เรื่องเล่าจากห้องตรวจ: เมื่อโรคหลอดเลือดสมองมาเคาะประตูบ้านโดยไม่ทันตั้งตัว
เวลาที่หมอต้องนั่งคุยกับคนไข้ที่เป็นโรคหลอดเลือดสมอง หรือที่หลายคนคุ้นเคยกันในชื่ออัมพฤกษ์อัมพาต สิ่งหนึ่งที่มักจะได้ยินบ่อยๆ คือความรู้สึกตกใจว่าทำไมโรคนี้ถึงเกิดขึ้นป่านนี้ ทั้งที่เมื่อวานยังรู้สึกว่าตัวเองแข็งแรงดีอยู่เลย ความจริงทางการแพทย์คือ หลอดเลือดในสมองของเราไม่ได้ตีบหรือแตกขึ้นมาทันทีทันใดในวันเดียว แต่มันสะสมความเสียหาย คราบไขมัน และความเสื่อมมานานเป็นสิบๆ ปีแล้ว
การประเมินความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองในระยะยาว จึงเปรียบเสมือนการที่เราแอบส่องอนาคตของหลอดเลือดตัวเองล่วงหน้า เพื่อจะได้หาทางป้องกันก่อนที่แจ็คพอตจะแตก ไม่ใช่รอให้เกิดอาการปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง แล้วค่อยวิ่งมาหาหมอที่ห้องฉุกเฉินซึ่งบางครั้งมันอาจจะสายเกินไป
ตัวเลขความดันโลหิตและไขมันที่คุณเห็นในใบตรวจสุขภาพ บอกอะไรเราบ้าง?
เวลาไปตรวจสุขภาพประจำปี หลายคนมักจะปล่อยผ่านตัวเลขความดันโลหิต ค่าน้ำตาล หรือไขมันในเลือด เพราะคิดว่าแค่อยู่ในเกณฑ์ปานกลางก็พอ แต่ในมุมมองของหมอ ตัวเลขเหล่านี้คือสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า โดยเฉพาะเรื่องของ การประเมินความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองในระยะยาว ที่เราต้องมองภาพรวมในระยะยาว ไม่ใช่ดูแค่ค่าของวันนี้วันเดียว
หลอดเลือดในสมองของเราก็เหมือนท่อน้ำในบ้าน ถ้าแรงดันน้ำสูงเกินไปทุกวัน นานวันเข้าท่อก็จะเริ่มปริ แตก หรือถ้ามีคราบไขมันมาเกาะสะสมเรื่อยๆ รูท่อก็จะแคบลง สมองส่วนที่ต้องรับเลือดไปเลี้ยงก็จะเริ่มขาดออกซิเจน ลองนึกภาพตามง่ายๆ ว่าถ้าปล่อยให้ความดันสูงเรื้อรังโดยไม่คุม หลอดเลือดสมองก็เหมือนระเบิดเวลาที่รอวันทำงาน
เช็กตัวเองด่วน: ปัจจัยอะไรบ้างที่กำลังบั่นทอนความแข็งแรงของหลอดเลือดสมอง?
นอกจากตัวเลขผลเลือดแล้ว วิถีชีวิตประจำวันนี่แหละคือตัวกำหนดว่าหลอดเลือดสมองในอีกสิบปีข้างหน้าของเราจะเป็นอย่างไร หมออยากให้ลองสำรวจตัวเองจากลิสต์ข้างล่างนี้ดู
- สูบบุหรี่จัด: สารนิโคตินและสารเคมีในบุหรี่ทำให้ผนังหลอดเลือดอักเสบและเกิดการตีบตันได้ง่ายขึ้นอย่างรวดเร็ว
- โรคเบาหวานที่คุมไม่ค่อยดี: น้ำตาลในเลือดสูงเปรียบเสมือนกระดาษทรายที่คอยขูดผิวภายในหลอดเลือดให้เสียหายทีละน้อย
- ภาวะไขมันในเลือดสูง: ตัวการหลักในการสร้างคราบพลัค (Plaque) ไปอุดตันทางเดินของเลือด
- น้ำหนักเกินและขาดการเคลื่อนไหว: นั่งทำงานหน้าจอทั้งวัน ไม่ยอมขยับตัว ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ไม่ดี
คำนวณความเสี่ยงล่วงหน้า: เครื่องมือแพทย์ช่วยเรามองเห็นอนาคตได้อย่างไร
เวลาที่คนไข้มาปรึกษา หมอไม่ได้ใช้แค่ความรู้สึกคาดเดา แต่ปัจจุบันเรามีเครื่องมือคำนวณความเสี่ยงที่เรียกว่า Cardiovascular Risk Score หรือเครื่องมือประเมินโอกาสเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในระยะ 10 ปีข้างหน้า ซึ่งเครื่องมือนี้จะนำเอาอายุ เพศ ประวัติการสูบบุหรี่ ระดับความดัน และไขมัน มาประมวลผลร่วมกัน
การรู้ผลประเมินนี้ล่วงหน้าไม่ได้มีไว้เพื่อให้เครียด แต่มีไว้เพื่อให้เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างตรงจุด เช่น ถ้าผลออกมาว่ามีความเสี่ยงปานกลางถึงสูง เราจะได้รีบปรับอาหาร ลดเค็ม ลดหวาน ออกกำลังกาย และกินยาควบคุมตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด ก่อนที่หลอดเลือดจะเสียหายไปมากกว่านี้
ปรับพฤติกรรมวันนี้ เพื่อความปลอดภัยของสมองในวันข้างหน้า
ข่าวดีคือ หลอดเลือดสมองเป็นอวัยวะที่มีความยืดหยุ่นพอสมควร หากเราเริ่มหันมาดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ ความเสี่ยงที่จะเกิดโรคในอนาคตก็จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด การเริ่มต้นดูแลตัวเองไม่ต้องรอให้ถึงวัยเกษียณ แต่เริ่มได้ตั้งแต่ตอนนี้เลยครับ
เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการควบคุมอาหาร ลดการกินเค็มจัดและหวานจัด หันมาขยับร่างกายให้หัวใจได้สูบฉีดอย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญที่สุดคือ อย่าลืมไปตรวจเช็กสุขภาพและวัดความดันโลหิตเป็นประจำ เพราะการรู้ตัวเร็วย่อมดีกว่าการมารักษาเมื่อสายเกินไปเสมอ