ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ชีวิตช่วงนี้ดูเหมือนจะแบกอะไรไว้หนักเกินไปหรือเปล่า

หลายครั้งที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาด้วยอาการนอนไม่หลับ ใจสั่น หรือรู้สึกไม่มีความสุขกับสิ่งที่เคยชอบ ทั้งที่เมื่อย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันอาจจะเป็นเรื่องใกล้ตัว เช่น การย้ายงานใหม่ การเลิกรากับคนรัก หรือปัญหาการเงินที่ถาโถมเข้ามา สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องของการคิดมากเกินไป แต่มันคือสภาวะที่ร่างกายและจิตใจพยายามสื่อสารว่า เรากำลังตกอยู่ในภาวะที่เรียกว่า ความผิดปกติของการปรับตัวต่อเหตุการณ์ตึงเครียดในชีวิตประจำวัน หรือ Adjustment Disorder

ภาวะนี้ต่างจากความเครียดปกติอย่างไร

คนทั่วไปมักเข้าใจว่าความเครียดเป็นเรื่องปกติ แต่ความแตกต่างที่สำคัญอยู่ตรงที่ความสามารถในการใช้ชีวิตครับ หากเราเผชิญกับเหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตแล้วเกิดอาการจนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ มีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ หรือมีอาการซึมเศร้ากังวลที่รุนแรงเกินกว่าที่ใครคนหนึ่งจะจัดการได้เอง นั่นคือสัญญาณว่าระบบการปรับตัวของเรากำลังทำงานหนักเกินกำลัง

อาการแบบไหนที่เตือนว่าเรากำลังปรับตัวไม่ได้

อาการของภาวะนี้ไม่ได้มีรูปแบบตายตัว แต่มีลักษณะเด่นที่สังเกตได้ดังนี้

  • รู้สึกกังวลตลอดเวลา หรือมีความวิตกกังวลสูงกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
  • มีอาการซึมเศร้า ร้องไห้บ่อย หรือรู้สึกสิ้นหวัง
  • มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น เก็บตัว ไม่ยอมคุยกับใคร หรือเริ่มดื่มแอลกอฮอล์หนักขึ้น
  • ปัญหาทางร่างกายที่ตรวจไม่พบสาเหตุ เช่น ปวดท้อง ปวดหัว หรือใจสั่น

ทำไมเหตุการณ์ธรรมดาถึงส่งผลกระทบกับเราได้ขนาดนี้

ทุกคนมีขีดจำกัดในการรับมือกับความกดดันไม่เท่ากันครับ บางคนอาจจะผ่านเรื่องร้ายแรงมาได้โดยไม่สะทกสะท้าน ในขณะที่อีกคนอาจจะเปราะบางต่อเหตุการณ์เล็กน้อย ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ในอดีต ต้นทุนทางอารมณ์ และสิ่งแวดล้อมรอบตัว ณ เวลานั้น เมื่อสิ่งเหล่านี้ไม่สมดุล สมองส่วนอารมณ์จึงตีความเป็นความเครียดในระดับที่ร่างกายรับไม่ไหวจนส่งผลออกมาเป็นอาการทางกายและจิตใจ

ก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้อย่างไร

ข่าวดีคือ ภาวะนี้ไม่ใช่โรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายครับ หากเราเข้าใจและได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสม อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปเองได้ภายในระยะเวลาไม่นาน

การจัดการด้วยตัวเองในเบื้องต้น

  • เปิดใจพูดคุยกับคนรอบข้าง การระบายออกมาช่วยลดภาระในใจได้มาก
  • รักษากิจวัตรประจำวันให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งการนอน การกิน และการออกกำลังกาย
  • ฝึกผ่อนคลายด้วยการกำหนดลมหายใจ เพื่อลดระดับฮอร์โมนความเครียดในร่างกาย

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาหมอ

หากอาการเริ่มขวางกั้นไม่ให้เราใช้ชีวิตได้ตามปกติ หรือเริ่มมีความคิดที่จะทำร้ายตัวเอง หรือรู้สึกว่าความเครียดนั้นหนักหนาเกินกว่าจะแบกรับไว้เพียงลำพัง การมาปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นการหาเครื่องมือช่วยให้เราเดินต่อได้เร็วขึ้น ผ่านการพูดคุยบำบัดหรือการใช้ยาเพื่อปรับสมดุลสารเคมีในสมองให้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down