ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ค่ำคืนหนึ่งในห้องตรวจกุมารเวช มีคุณพ่อคุณแม่คู่หนึ่งอุ้มลูกน้อยวัยสองขวบที่กำลังตัวร้อนจี๋เข้ามาด้วยความกังวลใจ คำถามแรกหลังจากทักทายกันมักจะเป็น "คุณหมอ ขอยาฆ่าเชื้อแรงๆ ให้ลูกหน่อยได้ไหม กลัวลูกไม่หาย" หรือ "กินยาแก้อักเสบขวดเดิมที่บ้านได้ไหมหมอ" ความห่วงใยนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ดีเมื่อเห็นลูกเจ็บป่วย แต่ในฐานะหมอเด็ก สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าไข้ตัวร้อน คือความเข้าใจผิดจนนำไปสู่ ปัญหาการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างพร่ำ เพื่อรักษาโรคที่ไม่ได้เกิดจากแบคทีเรีย

แยกให้ออกก่อน: ไข้หวัดจากไวรัส กับ การติดเชื้อแบคทีเรีย ต่างกันอย่างไร?

เวลาที่เด็กๆ มีไข้ มีน้ำมูก หรือไอ เกือบ 90% เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่หายได้เองด้วยภูมิต้านทานของร่างกาย ยาปฏิชีวนะไม่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อไวรัสแม้แต่น้อย แต่บ่อยครั้งที่คุณพ่อคุณแม่มักเข้าใจสับสนระหว่างโรคจากไวรัสและแบคทีเรีย

  • ไข้จากเชื้อไวรัส: มักมีอาการหลายระบบร่วมกัน เช่น มีไข้ มีน้ำมูกใส ไอ จาม ตาแดง หรืออาจมีท้องเสียร่วมด้วย อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเองตามลำดับภายใน 5-7 วัน โดยอาศัยการพักผ่อนและการรักษาตามอาการ
  • ไข้จากแบคทีเรีย: มักมีอาการเฉพาะที่และรุนแรงกว่า เช่น เจ็บคอมากกลืนน้ำลายแทบไม่ได้และตรวจพบต่อมทอนซิลมีจุดหนอง มีไข้สูงลอยโดยไม่มีน้ำมูก หรือมีแผลพุพองเป็นหนองตามผิวหนัง ซึ่งกรณีเหล่านี้ต่างหากที่จำเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะ

ทำความเข้าใจใหม่: ยาฆ่าเชื้อ ไม่ใช่ ยาแก้อักเสบ และไม่ได้ช่วยลดไข้

หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือการเรียก ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) ว่า ยาแก้อักเสบ จนทำให้เข้าใจไปว่าเมื่อคออักเสบแดง หรือร่างกายมีการอักเสบจากไข้หวัด จะต้องกินยานี้เพื่อลดการอักเสบ

ในความเป็นจริง ยาปฏิชีวนะมีหน้าที่เพียงอย่างเดียวคือฆ่าหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ไม่ได้มีฤทธิ์ลดไข้ ไม่ได้ลดอาการปวด และไม่ได้ลดการอักเสบ การให้ลูกกินยานี้เมื่อเป็นหวัดจากไวรัสจึงไม่ต่างจากการให้ลูกกินยาที่ไม่มีผลในการรักษาโรค แต่กลับต้องรับผลข้างเคียงจากยาไปเต็มๆ

อันตรายแฝงเมื่อลูกรักได้รับยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น

การตัดสินใจซื้อยาปฏิชีวนะมาให้ลูกกินเอง หรือการรบเร้าให้แพทย์จ่ายยาฆ่าเชื้อทุกครั้งที่ลูกมีไข้ นำมาซึ่งผลกระทบระยะยาวที่น่ากลัวกว่าที่คิด

  • ทำลายจุลินทรีย์ตัวดีในลำไส้: ยาปฏิชีวนะไม่สามารถแยกแยะได้ว่าแบคทีเรียตัวไหนดีหรือเลว ยาจะเข้าไปทำลายจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ของเด็ก ส่งผลให้ลูกมีอาการท้องเสีย ท้องอืด หรือระบบขับถ่ายรวนหลังจากกินยา
  • กระตุ้นให้เกิดเชื้อดื้อยา: นี่คือวิกฤตการณ์ใหญ่ระดับโลก เมื่อเชื้อแบคทีเรียเรียนรู้และพัฒนาตัวเองจนดื้อยา วันข้างหน้าหากลูกติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรงขึ้นมาจริงๆ ยาปฏิชีวนะสูตรธรรมดาอาจใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป และต้องใช้ยาที่แรงขึ้น ซึ่งมีผลข้างเคียงสูงและรักษาได้ยากขึ้น
  • เสี่ยงต่อการแพ้ยา: ยาปฏิชีวนะเป็นหนึ่งในกลุ่มยาที่เด็กแพ้บ่อยที่สุด ตั้งแต่อาการผื่นคัน ลมพิษ ไปจนถึงอาการรุนแรงอย่างผิวหนังลอกเป็นแผลพุพองทั่วตัว หรือหายใจติดขัด ซึ่งอันตรายถึงชีวิต

วิธีดูแลลูกน้อยเมื่อมีไข้จากไวรัส ให้หายดีได้โดยไม่ต้องพึ่งยาฆ่าเชื้อ

เมื่อทราบแล้วว่ายาฆ่าเชื้อไม่จำเป็นสำหรับไข้หวัดจากไวรัส หน้าที่สำคัญของคุณพ่อคุณแม่คือการช่วยส่งเสริมให้ร่างกายของลูกต่อสู้กับเชื้อไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

  • เช็ดตัวลดไข้อย่างถูกวิธี: ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นหรือน้ำอุณภูมิห้อง บิดหมาด เช็ดตัวย้อนรูขุมขนเพื่อระบายความร้อน โดยเน้นบริเวณข้อพับต่างๆ เช่น ขาหนีบ รักแร้ และซอกคอ
  • ให้ยาลดไข้ตามน้ำหนักตัว: ยาพาราเซตามอลสามารถให้ได้ทุก 4-6 ชั่วโมงเมื่อมีไข้สูง โดยต้องคำนวณปริมาณยาตามน้ำหนักตัวของลูกอย่างถูกต้อง หลีกเลี่ยงการกะปริมาณยาด้วยสายตา
  • กระตุ้นให้ดื่มน้ำบ่อยๆ: ไข้สูงทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ การจิบน้ำอุ่น น้ำผลไม้ หรือนมทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง จะช่วยลดความร้อนในร่างกายและป้องกันภาวะขาดน้ำได้ดี
  • พักผ่อนให้เพียงพอและระบายอากาศในห้อง: สวมใส่เสื้อผ้าโปร่งสบาย ไม่หนาหรือคับจนเกินไป และหลีกเลี่ยงการเปิดพัดลมจ่อตัวลูกโดยตรง

สัญญาณเตือนที่ต้องรีบพาลูกมาพบแพทย์ทันที

แม้ว่าไข้จากไวรัสส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องคอยเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด หากพบอาการผิดปกติเหล่านี้ ไม่ควรรอช้าและควรรีบนำส่งโรงพยาบาล

  • ลูกมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่เล่น ไม่กินนม หรือเอาแต่ร้องงอแงไม่ยอมนอน
  • มีอาการหายใจหอบเร็ว ชายโครงบุ๋ม หรือหายใจมีเสียงครืดคราด
  • ไข้สูงลอยไม่ยอมลดลงเลยแม้จะเช็ดตัวและป้อนยาลดไข้แล้วเกิน 3 วัน
  • มีอาการชักเกร็ง หรือมีผื่นแดงจุดเลือดออกตามผิวหนัง

การรักษาโรคอย่างถูกต้องและปลอดภัย ไม่ใช่การได้รับยาจำนวนมาก แต่คือการได้รับยาที่ตรงกับสาเหตุของโรค การร่วมมือกันหลีกเลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่เหมาะสม จะช่วยปกป้องลูกรักจากอันตรายของเชื้อดื้อยา และสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงให้กับเขาในระยะยาว

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down