ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่เราดูแลคนในครอบครัวที่มีปัญหาเรื่องการกลืน โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียงที่มีเสมหะในคอเยอะๆ สิ่งหนึ่งที่หมอมักจะเจอและเป็นกังวลอยู่บ่อยครั้งคือ อาการสำลักเวลากินข้าว กินน้ำ หรือแม้แต่การสำลักน้ำลายตัวเอง จนสุดท้ายมักจะหนีไม่พ้นเรื่องปอดอักเสบตามมา ซึ่งเป็นอาการที่น่ากลัวและต้องระวังมากๆ ในคนไข้กลุ่มนี้

ทำไมผู้ป่วยที่มีปัญหาการกลืน ถึงเสี่ยงเป็นปอดอักเสบได้ง่ายจัง?

ลองนึกภาพตามง่ายๆ นะครับ ปกติเวลาที่เรากลืนอาหาร หลอดลมของเราจะปิดสนิทเพื่อให้อาหารเดินทางลงไปที่หลอดอาหารได้อย่างปลอดภัย แต่ในผู้ป่วยที่มีปัญหาการกลืน กล้ามเนื้อคอและกลไกการป้องกันเหล่านี้ทำงานได้ไม่เต็มที่ อาหาร น้ำ หรือแม้แต่เสมหะเหนียวๆ ที่สะสมอยู่ในคอ จึงไหลหลุดรอดลงไปในหลอดลมและลงสู่ปอดได้โดยง่าย

เมื่อสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ลงไปถึงปอด พร้อมกับแบคทีเรียที่ติดมาด้วย ร่างกายจึงเกิดการอักเสบขึ้น กลายเป็นภาวะปอดอักเสบจากการสำลักในผู้ป่วย ซึ่งมักจะมีอาการไข้ ไอ และหอบเหนื่อยตามมาอย่างรวดเร็ว

สัญญาณเตือนภัย: สังเกตอย่างไรว่าคนไข้กำลังสำลักหรือปอดเริ่มอักเสบ?

คนไข้หลายคนไม่ได้ไอโขลกออกมาเวลาสำลักเสมอไป หมออยากให้สังเกตอาการเหล่านี้ให้ดี:

  • เสียงเปลี่ยนไป: เสียงแหบ หรือมีเสียงก.ก.อยู่ในคอตลอดเวลาหลังกินอาหาร
  • ไอหรือสำลัก: ไอเรื้อรังระหว่างหรือหลังมื้ออาหารทันที
  • หายใจลำบาก: หายใจเร็ว หายใจมีเสียงครืดคราด หรืออกบุ๋มเวลาหายใจ
  • ไข้ต่ำๆ: มีไข้โดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณแรกของภาวะปอดอักเสบจากการสำลักในผู้ป่วยติดเตียง

วิธีดูแลและป้องกันการสำลักในชีวิตประจำวัน

การป้องกันไม่ให้เกิดการสำลักตั้งแต่แรก คือสิ่งที่ดีที่สุดที่ผู้ดูแลสามารถทำได้ โดยมีแนวทางปฏิบัติง่ายๆ ดังนี้ครับ

ปรับท่าทางเวลาป้อนอาหารและน้ำ

ห้ามป้อนอาหารขณะที่คนไข้นอนราบเด็ดขาด ควรจัดให้ผู้ป่วยนั่งตัวตรง หรือปรับหัวเตียงให้สูงขึ้นอย่างน้อย 45 ถึง 90 องศา และให้คงท่านั้นไว้ต่ออีกประมาณ 30 นาทีหลังมื้ออาหาร เพื่อป้องกันอาหารไหลย้อนกลับ

เลือกอาหารที่มีความขืดพอเหมาะ

อาหารเหลวใสอย่างน้ำเปล่ามักจะสำลักง่ายที่สุด ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารเพื่อใช้ผงเพิ่มความข้นหนืดผสมในน้ำหรืออาหาร เพื่อให้ผู้ป่วยกลืนได้ง่ายขึ้นและควบคุมทิศทางได้ดีขึ้น

จัดการกับปัญหาเสมหะล้นคอ

หากผู้ป่วยมีเสมหะมาก ควรช่วยเคาะปอดและดูดเสมหะออกตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อลดปริมาณเสมหะที่จะไหลลงหลอดลม รวมถึงฝึกให้ผู้ป่วยจิบน้ำบ่อยๆ เพื่อละลายเสมหะไม่ให้เหนียวข้นจนเกินไป

เมื่อไหร่ที่ต้องพาผู้ป่วยไปหาหมอทันที?

หากสังเกตเห็นว่าผู้ป่วยมีไข้สูง หายใจหอบเหนื่อยมาก ปากเล็บเริ่มเขียวคล้ำ หรือซึมลง ไม่ควรปล่อยไว้เด็ดขาด อาการเหล่านี้บอกว่าเชื้อโรคลงปอดและอาจลุกลามจนเป็นอันตรายถึงชีวิต รีบพามาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อรับยาปฏิชีวนะและการรักษาที่ตรงจุดโดยด่วนครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down