ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เคยไหมที่จู่ๆ วันหนึ่งก็รู้สึกเสียวแปล๊บที่ข้อมือขณะเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำ หรือตื่นนอนมาแล้วมีอาการปวดตึงเหนือก้นกบจนแทบจะก้มผูกเชือกรองเท้าไม่ได้ ทั้งที่จำได้แม่นยำว่าไม่ได้ล้ม ไม่ได้ยกของหนัก และไม่มีอุบัติเหตุใดๆ เกิดขึ้นเลย อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างปุบปับ แต่มันคือผลลัพธ์ของสิ่งที่เราเรียกว่า การบาดเจ็บสะสม หรือในทางการแพทย์มักคุ้นเคยในชื่อ Cumulative Trauma Disorders (CTDs)

ในฐานะหมอที่ตรวจรักษาคนไข้ที่มีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อต่อมานับไม่ถ้วน ผมมักพบว่าคนไข้ส่วนใหญ่ละเลยการดูแลตัวเองเพราะคิดว่าเป็นแค่ความเมื่อยล้าธรรมดาจากการทำงาน แต่แท้จริงแล้ว ร่างกายของเราเปรียบเสมือนเครื่องจักรที่ใช้งานหนักทุกวัน หากมีจุดไหนที่ทำงานผิดท่าทางบ่อยๆ แรงกดทับเพียงเล็กน้อยที่เกิดขึ้นซ้ำๆ จะกลายเป็นการอักเสบเรื้อรังที่รักษายากในที่สุด

ทำไมแรงกดทับเพียงเล็กน้อย ถึงสร้างความเสียหายทางร่างกายได้อย่างมหาศาล?

เมื่อเราพูดถึงการบาดเจ็บ หลายคนมักนึกถึงกระดูกหักหรือกล้ามเนื้อฉีกขาดจากอุบัติเหตุรุนแรง แต่การบาดเจ็บสะสมทำงานต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ทุกครั้งที่เรานั่งหลังค่อม ก้มหน้ามองโทรศัพท์มือถือ หรือเกร็งข้อมือพิมพ์งาน กล้ามเนื้อและเอ็นรอบข้อต่อจะต้องทำงานหนักกว่าปกติเพื่อพยุงร่างกายให้อยู่ในท่าทางนั้น

การเกร็งตัวเป็นเวลานานจะทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อบริเวณนั้นลดลง ส่งผลให้เกิดการขาดออกซิเจนและสารอาหาร จนเกิดเนื้อเยื่อพังผืดขนาดเล็ก (Micro-scarring) ขึ้นมาทดแทน เมื่อเกิดพังผืดสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ กล้ามเนื้อจะสูญเสียความยืดหยุ่น ตึงตัวง่ายขึ้น และในที่สุดเพียงแค่การขยับตัวตามปกติในชีวิตประจำวัน ก็อาจกระตุ้นให้เกิดอาการปวดรุนแรงขึ้นมาได้ทันที

เช็กด่วน! พฤติกรรมเสี่ยงในชีวิตประจำวันที่เรามักทำไปโดยไม่รู้ตัว

ลองมาสำรวจตัวเองไปพร้อมกันว่า ในหนึ่งวันเรามีพฤติกรรมเหล่านี้บ่อยแค่ไหน เพราะนี่คือตัวการหลักที่คอยทำร้ายร่างกายเราทีละนิด

ท่านั่งทำงานแบบตามใจปากแต่ลำบากกระดูก

การนั่งทำงานติดต่อกันเกิน 2 ชั่วโมงโดยไม่เปลี่ยนท่าทาง นั่งหลังค่อม ไหล่ห่อ หรือการยื่นก้มหน้าเข้าหาจอคอมพิวเตอร์ ท่าทางเหล่านี้จะเพิ่มแรงกดทับที่กระดูกสันหลังส่วนคอและส่วนเอวมากกว่าปกติถึง 2-3 เท่า นำไปสู่อาการออฟฟิศซินโดรมและหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทในระยะยาว

ก้มหน้าจดจ่ออยู่กับหน้าจอสมาร์ทโฟน

การก้มศีรษะทำมุม 60 องศาเพื่อมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือ จะทำให้กล้ามเนื้อคอบ่าต้องแบกรับน้ำหนักศีรษะเพิ่มขึ้นจากปกติประมาณ 5 กิโลกรัม กลายเป็นเกือบ 27 กิโลกรัม ส่งผลให้กล้ามเนื้อล้าและปวดร้าวขึ้นไปถึงขมับและกระบอกตา

การเกร็งข้อมือและนิ้วมือซ้ำๆ

การใช้เมาส์ที่ไม่มีแผ่นรองข้อมือ การพิมพ์งานด้วยคีย์บอร์ดที่สูงเกินไป หรือการใช้นิ้วโป้งไถหน้าจอโทรศัพท์เป็นเวลานาน ทำให้เอ็นและปลอกหุ้มเอ็นบริเวณข้อมือเกิดการเสียดสีจนอักเสบ นำไปสู่อาการพังผืดกดทับเส้นประสาทที่ข้อมือจนรู้สึกชาปลายนิ้ว

การแบกของหนักด้วยบ่าเพียงข้างเดียว

ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเป้หนักๆ หรือกระเป๋าสะพายข้างที่อัดแน่นไปด้วยสัมภาระ การรับน้ำหนักที่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่งจะทำให้โครงสร้างกระดูกสันหลังบิดเบี้ยว กล้ามเนื้อหลังสองข้างทำงานไม่สมดุล และเกิดอาการปวดหลังเรื้อรังตามมา

สัญญาณเตือนจากร่างกายที่บอกว่าคุณกำลังเดินหน้าสู่การบาดเจ็บเรื้อรัง

ร่างกายของเรามักจะส่งสัญญาณเตือนอย่างเป็นขั้นเป็นตอนเสมอ หากคุณเริ่มมีอาการเหล่านี้ นั่นแปลว่ากล้ามเนื้อและข้อต่อกำลังร้องขอความช่วยเหลือ

  • ระยะแรก: รู้สึกเมื่อยล้าและตึงเกร็งหลังหมดวัน อาการจะหายไปหลังจากได้รับการพักผ่อนหรือนอนหลับเต็มอิ่มในตอนกลางคืน
  • ระยะกลาง: มีอาการปวดตื้อลึกๆ ระหว่างวัน แม้จะหยุดพักงานแล้วก็ยังมีอาการปวดอยู่ อาจเริ่มรบกวนการนอนหลับหรือการทำงานบ้านทั่วไป
  • ระยะรุนแรง: อาการปวดกลายเป็นความเจ็บปวดตลอดเวลา แม้ไม่ได้ใช้งานก็ปวด มีอาการชาร่วมด้วย กล้ามเนื้อเริ่มอ่อนแรงหยิบจับของหลุดมือบ่อยๆ

แนวทางปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ เพื่อกู้คืนสุขภาพร่างกายให้กลับมาแข็งแรง

ข่าวดีก็คือ การบาดเจ็บสะสมสามารถป้องกันและรักษาให้ดีขึ้นได้ด้วยการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โดยเริ่มจากสิ่งง่ายๆ ดังนี้

ปรับการจัดวางตำแหน่งโต๊ะและเก้าอี้ทำงานใหม่

ตั้งหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตาพอดี ปรับความสูงของเก้าอี้ให้เท้าสามารถวางราบกับพื้นได้ เข่าทำมุมประมาณ 90 องศา และหาหมอนอิงขนาดเล็กมารองรับส่วนโค้งของหลังส่วนล่างเพื่อลดแรงกดทับ

กฎเหล็ก 20-20-20 และการเปลี่ยนท่าทาง

ห้ามตั้งหน้าตั้งตาทำงานยาวเด็ดขาด ควรตั้งเวลาเตือนตัวเองทุกๆ 45-50 นาที เพื่อลุกขึ้นยืน ยืดเหยียดกล้ามเนื้อคอ บ่า และหลัง ประมาณ 2-3 นาที หรือใช้หลักพักสายตาและขยับร่างกายทุกๆ 20 นาที

ฝึกการยืดเหยียดและสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อส่วนลึก

เน้นการออกกำลังกายที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscle) เช่น โยคะ พิลาทิส หรือการแพลงก์ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของกระดูกสันหลังในการรับน้ำหนักตัว

เมื่อไหร่ที่คุณไม่ควรทน และต้องรีบมาพบแพทย์ทันที

แม้การปรับพฤติกรรมจะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ดี แต่หากมีอาการเตือนสีแดงเหล่านี้เกิดขึ้น แนะนำว่าควรรีบเข้าพบแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ หรือแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูเพื่อรับการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง

  • มีอาการชาหนึบ หรือรู้สึกเหมือนมีเข็มจิ้มลามจากคอลงไปถึงปลายมือ หรือจากเอวร้าวลงไปที่ต้นขาและน่อง
  • เริ่มมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง เช่น ถือแก้วน้ำแล้วหล่น หรือเดินแล้วสะดุดข้อเท้าตัวเองบ่อยๆ
  • อาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้นอนสะดุ้งตื่นตอนกลางคืน และไม่ทุเลาลงเลยแม้จะทานยาแก้ปวดหรือพักผ่อนแล้ว
  • มีปัญหาเรื่องการควบคุมการขับถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะร่วมด้วย ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายของระบบประสาทส่วนปลายถูกกดทับรุนแรง

ร่างกายของเราใช้งานได้เพียงเครื่องเดียวตลอดชีวิต การสละเวลาหันกลับมาสังเกตและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงเล็กๆ น้อยๆ ในวันนี้ จะช่วยให้เราสามารถใช้งานร่างกายได้อย่างราบรื่น ไร้ความเจ็บปวด และมีคุณภาพชีวิตที่ดีไปอีกยาวนาน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down