ลูกไม่สบายตอนดึก แม่ควรใจเย็นหรือรีบอุ้มลูกส่งโรงพยาบาลดี?
เวลาลูกตัวร้อน น้ำมูกไหล หรือร้องงอแงตอนกลางคืน คนเป็นพ่อเป็นแม่คงใจคอไม่ดี วนเวียนอยู่กับการหายาลดไข้ เช็ดตัว และคอยนั่งเฝ้าด้วยความเป็นห่วง คำถามยอดฮิตที่หมอได้ยินบ่อยเวลาตรวจที่คลินิกคือ อาการแบบไหนกันแน่ที่แปลว่าป่วยธรรมดา และแบบไหนคือสัญญาณอันตรายที่รอถึงเช้าไม่ได้
ในฐานะหมอเด็กและคนเป็นพ่อคนหนึ่ง หมอเข้าใจดีถึงความกังวลใจนี้ครับ วันนี้เรามาคุยกันแบบพี่น้องและคนในครอบครัว ถึงเกณฑ์สำคัญในการสังเกตอาการป่วยของเจ้าตัวเล็ก เพื่อให้พ่อแม่ตัดสินใจพาไปโรงพยาบาลได้อย่างทันท่วงที ไม่ตื่นตระหนกจนเกินไป แต่ก็ไม่ชะล่าใจจนสายเกินแก้
หายใจลำบาก หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม: สัญญาณวิกฤตที่รอไม่ได้
อาการทางระบบทางเดินหายใจเป็นเรื่องที่ต้องระวังเป็นอันดับต้นๆ เพราะเด็กเล็กมักจะทรุดลงเร็วมาก หากลูกมีอาการเหล่านี้ ถือเป็นข้อบ่งชี้สำคัญที่ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันที
- หายใจเร็วกว่าปกติ: สังเกตจากหน้าท้องหรือหน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงเร็วกว่าปรกติอย่างเห็นได้ชัด
- หายใจมีเสียงดังแปลกๆ: เช่น เสียงฮืด เสียงครืดคราดในลำคอ หรือเสียงหวีดเวลาหายใจออก
- หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม ท้องบุ๋ม หรือคอหอยบุ๋ม: เวลาหายใจเข้าแล้วเนื้อตัวช่วงหน้าอกบุ๋มลงไปตามแรงดึง แสดงว่าลูกต้องใช้กล้ามเนื้อช่วยหายใจอย่างหนัก
- ริมฝีปากหรือปลายนิ้วเริ่มเขียวคล้ำ: นี่คือสัญญาณเตือนว่าร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ อันตรายถึงชีวิต
ไข้สูงในเด็กเล็ก และอาการซึมไม่ยอมตื่น
ไข้สูงไม่ได้น่ากลัวเท่ากับอาการทางระบบประสาทและความรู้สึกตัวของเด็ก โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 3 เดือน หากมีไข้สูง ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบวัน ส่วนเด็กโต ให้สังเกตเรื่องความสดชื่นร่วมด้วย
- เด็กอายุต่ำกว่า 3 เดือนมีไข้: ต่อให้ไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย ก็ต้องพาไปโรงพยาบาลทันที เพราะภูมิคุ้มกันยังน้อยมาก มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อรุนแรงในกระแสเลือดหรือเยื่อหุ้มสมอง
- ไข้สูงลอยและกินยาลดไข้แล้วไม่ยอมลง: เช็ดตัวและให้ยาตามน้ำหนักแล้วไข้ยังค้างอยู่ที่เลขสูงๆ ตลอดเวลา
- ซึมลงอย่างเห็นได้ชัด: ปลุกตื่นยาก ไม่สบตา ไม่สนใจสิ่งรอบตัว เล่นไม่ไหว หรือร้องกวนแบบไม่มีสาเหตุและปลอบอย่างไรก็ไม่หยุด
- มีอาการชักเกร็ง: ไม่ว่าจะเป็นการชักแบบตาค้าง ตัวเกร็ง หรือกระตุกตามร่างกาย แม้ว่าไข้จะลดแล้วก็ตาม ต้องไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจหาสะเก็ดโรคหรือสาเหตุที่แท้จริง
อาเจียนพุ่ง ท้องร่วงหนัก จนร่างกายขาดน้ำ
โรคทางเดินอาหารมักมากับอาการท้องเสียและอาเจียน สิ่งที่หมอกังวลไม่ใช่ตัวโรคโดยตรง แต่คือภาวะขาดน้ำที่จะตามมา ซึ่งอันตรายมากในเด็กเล็ก
หากลูกอาเจียนทุกครั้งที่ดื่มน้ำ กินอะไรไม่ได้เลย หรือถ่ายเหลวเป็นน้ำจำนวนมากติดต่อกันหลายครั้ง ร่วมกับอาการเหล่านี้ แปลว่าร่างกายขาดน้ำรุนแรง ได้แก่ ปากแห้งลิ้นแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะไม่ออกเลยเกิน 6 ชั่วโมง หรือเวลาจับผิวหนังแล้วดูเหี่ยวไม่เด้งกลับเข้าที่ อาการเหล่านี้ต้องได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำที่โรงพยาบาลโดยด่วน
ผื่นขึ้นตามตัวพร้อมไข้สูง และอาการปวดท้องรุนแรง
นอกจากไข้และระบบทางเดินหายใจแล้ว ยังมีกลุ่มอาการเฉพาะที่บอกว่าลูกอาจกำลังเผชิญกับโรคติดเชื้อที่รุนแรง
หากสังเกตเห็นผื่นขึ้นตามตัว โดยเฉพาะผื่นสีแดงเข้มหรือม่วงคล้ำที่ไม่จางหายไปเมื่อเราใช้นิ้วกดลงไป (Non-blanching rash) ให้รีบพาไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคไข้กาฬหลังแอ่นหรือการติดเชื้อในกระแสเลือด นอกจากนี้ อาการปวดท้องรุนแรงจนเด็กงอตัว ร้องกวนตลอดเวลา หรือคลำเจอก้อนที่ท้อง ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ไม่ควรฝืนรอดูอาการที่บ้าน
สัญชาตญาณคนเป็นแม่พ่อ สำคัญที่สุด
ตำราแพทย์หรือบทความบนอินเทอร์เน็ตอาจมีเกณฑ์บอกไว้ชัดเจน แต่ในฐานะหมอ หมอมักจะบอกคุณพ่อคุณแม่เสมอว่า สัญชาตญาณความรู้สึกของคุณแม่คือสิ่งที่มีค่ามากที่สุด หากรู้สึกว่าวันนี้ลูกแปลกไป ไม่เหมือนเวลาป่วยธรรมดา แม้จะไม่มีอาการรุนแรงตามเช็กลิสต์ข้างต้น แต่มีความรู้สึกในใจลึกๆ ว่าลูกดูแย่ลง หรือไม่สบายใจเอามากๆ การพามาให้หมอตรวจที่โรงพยาบาลย่อมปลอดภัยที่สุดเสมอครับ