ช่วงนี้รู้สึกไหมครับว่าตัวเองหงุดหงิดง่ายกว่าเดิม อะไรนิดอะไรหน่อยก็ฟิวส์ขาด ปฏิกิริยาที่ตอบสนองต่อเรื่องรอบตัวมันรุนแรงเกินกว่าเหตุจนคนใกล้ตัวเริ่มทัก หรือบางทีเราก็แอบตกใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงคุมสติไม่อยู่เลย
เวลาที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาเรื่องนี้ในห้องตรวจ หลายคนมักจะเริ่มต้นด้วยความรู้สึกผิดและโทษตัวเองว่าเป็นคนใจร้อน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัญหาการควบคุมอารมณ์และภาวะอารมณ์ฉุนเฉียวง่าย มันไม่ใช่แค่เรื่องของนิสัยใจคอเสมอไป แต่มันมีกลไกทางร่างกายและจิตวิทยาเบื้องหลังที่เราต้องทำความเข้าใจกันก่อน
สัญญาณเตือนแบบไหนที่เรียกว่าอารมณ์ฉุนเฉียวผิดปกติ
คนเราโกรธได้ โมโหได้ เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ครับ แต่ถ้าคุณเริ่มสังเกตว่าตัวเองมีลักษณะเหล่านี้บ่อยขึ้น มันอาจจะไม่ใช่แค่อารมณ์โกรธทั่วไป
- ปรอทแตกไวเกินเหตุ: เรื่องเล็กน้อย เช่น รถติด กาแฟหมด แก้ววางไม่ตรงที่ ก็ทำให้ตบะแตกและโมโหได้ทันที
- คำพูดทำร้ายคนใกล้ตัว: เวลาโมโหมักจะควบคุมคำพูดไม่ได้ หลุดคำพูดแรงๆ หรือแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวออกไปโดยไม่ทันคิด
- ร่างกายตื่นตัวตลอดเวลา: ใจสั่น แน่นหน้าอก กำหมัดแน่น หรือรู้สึกเหมือนมีไฟสุมอยู่ในอกตลอดเวลา พร้อมปะทะทุกเมื่อ
- รู้สึกผิดทีหลัง: พออารมณ์เย็นลงแล้ว กลับมานั่งเสียใจและรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป แต่มันก็สายไปเสียแล้ว
ต้นตอของปัญหา: ทำไมเราถึงควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้เหมือนก่อน
ในมุมมองทางการแพทย์ สมองส่วนที่ทำหน้าที่เหมือนเบรกคอยยั้งอารมณ์และความรู้สึกของเราคือสมองส่วนหน้า หรือ Prefrontal Cortex แต่เวลาที่เราเจอความเครียดสะสม สมองส่วนนี้จะทำงานได้ไม่เต็มที่ ในขณะที่สมองส่วนอารมณ์และสัญชาตญาณ หรือ Amygdala จะทำงานหนักขึ้น เปรียบเสมือนรถที่เหยียบคันเร่งค้างไว้แต่เบรกพัง
สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้กลไกการควบคุมอารมณ์ของเราพัง มีดังนี้ครับ
ความเครียดเรื้อรังที่สะสมใต้พรม
เมื่อคนเราเครียดติดต่อกันเป็นเวลานาน ฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอลจะหลั่งออกมาท่วมร่างกาย ส่งผลให้สมองส่วนที่ใช้คิดวิเคราะห์และควบคุมอารมณ์ล้า ทำงานช้าลง ทำให้ความอดทนต่อสิ่งกระตุ้นรอบตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ปัญหาการนอนหลับที่ไม่สนิท
การอดนอนหรือนอนหลับไม่เพียงแค่ทำให้เพลีย แต่ยังไปรบกวนการทำงานของสมองส่วนหน้าที่ควบคุมอารมณ์โดยตรง คนที่นอนน้อยจึงมักจะมีอารมณ์ฉุนเฉียว หงุดหงิดง่าย และควบคุมตัวเองได้ยากกว่าปกติถึงหลายเท่า
สัญญาณเตือนของโรคซึมเศร้าหรือความวิตกกังวล
หลายคนไม่รู้ว่า อาการหงุดหงิดง่ายและฉุนเฉียว เป็นหนึ่งในอาการแสดงของโรคซึมเศร้าได้เช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานหรือผู้ชาย ซึ่งบางครั้งอาจไม่ได้แสดงออกด้วยความเศร้า แต่แสดงออกมาเป็นความหงุดหงิด โกรธง่าย และเบื่อหน่ายแทน
ความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย
ไม่ว่าจะเป็นช่วงวัยทอง ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ หรือฮอร์โมนเพศที่แปรปรวน ล้วนมีผลโดยตรงต่อสารสื่อประสาทในสมองที่ทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์ให้คงที่
วิธีดึงสติและจัดการกับอารมณ์ร้อนๆ ในชีวิตประจำวัน
เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณรู้สึกว่าไฟกำลังจะลุกโชน ลองใช้วิธีเหล่านี้ในการตั้งรับและจัดการกับตัวเองครับ
- ถอยออกมาก่อนหนึ่งก้าว: เมื่อรู้ตัวว่าเริ่มหงุดหงิด ให้หยุดพูดและถอยห่างจากสถานการณ์ตรงนั้นทันที อย่าเพิ่งรีบตอบโต้
- ใช้เทคนิคหายใจลดอุณหภูมิสมอง: หายใจเข้าลึกๆ ทางจมูกนับ 1-4 กลั้นไว้แป๊บหนึ่ง แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกทางปากยาวๆ นับ 1-6 ทำซ้ำสัก 5 รอบ จะช่วยลดการทำงานของสมองส่วนอารมณ์ได้ดีมาก
- สำรวจความต้องการพื้นฐาน: ถามตัวเองง่ายๆ ว่าตอนนี้ หิว เหนื่อย หรือโกรธ (HALT: Hungry, Angry, Lonely, Tired) เพราะหลายครั้งความหงุดหงิดเกิดจากร่างกายส่งสัญญาณว่าเราขาดการดูแลตัวเอง
- ฝึกระบายความเครียดอย่างถูกวิธี: หาทางออกให้ฮอร์โมนความเครียดได้ระบาย เช่น การออกกำลังกาย การเขียนบันทึกระบายความรู้สึก หรือการคุยกับคนที่ไว้ใจ
การเผชิญกับ ปัญหาการควบคุมอารมณ์และภาวะอารมณ์ฉุนเฉียวง่าย ไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องแบกรับไว้คนเดียว หากลองปรับพฤติกรรมแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น จนเริ่มส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์และการใช้ชีวิต การเดินทางไปพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อพูดคุยหาแนวทางรักษาที่ตรงจุด คือการดูแลตัวเองที่ยอดเยี่ยมที่สุดครับ