ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนคงเคยมีประสบการณ์ลืมมือถือไว้ที่บ้าน หรือแบตเตอรี่หมดระหว่างวัน แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนหัวใจเต้นเร็ว มือไม้สั่น เหงื่อออก และกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปสักอย่างในชีวิตนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องคิดไปเอง แต่มันคืออาการของ ภาวะวิตกกังวลจากการขาดโทรศัพท์ หรือที่ในทางการแพทย์เรียกว่า Nomophobia ที่กำลังกลายเป็นโรคยอดฮิตของคนยุคดิจิทัล

เมื่อโทรศัพท์มือถือกลายเป็นอวัยวะชิ้นที่สามสิบสามของร่างกาย

ในมุมมองของจิตแพทย์และแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป เราพบว่าสมองของมนุษย์ถูกหล่อหลอมให้เสพติดความรวดเร็วและความสุขระยะสั้น ทุกครั้งที่เราก้มหน้าไถฟีดโซเชียลมีเดีย หรือรอการแจ้งเตือน สมองส่วนที่เกี่ยวกับการให้รางวัลจะหลั่งสารโดปามีนออกมา ทำให้เราเพลินจนวางไม่ลง เมื่อโทรศัพท์ไม่อยู่ข้างกาย สมองจึงเกิดอาการขาดสารนี้กะทันหัน ส่งผลให้เกิดความเครียด ความกลัวที่จะพลาดข่าวสาร หรือที่เรียกกันติดปากว่า FoMO จนแสดงออกมาเป็นอาการทางกายที่ชัดเจน เช่น แน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม และคิดวนเวียนอยู่แต่เรื่องโทรศัพท์

สำรวจตัวเองด่วน สัญญาณเตือนภัยแบบไหนเข้าข่ายโรคกลัวการไม่มีมือถือ

การเช็กมือถือตลอดเวลาตอนตื่นนอน หรือการพกมือถือเข้าไปในห้องน้ำด้วย อาจจะยังไม่ใช่เรื่องแปลกในสังคมปัจจุบัน แต่ถ้าพฤติกรรมเหล่านี้เริ่มล้ำเส้นจนกระทบกับชีวิตประจำวัน นั่นแปลว่าคุณอาจกำลังเผชิญกับภาวะนี้อยู่ ลองเช็กดูว่าอาการเหล่านี้ตรงกับตัวเองหรือไม่

  • รู้สึกกระวนกระวายใจหรือโมโหง่ายทันทีเมื่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตหาย หรือหาโทรศัพท์ไม่เจอ
  • พกแบตเตอรี่สำรองและสายชาร์จติดตัวตลอดเวลาเพราะกลัวแบตหมดจนขาดการติดต่อ
  • นอนกอดโทรศัพท์มือถือทุกคืน และต้องเช็กข้อความ เป็นสิ่งสุดท้ายก่อนนอนกับสิ่งแรกหลังตื่นนอน
  • หลีกเลี่ยงสถานที่หรือกิจกรรมที่ไม่สามารถใช้โทรศัพท์ได้ เช่น การดูหนังในโรงภาพยนตร์นานๆ หรือการเดินทางไปในพื้นที่อับสัญญาณ
  • ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงเพราะแอบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูทุกๆ ห้านาที

ปรับพฤติกรรมอย่างไรให้ใจสงบลงเมื่อต้องห่างหน้าจอ

ข่าวดีคือ ภาวะนี้สามารถบำบัดและปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ด้วยการฝึกฝนจิตใจและการจัดการเวลาอย่างเป็นระบบ โดยไม่ต้องถึงมือจิตแพทย์เสมอไป เราสามารถเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่ายๆ ได้ด้วยตัวเอง

วิธีฝึกใจให้ชินกับการไม่มีมือถือทีละนิด

การหักดิบเลิกใช้โทรศัพท์ทันMทีอาจทำให้เกิดอาการลงแดงทางใจและล้มเหลวได้ง่าย วิธีที่ดีกว่าคือการค่อยๆ ลดเวลาลง ลองกำหนดช่วงเวลาสั้นๆ เช่น ช่วงเวลารับประทานอาหารเย็น หรือหนึ่งชั่วโมงก่อนนอน ที่จะวางมือถือไว้ห้องอื่นและปิดเสียงแจ้งเตือน ฝึกให้สมองเรียนรู้ว่าโลกยังคงหมุนต่อไปได้แม้เราจะไม่ได้ก้มหน้ามองหน้าจอ

สร้างกิจกรรมทดแทนเพื่อดึงความสนใจของสมอง

เมื่อไม่มีมือถือให้อ่าน สมองจะเริ่มมองหากิจกรรมอื่นทำ นี่คือโอกาสดีที่จะกลับไปทำงานอดิเรกที่เคยชอบ เช่น การอ่านหนังสือที่เป็นเล่ม การปลูกต้นไม้ การออกกำลังกาย หรือการพูดคุยกับคนรอบข้างแบบสบตา การมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์จริงๆ จะช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขที่ยั่งยืนกว่าการเสพหน้าจอ

เมื่อไหร่ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

แม้ว่าอาการนี้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อยของคนยุคใหม่ แต่หากปล่อยไว้นานจนลุกลามกลายเป็นอาการแพนิค มีอาการนอนไม่หลับเรื้อรัง ความสัมพันธ์กับคนใกล้ตัวเริ่มพังทลาย หรือรู้สึกว่าไม่สามารถควบคุมความอยากหยิบโทรศัพท์ได้ด้วยตัวเอง จนกระทั่งรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันอย่างรุนแรง การเดินเข้ามาปรึกษาแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องและทำการบำบัดทางจิตพฤติกรรม ถือเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการทวงคืนความสุขสงบให้ชีวิตกลับมาเป็นของเราอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down