ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คันยุบยิบที่จุดซ่อนเร้น ใช่โรคโลนหรือโรคหิดกันแน่

หลายครั้งที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาด้วยอาการคันตามร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณอวัยวะเพศหรือจุดที่เต็มไปด้วยขน หลายคนมักจะเหมารวมว่าเกิดจากการแพ้ผ้าอนามัย การใช้สบู่ผิดประเภท หรือแค่ผดผื่นธรรมดา แต่ถ้าอาการคันนั้นรุนแรงขึ้นในช่วงกลางคืน หรือมีผื่นที่ขยายวงกว้างออกไปจนน่าสงสัย ต้องระวังให้ดีครับ เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคโลนและโรคหิดบริเวณอวัยวะเพศ ซึ่งแม้จะมีอาการคันที่คล้ายกัน แต่จริงๆ แล้วเป็นคนละโรคที่มีต้นเหตุต่างกันโดยสิ้นเชิง

มาทำความรู้จักกับโรคโลนกันก่อน

โรคโลน หรือ Pubic Lice คือตัวแมลงขนาดจิ๋วที่ชอบอาศัยอยู่ตามขนในที่ลับของเรา โดยมันจะดูดเลือดเราเป็นอาหาร เมื่อมันกัดจะทำให้เกิดอาการคันอย่างรุนแรง ผิวหนังบริเวณนั้นอาจมีรอยแดง หรือเห็นจุดสีฟ้าจางๆ จากการถูกกัด โดยส่วนใหญ่มักติดต่อกันผ่านการมีเพศสัมพันธ์ แต่จริงๆ แล้วการใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกันหรือการนอนเตียงที่มีเชื้อเหล่านี้อยู่ก็สามารถติดกันได้ง่ายๆ เช่นกัน

แล้วโรคหิดต่างจากโลนอย่างไร

โรคหิด หรือ Scabies เกิดจากตัวไรขนาดเล็กมากจนแทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า มันไม่ได้แค่เกาะอยู่บนขนเหมือนโลน แต่มันชอนไชลงไปใต้ผิวหนังของเราเพื่อวางไข่ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมคนที่เป็นโรคหิดถึงคันมากเป็นพิเศษในช่วงกลางคืน เพราะตัวไรมันจะขยับตัวและวางไข่ในช่วงนั้น รอยโรคของหิดมักจะเห็นเป็นตุ่มน้ำใสๆ หรือเส้นนูนๆ เล็กๆ ใต้ผิวหนัง มักพบบริเวณง่ามนิ้วมือ ข้อมือ และตามจุดพับต่างๆ ของร่างกาย ก่อนจะลามมายังบริเวณอวัยวะเพศได้

สังเกตอาการอย่างไรให้มั่นใจว่าติดเชื้อเข้าแล้ว

สำหรับทั้งสองโรคนี้ อาการนำที่เหมือนกันคือความคันที่รบกวนชีวิตประจำวันอย่างมาก แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะพบความต่างดังนี้

  • โรคโลน: มักจะเห็นเป็นตัวแมลงขนาดเล็กเกาะอยู่ตามโคนขน หรือเห็นไข่สีขาวๆ ติดอยู่กับเส้นขนคล้ายรังแค แต่ปัดไม่ออก
  • โรคหิด: มักเห็นเป็นผื่นตุ่มน้ำใส หรือตุ่มแดงเป็นกลุ่มๆ ในบริเวณที่มีผิวหนังบาง หรือบริเวณรอยพับของร่างกาย และมักมีคนใกล้ชิดในบ้านมีอาการคันลักษณะเดียวกัน

วิธีรักษาและจัดการให้หายขาด

การรักษาโรคทั้งสองชนิดนี้ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องทำอย่างถูกวิธีและทำพร้อมกันทั้งบ้านเพื่อป้องกันการติดเชื้อกลับมาซ้ำซาก

  • การใช้ยาทาเฉพาะที่: แพทย์จะจ่ายยาทากลุ่มยาฆ่าแมลงหรือสารกำจัดตัวไร ซึ่งต้องทาให้ทั่วตามคำแนะนำ โดยเฉพาะจุดที่หมิ่นเหม่ต่อการติดเชื้อ
  • การซักทำความสะอาดของใช้ส่วนตัว: เสื้อผ้า ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าเช็ดตัว ต้องนำไปซักด้วยน้ำร้อนและอบแห้งด้วยความร้อนสูง เพื่อกำจัดไข่ของตัวแมลงและตัวไรที่อาจตกค้างอยู่
  • การรักษาคนใกล้ชิด: หากพบว่าตัวเองติดเชื้อ คนที่นอนด้วยหรือคู่นอนต้องได้รับการรักษาไปพร้อมกัน แม้จะยังไม่มีอาการคันก็ตาม เพื่อตัดวงจรการแพร่เชื้อ

เมื่อไหร่ที่ต้องมาพบแพทย์

หากลองซื้อยามาทาเองแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการอักเสบ บวมแดง มีหนองบริเวณที่คัน ซึ่งอาจเกิดจากการเกาจนติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน แนะนำว่าอย่าปล่อยทิ้งไว้จนลุกลาม การมาพบแพทย์เพื่อตรวจดูให้แน่ชัดว่าเป็นเชื้อชนิดใด จะช่วยให้ได้รับยาที่ตรงจุดและหายได้เร็วกว่าการเดาสุ่มรักษาเองครับ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down