ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เปิดเทอมทีไร ปัญหาชวนปวดหัวของคุณพ่อคุณแม่หลายคนไม่ใช่แค่เรื่องการทำการบ้านหรือการตื่นเช้า แต่คือเรื่องของ เหาบนศีรษะและการติดต่อในโรงเรียน ที่มักจะระบาดกันเงียบๆ ในกลุ่มเด็กๆ หลายครั้งที่หมอได้ยินเสียงสะท้อนจากผู้ปกครองในคลินิกด้วยความกังวลใจว่า ลูกสาวลูกชายคันศีรษะตลอดเวลา พอแหวกเส้นผมดูทีไรก็เจอเจ้าตัวเล็กๆ วิ่งพล่านพร้อมไข่สีขาวเกาะแน่นตามโคนผม บางครอบครัวถึงกับรู้สึกอายเพราะกลัวคนอื่นจะมองว่าดูแลลูกไม่สะอาด แต่หมออยากบอกให้สบายใจตรงนี้เลยว่า การเป็นเหาไม่ได้บ่งบอกถึงความสกปรก และมันเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้กับเด็กทุกคนเมื่อต้องไปอยู่ร่วมกันในสังคมโรงเรียน

ทำไมโรงเรียนถึงกลายเป็นแหล่งแพร่กระจายเหาชั้นยอดของเด็กๆ

โรงเรียนคือสถานที่ที่เด็กๆ ได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน ได้เล่น ได้เรียน และใช้เวลาอยู่ด้วยกันเกือบตลอดทั้งวัน ซึ่งพฤติกรรมตามวัยของเด็กเล็กมักจะไม่มีการเว้นระยะห่างเหมือนผู้ใหญ่ พวกเขาพร้อมที่จะเอาหัวชนกันตอนกระซิบคุยกัน นั่งกอดคอกันอ่านหนังสือ หรือนอนกลางวันเบียดกันบนเบาะนอน ความใกล้ชิดในลักษณะนี้เองที่เป็นสะพานเชื่อมทางด่วนให้เหาสามารถคลานจากศีรษะของเด็กคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายอย่างที่คุณพ่อคุณแม่คาดไม่ถึง

ความจริงเกี่ยวกับวิธีที่เหาย้ายบ้าน: บินไม่ได้ กระโดดไม่เป็น แล้วติดกันได้อย่างไร?

หลายคนยังมีความเข้าใจผิดว่าเหาสามารถกระโดดข้ามจากหัวคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งได้เหมือนหมัดสุนัข หรือบินไปมาในอากาศได้ แต่ในความเป็นจริงทางการแพทย์ เหาไม่มีปีกและไม่มีขาสำหรับกระโดด มันทำได้เพียงแค่คลานอย่างรวดเร็วเท่านั้น ดังนั้นการติดต่อจึงเกิดขึ้นผ่านสองช่องทางหลักๆ ดังนี้

การเล่นใกล้ชิดจนศีรษะชนกันโดยตรง

นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งของการแพร่กระจาย เหาจะใช้เล็บที่แข็งแรงบริเวณปลายขาเกาะและไต่ไปตามเส้นผมอย่างรวดเร็ว เพียงแค่เด็กๆ เอาศีรษะมาสัมผัสกันไม่กี่วินาทีในขณะเล่นเกม ทำงานกลุ่ม หรือถ่ายรูปเซลฟี่ร่วมกัน เหาตัวแก่ก็สามารถเดินข้ามฝั่งไปตั้งรกรากบนศีรษะใหม่ได้ทันที

การแบ่งปันของใช้ส่วนตัวที่เด็กๆ มักทำไปโดยไม่ได้คิดอะไร

เด็กๆ มักจะมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และชอบแบ่งปันสิ่งของกัน แต่อุปกรณ์บางอย่างก็เป็นพาหะนำเหาได้เป็นอย่างดี เช่น หวี ยางรัดผม หมวกแก๊ป ผ้าเช็ดตัว เสื้อกันหนาว หรือแม้กระทั่งการนอนหนุนหมอนใบเดียวกันในช่วงเวลานอนกลางวัน เหาหรือไข่ที่ติดอยู่บนสิ่งของเหล่านี้สามารถรอจังหวะที่จะย้ายไปอยู่บนหนังศีรษะใหม่ที่มีอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของมัน

สัญญาณเตือนที่บอกว่าลูกอาจกำลังมีแขกไม่ได้รับเชิญอยู่บนหัว

ในระยะแรกที่เริ่มติดเหา เด็กบางคนอาจจะยังไม่มีอาการคันทันที เนื่องจากอาการคันเกิดจากปฏิกิริยาภูมิแพ้ต่อน้ำลายของเหาเวลาที่มันเจาะผิวหนังเพื่อดูดเลือด ซึ่งอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะเริ่มแสดงอาการ แต่คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตอาการผิดปกติได้จากสิ่งเหล่านี้

  • ลูกเริ่มมีพฤติกรรมเกา ศีรษะบ่อยผิดปกติ โดยเฉพาะบริเวณท้ายทอย หลังใบหู และขมับ
  • เด็กบ่นว่ารู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างไต่หรือขยับเขยื้อนอยู่บนหนังศีรษะ
  • มีรอยแดง รอยเกา หรือตุ่มคันขนาดเล็กบริเวณหนังศีรษะและลำคอ ในบางรายที่เกาแรงจนเป็นแผลอาจพบการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนตามมา
  • พบไข่เหาลักษณะเป็นเม็ดสีขาวอมเทาหรือสีเหลืองนวล ขนาดเล็กคล้ายเม็ดงา เกาะแน่นอยู่กับเส้นผมใกล้ๆ หนังศีรษะ ซึ่งจะแตกต่างจากรังแคตรงที่รังแคจะปัดออกได้ง่าย แต่ไข่เหาจะเกาะแน่นจนต้องใช้เล็บรูดออกเท่านั้น

วิธีกำจัดเหาให้สิ้นซากทั้งตัวและไข่แบบปลอดภัยต่อหนังศีรษะลูก

เมื่อพบว่าลูกติดเหา สิ่งสำคัญคือการตั้งสติและห้ามใช้สารเคมีอันตราย เช่น น้ำมันก๊าด ยาฆ่าแมลง หรือสารเคมีผิดประเภทมาทาหัวลูกเด็ดขาด เพราะสารเหล่านี้สามารถซึมเข้าสู่กระแสเลือดและเป็นอันตรายต่อชีวิตเด็กได้ วิธีการรักษาที่ถูกต้องและปลอดภัยควรปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้

เลือกใช้ยาสระผมกำจัดเหาอย่างไรให้ปลอดภัยและได้ผลจริง

ปัจจุบันมียาสระผมหรือโลชั่นกำจัดเหาที่ได้รับการรับรองทางการแพทย์ เช่น กลุ่มที่มีส่วนผสมของเพอร์เมทริน (Permethrin) หรือกลุ่มที่เป็นน้ำมันซิลิโคนซึ่งจะไปเคลือบอุดช่องหายใจของเหา วิธีใช้คือชโลมยาลงบนเส้นผมที่แห้งหรือหมาดตามคำแนะนำในฉลากอย่างเคร่งครัด ทิ้งไว้ตามเวลาที่กำหนดแล้วล้างออก สิ่งที่ต้องจำคือ ยาสระผมเหล่านี้มักจะฆ่าได้เฉพาะตัวเหา แต่อาจไม่สามารถทำลายไข่เหาได้ทั้งหมด จึงจำเป็นต้องสระซ้ำอีกครั้งหลังจากผ่านไป 7-10 วัน เพื่อกำจัดตัวเหาที่เพิ่งฟักออกจากไข่ที่ยังเหลือรอดอยู่

เทคนิคการใช้หวีเสนียดสางไข่เหาออกให้หมดจด

การใช้ยาสระผมควบคู่ไปกับการใช้หวีเสนียดเป็นหัวใจสำคัญในการรักษา หมอแนะนำให้ทาครีมนวดผมสูตรปกติลงบนเส้นผมของลูกให้ทั่วหลังจากสระผมเสร็จ ครีมนวดผมจะช่วยให้เส้นผมลื่นและทำให้ตัวเหาขยับตัวได้ยากขึ้น จากนั้นใช้หวีเสนียดที่มีซี่ฟันถี่มากๆ ค่อยๆ สางผมตั้งแต่โคนจรดปลายทีละช่อ โดยเน้นบริเวณท้ายทอยและหลังใบหู ทำความสะอาดหวีด้วยการเช็ดกับกระดาษทิชชูหรือจุ่มในน้ำร้อนทุกครั้งหลังการสางแต่ละครั้ง

วิธีป้องกันไม่ให้ลูกติดเหาซ้ำซากเมื่อต้องกลับไปเรียน

การกำจัดเหาบนหัวลูกจนหมดสิ้นจะไม่มีประโยชน์เลยหากลูกต้องกลับไปติดซ้ำจากเพื่อนที่โรงเรียน ดังนั้นการป้องกันเชิงรุกจึงเป็นสิ่งจำเป็น

  • พูดคุยและสร้างความเข้าใจ: สอนลูกอย่างนุ่มนวลว่าไม่ควรใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับเพื่อนๆ เช่น หวี หมวก ยางรัดผม หรือการเล่นเอาศีรษะไปชนกัน
  • เก็บรวบผมให้เรียบร้อย: สำหรับเด็กผู้หญิงที่มีผมยาว หมอแนะนำให้มัดผมเปียหรือรวบผมให้เรียบร้อยเพื่อลดโอกาสที่เส้นผมจะไปสัมผัสกับผมของเด็กคนอื่น
  • ดูแลสุขอนามัยของสิ่งของในบ้าน: นำปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัว และเสื้อผ้าของลูกไปซักด้วยน้ำร้อนที่อุณหภูมิอย่างน้อย 54 องศาเซลเซียส เพื่อฆ่าเหาและไข่ที่อาจหลุดร่วงอยู่
  • ประสานงานกับคุณครู: หากพบว่าลูกเป็นเหา ควรแจ้งทางคุณครูประจำชั้นทันที เพื่อที่คุณครูจะได้ประสานงานให้ผู้ปกครองท่านอื่นตรวจเช็กศีรษะของเด็กๆ ในห้องเรียนพร้อมกัน การรักษาไปพร้อมกันทั้งห้องเรียนจะช่วยหยุดยั้งวงจรการระบาดและป้องกันไม่ให้เด็กกลับมาติดซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้จบ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down