หลายคนที่มานั่งคุยกับหมอที่ห้องตรวจด้วยอาการปวดคอร้าวลงแขก มักจะเริ่มต้นเล่าให้ฟังคล้ายๆ กันว่า เริ่มจากอาการเมื่อยคอธรรมดาจากการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ หรือก้มดูโทรศัพท์มือถือไถหน้าจอติดต่อกันหลายชั่วโมง คิดว่าเป็นแค่อาการกล้ามเนื้ออักเสบ เดี๋ยวพักผ่อนก็น่าจะหาย แต่พอปล่อยทิ้งไว้ อาการกลับไม่ดีขึ้น หนักเข้าเริ่มมีอาการชาที่ปลายนิ้ว หรือรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งแปล็บลงไปที่แขน นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าเราอาจกำลังเผชิญกับภาวะกระดูกต้นคอเสื่อมทับเส้นประสาทเข้าให้แล้ว
คอของเราเสื่อมได้อย่างไร และทำไมเส้นประสาทถึงโดนหนีบ?
ธรรมชาติของกระดูกสันหลังส่วนคอจะทำหน้าที่ค้ำจุนศีรษะและช่วยให้เราหันซ้ายหันขวาได้อย่างอิสระ แต่เมื่อเวลาผ่านไป หรือเราใช้งานคอในท่าเดิมซ้ำๆ เป็นเวลานานหลายปี เช่น การก้มหน้ามองจอ นั่งหลังค่อม หรือแม้แต่ความเสื่อมตามวัย หมอนรองกระดูกและข้อต่อกระดูกต้นคอจะเริ่มสึกหรอ สูญเสียความยืดหยุ่น
เมื่อหมอนรองกระดูกยุบตัวลง ร่างกายพยายามซ่อมแซมตัวเองด้วยการสร้างกระดูกงอกหรือที่เรียกว่ากระดูกปูนเกาะขึ้นมา ซึ่งเจ้างอกตัวนี้นี่เองที่ไปเบียดพื้นที่ในโพรงกระดูกสันหลัง ทำให้เส้นประสาทที่วิ่งผ่านบริเวณนั้นถูกกดทับ เกิดการอักเสบและส่งสัญญาณความเจ็บปวดไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย
สัญญาณเตือนภัยแบบไหนที่แปลว่าเส้นประสาทคอกำลังถูกกดทับ?
อาการของโรคนี้นอกจากจะสร้างความรำคาญแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวันอย่างมาก โดยลักษณะอาการที่หมอมักพบได้บ่อย มีดังนี้
- ปวดร้าวลงแขนหรือสะบัก อาการปวดจะไม่จำกัดอยู่แค่ที่คอ แต่จะลามไปที่หัวไหล่ สะบัก หรือร้าวลงไปที่แขนและมือคล้ายอาการไฟช็อต
- ชาตามนิ้วมือ มักมีอาการชาบริเวณนิ้วโป้ง นิ้วชี้ หรือนิ้วกลาง หรือบางคนรู้สึกว่าความรู้สึกสัมผัสที่ปลายนิ้วลดลง
- กล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรง รู้สึกว่าถือของแล้วของหลุดมือบ่อย ติดกระดุมเสื้อยาก หรือเดินแล้วขาก้าวไม่ออกในเคสที่เป็นมาก
- อาการปวดแย่ลงเวลาก้มหรือหันคอ ท่าทางบางท่า เช่น การแหงนหน้ามองขึ้นด้านบนหรือการก้มหน้า จะทำให้เส้นประสาทถูกกดทับมากขึ้นและปวดจี๊ดขึ้นทันที
เช็กตัวเองเบื้องต้นด้วยวิธีตรวจร่างกายง่ายๆ ที่ทำได้เอง
เวลาคนไข้มาหา หมอมักจะมีการตรวจร่างกายเบื้องต้นเพื่อประเมินความรุนแรง ซึ่งเราเองก็สามารถสังเกตอาการคร่าวๆ ได้ที่บ้าน เช่น การลองกดเบาๆ ที่ศีรษะในขณะที่เอียงคอไปข้างที่เจ็บ หากมีอาการปวดแปล็บร้าวลงแขนทันที นั่นเป็นสัญญาณบวกที่บ่งบอกว่ารากประสาทอาจจะกำลังถูกกดทับอยู่ หรือลองสังเกตกำลังของมือทั้งสองข้างว่ามีความแรงเท่ากันหรือไม่ หยิบจับสิ่งของได้กระชับเหมือนเดิมไหม
วิธีดูแลรักษาและปรับพฤติกรรมเพื่อลดอาการปวดคอเรื้อรัง
ข่าวดีคือ คนไข้ส่วนใหญ่ที่มีภาวะกระดูกต้นคอเสื่อมทับเส้นประสาทไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไป หากอาการยังไม่รุนแรง เราสามารถรักษาได้ด้วยการปรับพฤติกรรมและการทำกายภาพบำบัด
- ปรับท่านั่งและสภาพแวดล้อมในการทำงาน จัดระดับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา เพื่อไม่ต้องก้มหรือเงยหน้ามากเกินไป ลุกขึ้นยืดเหยียดกล้ามเนื้อคอทุกๆ หนึ่งชั่วโมง
- การกินยาเพื่อลดการอักเสบ แพทย์อาจพิจารณาให้ยากลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) หรือยาคลายกล้ามเนื้อ เพื่อลดอาการปวดและลดการบวมรอบเส้นประสาทในช่วงที่กำเริบ
- กายภาพบำบัดและดึงคอ การใช้อุปกรณ์ดึงคอเพื่อช่วยลดแรงกดทับที่หมอนรองกระดูก รวมถึงการบริหารกล้ามเนื้อรอบคอและสะบักให้แข็งแรง
อาการแบบไหนที่ปล่อยไว้ไม่ได้และต้องรีบมาพบแพทย์ทันที?
แม้ว่าอาการปวดคอบางครั้งจะทุเลาลงได้เองเมื่อได้พักผ่อน แต่มีบางอาการที่ถือเป็นสัญญาณเตือนอันตรายและต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์โดยเร็วที่สุด
- มีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อแขนหรือขาอย่างเห็นได้ชัด เช่น ยกแขนไม่ขึ้น เดินเซ ขาอ่อนแรง
- สูญเสียการควบคุมการขับถ่าย ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระได้ ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่เกิดจากการกดทับของไขสันหลังส่วนคอขั้นรุนแรง
- อาการปวดรุนแรงมากจนไม่สามารถนอนหลับได้ และการกินยาแก้ปวดทั่วไปไม่ได้ผล
หากคุณเริ่มมีอาการปวดคอเรื้อรังร่วมกับมีอาการชาร้าวลงแขน อย่าปล่อยทิ้งไว้จนกล้ามเนื้อฝ่อลีบ การมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยด้วยการทำภาพถ่ายรังสีหรือเอ็มอาร์ไอ จะช่วยให้เราพบสาเหตุที่แท้จริงและเริ่มต้นรักษาได้อย่างถูกจุดก่อนที่อาการจะลุกลามครับ