ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เสียงดัง แสงจ้า หรือแค่สัมผัสตัวก็สะดุ้ง: สัญญาณเตือนของร่างกาย

หลายครั้งที่หมอตรวจคนไข้ มักจะเจอคำบอกเล่าว่า รู้สึกหงุดหงิดง่ายเมื่อเจอเสียงคนคุยกันในออฟฟิศ หรือแค่แสงไฟนีออนในร้านค้าก็ทำให้ปวดหัวตุบๆ จนแทบอยากจะวิ่งหนี อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องของการคิดไปเองหรือเป็นคนอ่อนไหวจนเกินเหตุ แต่มันคือ ภาวะความผิดปกติของประสาทสัมผัส ที่ระบบประมวลผลในสมองของแต่ละคนตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัวไม่เหมือนกัน

ภาวะความผิดปกติของประสาทสัมผัส คืออะไรกันแน่

โดยปกติแล้ว สมองของคนเราทำหน้าที่เหมือนตัวกรองข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นเสียง กลิ่น ผิวสัมผัส หรือแสง แต่สำหรับคนที่มีภาวะนี้ ตัวกรองในสมองกลับทำงานหนักเกินไปหรือทำงานผิดพลาด ทำให้ข้อมูลทุกอย่างที่เข้ามาถูกรับรู้ด้วยความเข้มข้นที่มากกว่าคนทั่วไป หลายคนจึงรู้สึกเหมือนถูกรุมเร้าด้วยกระแสข้อมูลตลอดเวลาจนรับมือไม่ไหว

ทำไมเราถึงไวต่อความรู้สึกมากกว่าคนอื่น

สาเหตุของเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ปัจจัยเดียว แต่เป็นเรื่องของความซับซ้อนในระบบประสาท ซึ่งพบได้บ่อยในกลุ่มคนดังนี้

  • กลุ่มเด็กที่มีพัฒนาการทางระบบประสาทแตกต่าง: มักพบในเด็กที่มีภาวะออทิสติกหรือสมาธิสั้น ซึ่งสมองมีการเชื่อมต่อที่ทำให้รับสัญญาณความรู้สึกได้ไวเป็นพิเศษ
  • คนที่มีความวิตกกังวลสะสม: ภาวะความเครียดเรื้อรังทำให้ระบบประสาทส่วนกลางตื่นตัวตลอดเวลา จนไวต่อสิ่งกระตุ้นรอบข้างมากขึ้น
  • พันธุกรรมและลักษณะนิสัย: บางคนเกิดมาพร้อมกับระบบประสาทที่ละเอียดอ่อนโดยธรรมชาติ หรือที่เรียกว่า Highly Sensitive Person (HSP)

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเรากำลังมีปัญหานี้อยู่

ลองสังเกตตัวเองดูว่ามีอาการเหล่านี้เป็นประจำหรือไม่ หากมีมากกว่าหนึ่งข้อ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าระบบประสาทของคุณกำลังทำงานหนักเกินไป

  • รู้สึกรำคาญเสียงที่คนอื่นมองว่าปกติ เช่น เสียงนาฬิกาเดิน เสียงพิมพ์คีย์บอร์ด หรือเสียงเคี้ยวอาหาร
  • ทนต่อแสงแดดจ้าหรือแสงไฟในห้างไม่ได้จนปวดตาหรือเวียนหัว
  • ไม่ชอบการสัมผัสตัว หรือรู้สึกขัดใจกับเนื้อผ้าบางชนิดที่เสียดสีผิวหนัง
  • หลีกเลี่ยงสถานที่คนพลุกพล่านเพราะรู้สึกเหนื่อยล้าหรือวิตกกังวลอย่างรวดเร็ว

ปรับจูนการใช้ชีวิต เพื่อให้อยู่กับความรู้สึกไวเกินไปได้ดีขึ้น

แม้ภาวะนี้จะไม่ใช่โรคที่ต้องกินยาไปตลอดชีวิต แต่เราสามารถเรียนรู้วิธีอยู่กับมันได้อย่างมีความสุขด้วยการปรับสภาพแวดล้อม ดังนี้

  • ลดสิ่งเร้าด้วยตัวช่วย: หากต้องอยู่ในที่เสียงดัง การใช้ที่อุดหู (Earplugs) หรือหูฟังตัดเสียงรบกวนช่วยได้มาก หรือการสวมแว่นกันแดดเมื่อต้องออกที่แจ้งจะช่วยลดความเหนื่อยล้าของสมองได้ดี
  • สร้างพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone): จัดมุมสงบในบ้านที่ไม่มีเสียงรบกวนและแสงไฟไม่จ้า เพื่อให้สมองได้พักฟื้นจากข้อมูลภายนอก
  • ฝึกสติและเทคนิคผ่อนคลาย: การฝึกหายใจหรือทำสมาธิช่วยปรับระดับความตื่นตัวของระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เราตั้งรับกับสิ่งเร้าได้นิ่งขึ้น

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาคุณหมอ

หากอาการเหล่านี้เริ่มกระทบต่อการทำงาน การเรียน หรือความสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน จนทำให้เราต้องเก็บตัวหรือเกิดความเครียดสะสม การเข้ามาปรึกษาแพทย์หรือนักจิตวิทยาจะช่วยให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น รวมถึงอาจมีการบำบัดทางพฤติกรรมหรือการปรับเปลี่ยนวิธีการรับมือที่เฉพาะเจาะจงกับแต่ละบุคคล เพื่อให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจและมีความสุขอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down