ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำความเข้าใจก่อนว่า แบบไหนถึงเรียกว่าเรากำลังมีปัญหาเรื่องการขับถ่าย

หลายคนมักเข้าใจผิดว่าต้องถ่ายทุกวันถึงจะปกติ แต่จริงๆ แล้วทางการแพทย์ไม่ได้ยึดติดกับตัวเลขวันต่อวันเสมอไป ภาวะท้องผูกหรือมีปัญหาในการขับถ่าย คือการที่เรารู้สึกว่าถ่ายยาก ต้องออกแรงเบ่งมากเกินไป อุจจาระมีลักษณะแข็งเป็นก้อนเหมือนเม็ดกระสุน หรือมีความรู้สึกเหมือนถ่ายไม่สุด แม้จะนั่งอยู่ในห้องน้ำนานแค่ไหนก็ตาม โดยมักเกิดร่วมกับความถี่ที่น้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ หากใครมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่องเกิน 3 เดือน ถือว่าเป็นภาวะท้องผูกเรื้อรังที่ควรหันมาใส่ใจดูแลอย่างจริงจัง

สาเหตุหลักที่ทำให้ลำไส้ของเราขี้เกียจทำงาน

ส่วนใหญ่ปัญหาการขับถ่ายไม่ได้มาจากโรคภัยร้ายแรงเสมอไป แต่มักมาจากไลฟ์สไตล์ที่เรามองข้ามไปโดยไม่รู้ตัว ซึ่งมีปัจจัยหลักๆ ดังนี้

  • การกินอาหารที่มีกากใยน้อยเกินไป โดยเฉพาะผัก ผลไม้ และธัญพืช
  • ร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ ทำให้ลำไส้ดึงน้ำกลับจากอุจจาระจนแข็งตัว
  • การกลั้นอุจจาระบ่อยๆ เมื่อรู้สึกปวดแต่ไม่ได้เข้าห้องน้ำทันที จะทำให้ลำไส้ใหญ่ดูดน้ำกลับจนอุจจาระแห้งและแข็งขึ้น
  • ขาดการออกกำลังกาย เพราะการเคลื่อนไหวของร่างกายช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้
  • ความเครียดและพฤติกรรมเร่งรีบในช่วงเช้า ทำให้จังหวะการขับถ่ายของร่างกายเสียไป

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อการขับถ่ายที่ดีขึ้นในระยะยาว

หากอยากบอกลาภาวะท้องผูกโดยไม่ต้องพึ่งยาระบายตลอดเวลา การปรับสมดุลชีวิตคือหัวใจสำคัญที่สุด ลองเริ่มจากสิ่งเหล่านี้

เพิ่มกากใยให้ลำไส้ด้วยอาหารธรรมชาติ

ลองเปลี่ยนจากแป้งขัดขาวมาเป็นข้าวกล้องหรือธัญพืชไม่ขัดสี เน้นผักใบเขียวให้ได้ครึ่งหนึ่งของจานอาหารในแต่ละมื้อ และเติมผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง เช่น มะละกอ แก้วมังกร หรือลูกพรุน เข้าไปในมื้อว่างจะช่วยให้กากใยอุจจาระมีความนุ่มและขับถ่ายง่ายขึ้น

เทคนิคการดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน

การดื่มน้ำเปล่าให้ถึงวันละ 8-10 แก้วไม่ใช่เรื่องเกินจริง เพราะน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญที่จะทำให้ไฟเบอร์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หากกินไฟเบอร์มากแต่ดื่มน้ำน้อย แทนที่จะถ่ายคล่องอาจจะยิ่งแน่นท้องกว่าเดิมได้

สร้างวินัยการเข้าห้องน้ำให้เป็นเวลา

พยายามฝึกขับถ่ายในช่วงเวลาเดิมทุกวัน โดยเฉพาะช่วงเช้าหลังตื่นนอน เพราะลำไส้จะมีการบีบตัวแรงที่สุดในช่วงนี้ การนั่งชักโครกโดยใช้เก้าอี้ตัวเล็กๆ รองเท้าให้เข่าอยู่สูงกว่าสะโพก จะช่วยให้ลำไส้ตรงอยู่ในท่าที่ขับถ่ายได้ง่ายที่สุด

สัญญาณเตือนแบบไหนที่ควรปรึกษาหมอทันที

แม้ส่วนใหญ่ภาวะท้องผูกจะเกิดจากพฤติกรรม แต่หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรเข้ามาตรวจเช็กอย่างละเอียดเพื่อหาความผิดปกติของลำไส้

  • น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ถ่ายเป็นเลือด หรืออุจจาระมีสีดำคล้ำผิดปกติ
  • อาการท้องผูกสลับกับท้องเสียอย่างต่อเนื่อง
  • มีอาการปวดท้องรุนแรงร่วมด้วย
  • อายุมากกว่า 50 ปีแล้วเพิ่งเริ่มมีอาการท้องผูกเรื้อรัง

การดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้ระบบขับถ่ายกลับมาเป็นปกติได้เร็วขึ้น หากลองปรับพฤติกรรมตามคำแนะนำข้างต้นแล้วยังไม่ดีขึ้น การปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีภาวะซ่อนเร้นอื่นๆ ครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down