อาการปวดแปลบครึ่งหน้าแบบนี้ มันคืออะไรกันแน่?
เวลาที่มีคนไข้เดินเข้ามาปรึกษาด้วยอาการปวดแปลบที่ใบหน้า เหมือนโดนเข็มแทงหรือกระแสไฟฟ้าช็อตแรงๆ แถวๆ ริมฝีปาก กราม หรือแก้ม เวลาโดนลมพัด ล้างหน้า หรือแม้แต่ตอนเคี้ยวข้าว หลายคนมักจะนึกว่าเป็นปัญหาเรื่องฟันผราหรือเหงือกอักเสบจนต้องไปถอนฟันซี่ที่ไม่ผิดออก แต่พอดึงฟันออกแล้วอาการปวดก็ยังไม่หาย นั่นเป็นเพราะต้นตอของปัญหาจริงๆ ไม่ได้อยู่ที่ช่องปาก แต่มันซ่อนอยู่ลึกเข้าไปในกะโหลกศีรษะ ซึ่งก็คือความผิดปกติของเส้นประสาทคู่ที่ห้า หรือที่ในทางการแพทย์เรียกว่า Trigeminal Neuralgia โรคนี้ขึ้นชื่อเรื่องความทรมานที่จู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว จนทำให้ผู้ป่วยหลายคนเครียดและใช้ชีวิตประจำวันแทบไม่ได้
เส้นประสาทคู่ที่ห้าคืออะไร และทำไมถึงสร้างความเจ็บปวดได้รุนแรงขนาดนี้?
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เส้นประสาทสมองคู่ที่ห้าหรือเส้นประสาทไตรเจมินัล (Trigeminal Nerve) เปรียบเสมือนสายไฟเส้นใหญ่ที่คอยรับความรู้สึกจากใบหน้าแบ่งออกเป็นสามกิ่งหลักๆ คือ บริเวณหน้าผาก รอบดวงตา และบริเวณกรามล่าง หน้าที่หลักคือการส่งสัญญาณความรู้สึกสัมผัส ความร้อน ความเย็น และควบคุมกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคี้ยวอาหาร แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มีบางสิ่งไปรบกวนการทำงานของเส้นประสาทเส้นนี้ เช่น หลอดเลือดแดงที่อยู่ใกล้เคียงไปเบียดกดทับตัวเส้นประสาทจนทำให้ปลอกหุ้มเส้นประสาทสึกหรอ สัญญาณประสาทที่ปกติควรจะนุ่มนวลจึงเกิดการลัดวงจร ส่ง-ผลให้แค่การสัมผัสเบาๆ ที่ผิวหน้า ถูกแปลผลสมองกลายเป็นความเจ็บปวดระดับรุนแรงเฉียบพลัน
สาเหตุที่ทำให้เส้นประสาทเส้นนี้รวนและส่งสัญญาณเตือนภัย
ต้นเหตุหลักๆ ที่หมอพบได้บ่อยแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ด้วยกัน ดังนี้
- การถูกกดทับจากหลอดเลือด: เป็นสาเหตุอันดับหนึ่ง เกิดจากความเสื่อมตามวัยที่ทำให้หลอดเลือดขยายตัวหรือย้อยมาพาดโดนเส้นประสาท ทำให้เกิดการเสียดสีทุกครั้งที่หัวใจเต้น
- ความผิดปกติของเนื้อเยื่อหรือโรคประจำตัว: เช่น โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis) ที่ทำให้ปลอกประสาทอักเสบเสียหาย หรือในบางรายอาจเกิดจากก้อนเนื้อหรือเนื้องอกไปกดทับเส้นประสาทบริเวณกะโหลกศีรษะ
สัญญาณเตือนภัยแบบไหนที่บ่งบอกว่าคุณกำลังเผชิญกับโรคนี้?
ลักษณะอาการปวดของความผิดปกติของเส้นประสาทคู่ที่ห้ามีความจำเพาะตัวสูงมาก ผู้ป่วยมักจะมีอาการเหล่านี้
- อาการปวดแปลบฉับพลันเหมือนถูกไฟช็อต มีดแทง หรือความร้อนลวก
- มักปวดที่ใบหน้าเพียงซีกเดียว โดยเฉพาะบริเวณกราม แก้ม หรือริมฝีปาก
- อาการปวดมักเกิดขึ้นชั่วระยะเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่วินาทีถึงสองสามนาที แต่สามารถเกิดขึ้นซ้ำๆ วันละหลายสิบครั้ง
- มีสิ่งกระตุ้นเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ปวดได้ เช่น การแปรงฟัน การแต่งหน้า การโกนหนวด การเคี้ยวอาหาร หรือแม้แต่ลมที่พัดผ่านใบหน้า
วิธีรักษาและการดูแลตัวเองเมื่อเส้นประสาทอักเสบ
ข่าวดีคือโรคนี้สามารถรักษาและควบคุมอาการให้ดีขึ้นได้ โดยแพทย์จะเริ่มจากการใช้ยากลุ่มกันชักหรือยาคลายกล้ามเนื้อเฉพาะทาง ซึ่งมีฤทธิ์ในการช่วยลดการส่งสัญญาณประสาทที่ผิดปกติและความไวต่อความรู้สึกของเส้นประสาทลง ผู้ป่วยต้องทานยาอย่างต่อเนื่องตามแพทย์สั่ง ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาดเพราะอาการปวดอาจกลับมารุนแรงกว่าเดิม ส่วนในรายที่กินยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือมีสาเหตุจากการถูกกดทับชัดเจน แพทย์อาจพิจารณาแนวทางอื่น เช่น การฉีดยาชาบล็อกเส้นประสาท การใช้รังสีรักษา หรือการผ่าตัดเพื่อแยกเส้นประสาทออกจากหลอดเลือดที่กดทับ
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเพื่อเลี่ยงสิ่งกระตุ้น
ระหว่างที่อยู่ในขั้นตอนการรักษา การหลีกเลี่ยงสิ่งเร้าที่ทำให้เกิดอาการปวดถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ผู้ป่วยควรปรับพฤติกรรมดังนี้
- เลือกทานอาหารอ่อนๆ: หลีกเลี่ยงอาหารที่ต้องเคี้ยวนานหรืออาหารที่แข็งเกินไปเพื่อลดการขยับของกล้ามเนื้อกราม
- ระมัดระวังการสัมผัสใบหน้า: ใช้วิธีล้างหน้าเบาๆ หลีกเลี่ยงการเช็ดหน้าแรงๆ และระวังลมหนาวที่ปะทะใบหน้าโดยตรง
- จัดการความเครียด: ความเครียดและความวิตกกังวลเป็นตัวกระตุ้นให้อาการปวดแย่ลงได้ การพักผ่อนให้เพียงพอและการฝึกหายใจผ่อนคลายจึงช่วยลดความถี่ของอาการปวดได้ทางหนึ่ง