ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงเคยสงสัยว่า “ทำไมลูกถึงไอไม่หยุดสักทีนะ?” บางครั้งอาการไออาจไม่ใช่แค่ไข้หวัดธรรมดา ไม่ใช่แค่ภูมิแพ้ หรือไอจากการติดเชื้อทั่วไปที่รักษาแล้วหายช้า แต่กลับเป็นอาการไอที่ดูไม่สมเหตุสมผล พาลูกไปหาหมอกี่ครั้งก็ยังไม่ดีขึ้น แถมยังดูเหนื่อยง่าย หายใจเร็วผิดปกติอีกด้วย

ในฐานะคุณหมอที่ดูแลสุขภาพเด็กและหัวใจของเด็กๆ ผมอยากชวนคุณพ่อคุณแม่มาลองพิจารณาอีกหนึ่งสาเหตุที่อาจเป็นไปได้ นั่นก็คือ “โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด” บางชนิดครับ หลายคนอาจคิดไม่ถึงว่าปัญหาเรื่องหัวใจจะเกี่ยวข้องกับอาการไอได้อย่างไร วันนี้เราจะมาคุยเรื่องนี้กันครับ

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด... เรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด หรือ Congenital Heart Disease (CHD) ก็คือความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจที่เกิดขึ้นตั้งแต่ลูกยังอยู่ในท้องคุณแม่นั่นเองครับ อาจจะเป็นความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ หรือเป็นความผิดปกติที่รุนแรงจนกระทบต่อการทำงานของหัวใจและร่างกายได้ หัวใจของลูกน้อยอาจมีรูรั่ว มีลิ้นหัวใจที่ทำงานไม่ปกติ หรือมีเส้นเลือดที่ออกจากหัวใจผิดตำแหน่ง ซึ่งความผิดปกติเหล่านี้ส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดของลูกโดยตรง

ทำไมโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดถึงทำให้ลูกไอได้?

อาการไอเป็นกลไกที่ร่างกายใช้ขับสิ่งแปลกปลอมออกจากทางเดินหายใจ หรืออาจเป็นสัญญาณเตือนว่ามีบางอย่างผิดปกติในระบบทางเดินหายใจหรือใกล้เคียง สำหรับเด็กที่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด อาการไอที่เกิดขึ้นบ่อยๆ อาจมาจากหลายสาเหตุหลักๆ ดังนี้ครับ

น้ำท่วมปอด... ตัวการสำคัญของอาการไอ

ในเด็กบางคนที่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด เช่น มีรูรั่วที่ผนังกั้นหัวใจ ทำให้เลือดที่มีออกซิเจนสูงจากห้องหัวใจซ้ายไหลย้อนกลับไปรวมกับเลือดที่กำลังจะไปปอดมากขึ้นกว่าปกติ หรือมีเส้นเลือดเกินไปเลี้ยงปอดมากเกินไป ปอดของลูกก็จะได้รับเลือดมากเกินไป ทำให้มีปริมาณน้ำสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อปอดมากกว่าปกติที่เรียกว่า "ภาวะน้ำท่วมปอด" หรือ Pulmonary Congestion ครับ พอมีน้ำคั่งอยู่ในปอดเยอะๆ ปอดก็ทำงานได้ไม่ดี ลูกก็จะเริ่มมีอาการไอ หายใจเหนื่อยหอบ และหายใจเร็วได้

หัวใจโตหรือเส้นเลือดใหญ่กดเบียดทางเดินหายใจ

หัวใจที่ทำงานหนักผิดปกติจากความพิการแต่กำเนิด อาจทำให้ขนาดของหัวใจโตขึ้นกว่าปกติได้ครับ บางครั้งหัวใจที่โตขึ้น หรือแม้แต่เส้นเลือดใหญ่ที่ออกจากหัวใจที่โป่งพองผิดปกติ ก็อาจไปกดเบียดหลอดลมหรือทางเดินหายใจของลูก ทำให้ลูกมีอาการไอเรื้อรัง ไอแห้งๆ หรือไอเสียงแปลกๆ ได้ ซึ่งเกิดจากการระคายเคืองที่หลอดลมโดยตรง

ติดเชื้อในปอดบ่อยๆ... อีกสาเหตุที่พบบ่อย

เด็กที่มีปัญหาหัวใจพิการแต่กำเนิด โดยเฉพาะกลุ่มที่มีภาวะน้ำท่วมปอด มักจะมีปอดที่อ่อนแอและไม่สามารถขับเสมหะหรือสิ่งแปลกปลอมออกจากปอดได้ดีเท่าเด็กปกติ ทำให้มีโอกาสติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่าง เช่น ปอดอักเสบ หรือหลอดลมอักเสบ ได้ง่ายและบ่อยครั้งกว่า ซึ่งแน่นอนว่าการติดเชื้อเหล่านี้ก็มักจะมาพร้อมกับอาการไอ เสมหะ และไข้นั่นเอง

หัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดไหน ที่มักทำให้ลูกไอเรื้อรังได้บ้าง?

ความผิดปกติของหัวใจที่พบบ่อยและมักเกี่ยวข้องกับอาการไอ ได้แก่

  • ผนังกั้นหัวใจห้องล่างรั่ว (Ventricular Septal Defect - VSD): ถ้าเป็นรูรั่วขนาดใหญ่ เลือดจะไหลจากหัวใจห้องซ้ายไปขวาเยอะ ทำให้เลือดไปปอดมากเกินไป เกิดน้ำท่วมปอดและไอได้
  • ผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่ว (Atrial Septal Defect - ASD): เช่นเดียวกับ VSD ถ้าเป็นรูใหญ่ เลือดจะไปปอดมากเกินไป ทำให้ปอดมีเลือดคั่งและไอ
  • เส้นเลือดเกินไปเลี้ยงปอด (Patent Ductus Arteriosus - PDA): เป็นเส้นเลือดที่ควรจะปิดหลังคลอด แต่ถ้าไม่ปิด เลือดจากเส้นเลือดแดงใหญ่ก็จะไหลล้นไปที่ปอด ทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมปอดและไอ

สัญญาณอันตรายอื่นๆ ที่มาพร้อมกับอาการไอ... คุณพ่อคุณแม่สังเกตอะไรได้อีก?

นอกเหนือจากอาการไอที่ดูผิดปกติแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตสัญญาณอื่นๆ ที่อาจบ่งบอกถึงปัญหาหัวใจของลูกน้อยไปพร้อมกันด้วย เช่น

  • หายใจเร็ว หอบเหนื่อย: โดยเฉพาะเวลาดูดนมหรือทำกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ
  • ดูดนมช้า เหงื่อออกเยอะ: เหนื่อยง่ายกว่าปกติเวลาให้นม
  • น้ำหนักไม่ขึ้น ตัวไม่โตตามวัย: กินนมได้น้อย ใช้พลังงานเยอะ
  • ริมฝีปาก หรือปลายนิ้วมือ นิ้วเท้าเขียว: โดยเฉพาะเวลาที่ลูกร้องไห้ หรือหายใจลำบาก
  • เหนื่อยง่ายกว่าเด็กในวัยเดียวกัน: ไม่ร่าเริง เล่นไม่ทน

ลูกไอแบบไหนที่ต้องรีบมาพบคุณหมอทันที?

ถ้าลูกน้อยของคุณมีอาการไอเรื้อรังที่ไม่ดีขึ้น หรือมีอาการไอร่วมกับสัญญาณอันตรายอื่นๆ ที่กล่าวมาข้างต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าลูกมีอาการหายใจลำบาก หอบเหนื่อยมาก ปากเขียวคล้ำ หรือกินนมได้น้อยมากจนซึมลง ควรรีบพาลูกมาพบคุณหมอโดยเร็วที่สุดเพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสมครับ

คุณหมอจะวินิจฉัยและดูแลลูกอย่างไร?

เมื่อคุณพ่อคุณแม่พาลูกมาพบคุณหมอ คุณหมอจะเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด จากนั้นอาจมีการส่งตรวจเพิ่มเติมดังนี้ครับ

ตรวจร่างกายและฟังเสียงหัวใจ

คุณหมอจะฟังเสียงปอดและเสียงหัวใจของลูกอย่างตั้งใจ เพื่อหาสัญญาณของเสียงฟู่ (Murmur) ซึ่งเป็นเสียงผิดปกติที่อาจบ่งบอกถึงความผิดปกติของหัวใจ

เอกซเรย์ปอดและคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)

การเอกซเรย์ปอดสามารถช่วยให้คุณหมอเห็นว่ามีภาวะน้ำท่วมปอดหรือไม่ และขนาดของหัวใจเป็นอย่างไร ส่วนคลื่นไฟฟ้าหัวใจช่วยประเมินการทำงานของระบบไฟฟ้าในหัวใจ

อัลตราซาวนด์หัวใจ (Echocardiogram)

นี่คือหัวใจสำคัญในการวินิจฉัยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดครับ การทำอัลตราซาวนด์หัวใจจะเหมือนการ “ส่องดู” หัวใจของลูกแบบเรียลไทม์ ทำให้คุณหมอเห็นโครงสร้างหัวใจ ลิ้นหัวใจ และการไหลเวียนเลือดได้อย่างชัดเจน เพื่อยืนยันชนิดและความรุนแรงของความผิดปกติ

วิธีรักษาเบื้องต้น

การรักษาจะขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดนั้นๆ ครับ อาจเริ่มต้นด้วยการให้ยาเพื่อช่วยลดอาการต่างๆ เช่น ยาขับปัสสาวะเพื่อลดภาวะน้ำท่วมปอด หรือยาบำรุงหัวใจ ในบางกรณีที่รุนแรงหรือจำเป็น อาจต้องพิจารณาการรักษาด้วยวิธีการสวนหัวใจ หรือการผ่าตัดเพื่อแก้ไขความผิดปกติของหัวใจครับ

ผมหวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านนะครับ อาการไอที่ดูไม่หายเป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม ถ้ามีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจในอาการของลูกน้อย การปรึกษาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญคือสิ่งที่ดีที่สุดเสมอครับ เพื่อให้ลูกน้อยของเรามีหัวใจที่แข็งแรงเติบโตไปพร้อมๆ กัน

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ