ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เคยไหมที่เสียงแอร์ในห้องทำงานดังจนแทบเสียสติ หรือแค่แสงไฟนีออนก็ทำให้ปวดหัวจี๊ด?

หลายครั้งที่หมอตรวจคนไข้ แล้วพบว่ามีอาการแปลกๆ เช่น รำคาญเสียงเคี้ยวข้าวของคนใกล้ตัวอย่างรุนแรง ใส่เสื้อผ้าเนื้อผ้าบางชนิดแล้วรู้สึกเหมือนถูกเข็มทิ่ม หรือแค่ได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ก็เวียนหัวจนคลื่นไส้ อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องของการคิดไปเอง แต่เป็นสัญญาณของ ภาวะความผิดปกติของประสาทสัมผัส ที่ทำให้สมองรับข้อมูลจากสิ่งแวดล้อมได้ไวและเข้มข้นกว่าคนทั่วไป

ทำไมสมองเราถึงรับความรู้สึกไวผิดปกติ?

ในสภาวะปกติ สมองจะทำหน้าที่เป็นตัวกรองข้อมูลที่ผ่านเข้ามาจากประสาทสัมผัสทั้งห้า แต่สำหรับผู้ที่มี ภาวะความผิดปกติของประสาทสัมผัส ตัวกรองนี้กลับทำงานบกพร่อง ทำให้ข้อมูลทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเสียง แสง กลิ่น หรือการสัมผัส พุ่งตรงเข้าสู่สมองในระดับที่เข้มข้นเท่ากันหมด สมองจึงประมวลผลข้อมูลเหล่านี้มากเกินไป (Sensory Overload) ส่งผลให้ร่างกายตอบสนองด้วยความเครียด ความวิตกกังวล หรือความรู้สึกอยากหนีออกจากสถานการณ์นั้นทันที

เสียง แสง กลิ่น สัมผัส: สัญญาณเตือนที่สังเกตได้ในชีวิตประจำวัน

อาการของภาวะนี้ไม่ได้มีรูปแบบตายตัว แต่ละคนอาจไวต่อสิ่งเร้าไม่เหมือนกัน ที่หมอมักพบได้บ่อย ได้แก่:

  • ไวต่อเสียง: รู้สึกรำคาญเสียงที่ไม่ดังมาก เช่น เสียงพิมพ์คีย์บอร์ด เสียงนาฬิกาเดิน หรือเสียงคนคุยกันในระดับปกติ
  • ไวต่อแสง: แสงจ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือแสงแดดทำให้ปวดตาและเวียนหัวง่าย
  • ไวต่อสัมผัส: ไม่ชอบใส่เสื้อผ้าที่มีป้ายยี่ห้อติดคอ หรือรู้สึกแย่เวลาคนมาแตะตัวโดยไม่บอก
  • ไวต่อกลิ่น: กลิ่นจางๆ ที่คนอื่นไม่ได้กลิ่น กลับทำให้เกิดอาการคลื่นไส้หรือปวดหัวอย่างรุนแรง

เราจะจัดการกับความรู้สึกที่ล้นเกินนี้ได้อย่างไร?

การอยู่กับภาวะนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สามารถปรับตัวได้ผ่านการจัดการสิ่งแวดล้อม ดังนี้:

  • การจัดโซนปลอดภัย: สร้างมุมที่เงียบ สงบ และแสงไม่จ้า เพื่อให้สมองได้พักเมื่อรู้สึกว่าข้อมูลรอบตัวเริ่มเยอะเกินไป
  • ใช้อุปกรณ์ช่วยกรอง: การใช้หูฟังตัดเสียงรบกวน (Noise Cancelling) หรือแว่นตากันแดดเมื่อต้องออกไปในที่ที่มีแสงจ้า จะช่วยลดภาระการทำงานของสมองได้มหาศาล
  • การฝึกกำหนดลมหายใจ: เมื่อเริ่มรู้สึกว่าถูกกระตุ้นมากเกินไป การดึงสติกลับมาที่ลมหายใจจะช่วยลดการตอบสนองแบบสู้หรือหนีของร่างกายลงได้

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาหมอเพื่อการรักษาจริงจัง?

หากอาการเหล่านี้เริ่มส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต เช่น ไม่สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ หลีกเลี่ยงการเข้าสังคมจนแยกตัวจากคนรอบข้าง หรือมีอาการนอนไม่หลับเรื้อรัง หมอแนะนำว่าไม่ควรปล่อยไว้ การเข้ามาพูดคุยกับแพทย์เฉพาะทางหรือนักกิจกรรมบำบัดจะช่วยให้คุณเข้าใจกลไกของสมองตัวเองมากขึ้น และอาจมีการฝึกฝนเพื่อสร้างตัวกรองประสาทสัมผัสให้ทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยให้คุณใช้ชีวิตในโลกที่วุ่นวายนี้ได้อย่างมีความสุขและสงบมากขึ้นครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down