่งปริมาณนมให้กินทีละน้อยแต่บ่อยขึ้น และการอุ้มเรอทุกครั้งหลังมื้อนม สิ่งเหล่านี้ช่วยลดแรงดันในกระเพาะอาหารและช่วยให้ลูกสบายตัวขึ้นมากครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down