ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมเราถึงกลายเป็นคนท้องผูกและขับถ่ายไม่เป็นเวลา

หลายครั้งที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาด้วยปัญหาเรื่องการขับถ่ายลำบาก หรือถ่ายไม่เป็นเวลา จนเกิดอาการอึดอัดแน่นท้อง รู้สึกเหมือนถ่ายไม่สุด ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากโรคภัยร้ายแรง แต่เป็นผลพวงจากการใช้ชีวิตที่เร่งรีบจนลืมฟังเสียงร่างกายตัวเอง ทั้งการกลั้นอุจจาระเพราะงานยุ่ง การดื่มน้ำน้อย หรือการกินอาหารที่มีกากใยไม่เพียงพอ ซึ่งนิสัยเหล่านี้สะสมนานวันเข้า ลำไส้ก็จะเริ่มจดจำพฤติกรรมผิดๆ จนระบบขับถ่ายรวนไปหมด

สัญญาณเตือนว่าถึงเวลาต้องฝึกขับถ่ายใหม่

หากคุณเริ่มรู้สึกว่าต้องใช้เวลาในห้องน้ำนานเกินไป หรือต้องออกแรงเบ่งทุกครั้งที่ถ่าย รวมถึงการรู้สึกปวดท้องแต่ถ่ายไม่ออกในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม นั่นคือสัญญาณบอกว่าลำไส้ใหญ่สูญเสียจังหวะการทำงานไปแล้ว การปรับจูนพฤติกรรมใหม่ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องใช้ความสม่ำเสมอและความเข้าใจว่าทำไมเราถึงต้องฝึกให้เป็นเวลา

เทคนิคปรับพฤติกรรมเพื่อการขับถ่ายที่สมดุล

หัวใจสำคัญของ แนวทางการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและแนวทางการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา คือการสร้างเงื่อนไขใหม่ให้ร่างกาย โดยมีหลักปฏิบัติที่ทำตามได้จริงดังนี้

  • ตื่นนอนมาดื่มน้ำสะอาด 1-2 แก้วทันที เพื่อกระตุ้นการทำงานของลำไส้ใหญ่หลังตื่นนอน
  • จัดสรรเวลานั่งส้วมในช่วงเช้าให้เป็นกิจวัตร แม้จะไม่ปวดก็ตาม เพื่อให้ร่างกายจดจำว่าช่วงเวลานี้คือเวลาของการขับถ่าย
  • ปรับท่านั่งด้วยการหาเก้าอี้ตัวเล็กมาวางรองเท้า เพื่อให้เข่าอยู่สูงกว่าสะโพก ซึ่งเป็นท่านั่งที่ช่วยให้ลำไส้ตรงและถ่ายได้ง่ายขึ้น
  • อย่ากลั้นอุจจาระเด็ดขาด เมื่อรู้สึกปวดควรรีบเข้าห้องน้ำทันที เพราะยิ่งกลั้น ลำไส้จะยิ่งดูดน้ำกลับ ทำให้อุจจาระแข็งและแห้งขึ้นเรื่อยๆ

จัดเมนูอาหารอย่างไรให้ขับถ่ายง่ายขึ้น

อาหารคือเชื้อเพลิงหลักของระบบขับถ่าย การเน้นผักผลไม้ที่มีใยอาหารสูงเป็นเรื่องที่ต้องทำทุกวัน โดยเฉพาะผักใบเขียว แก้วมังกร หรือมะละกอ ซึ่งเป็นตัวช่วยชั้นดี นอกจากนี้ควรเลี่ยงอาหารแปรรูปหรืออาหารที่มีไขมันสูงเกินไป เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้ลำไส้ทำงานหนักและเคลื่อนตัวช้าลง

การออกกำลังกายมีผลต่อการขับถ่ายอย่างไร

การขยับร่างกายช่วยได้มากกว่าที่คิด เพราะลำไส้มีกล้ามเนื้อที่ต้องการแรงกระตุ้นจากการเคลื่อนไหว การเดินเร็วหรือการออกกำลังกายที่เน้นช่วงท้องจะช่วยเพิ่มการบีบตัวของลำไส้ ทำให้การขับถ่ายในแต่ละวันเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายหนัก เพียงแค่ขยับวันละ 20-30 นาที ก็เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน

เมื่อไหร่ที่การฝึกขับถ่ายด้วยตัวเองไม่ได้ผล

หากลองปรับพฤติกรรมมาแล้วหลายสัปดาห์ แต่ยังมีอาการท้องผูกเรื้อรัง ถ่ายมีเลือดปน น้ำหนักลดฮวบ หรือมีอาการปวดท้องรุนแรงร่วมด้วย สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องปกติและไม่ควรฝืนรักษาเอง ควรเข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แน่ชัด เช่น ภาวะลำไส้แปรปรวน หรือการทำงานของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่ผิดปกติ เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมและตรงจุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down