ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมร่างกายถึงแสดงอาการไม่เหมือนกัน เมื่อเจอเดงกีเป็นครั้งแรก

หลายคนมักสงสัยว่าถ้าชีวิตนี้ไม่เคยเป็นไข้เลือดออกมาก่อน แล้วจู่ๆ เกิดติดเชื้อไวรัสเดงกีขึ้นมา ร่างกายจะมีปฏิกิริยาอย่างไร ระบบภูมิคุ้มกันของเราจะรับมือไหวไหม หมอต้องบอกก่อนว่าการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันในกลุ่มผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อไวรัสเดงกีมาก่อนนั้น มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับคนที่เคยเป็นมาแล้ว เพราะนี่คือการเผชิญหน้าครั้งแรกของร่างกายกับเชื้อชนิดนี้

เมื่อระบบภูมิคุ้มกันต้องรับมือกับศัตรูที่ไม่เคยรู้จัก

ในครั้งแรกที่เชื้อไวรัสเดงกีเข้าสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันจะทำงานแบบค่อยเป็นค่อยไป ร่างกายยังไม่มีหน่วยความจำหรือแอนติบอดีจำเพาะที่เตรียมไว้จัดการกับมันโดยตรง สิ่งที่เกิดขึ้นคือระบบภูมิคุ้มกันแบบไม่จำเพาะเจาะจงจะเริ่มออกปฏิบัติการก่อน เพื่อพยายามยับยั้งการกระจายตัวของไวรัสในช่วงวันแรกๆ

กลไกการสร้างภูมิคุ้มกันเบื้องต้น

  • ร่างกายจะเริ่มกระบวนการสร้างเม็ดเลือดขาวเพื่อเข้าล้อมจับและทำลายเชื้อไวรัส
  • มีการหลั่งสารที่เรียกว่าไซโตไกน์ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยให้ร่างกายรู้ว่ามีผู้บุกรุก ซึ่งสารตัวนี้เองที่เป็นสาเหตุให้เรามีไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว หรือรู้สึกเพลียหนักในช่วงแรก
  • ใช้เวลาประมาณ 5-7 วันกว่าที่ร่างกายจะเริ่มสร้างแอนติบอดีชนิด IgM ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันด่านแรกที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อสู้กับเดงกีโดยเฉพาะ

ทำไมการติดเชื้อครั้งแรกมักมีความเสี่ยงน้อยกว่าการติดครั้งที่สอง

คำถามยอดฮิตที่หมอเจอคือ การติดครั้งแรกน่ากลัวไหม ความจริงคือในคนที่ติดเชื้อครั้งแรก อาการมักจะไม่รุนแรงเท่ากับคนที่เคยเป็นมาแล้ว เพราะร่างกายไม่มีแอนติบอดีที่ผิดเพี้ยนไปทำปฏิกิริยากับเชื้อในทางลบ ต่างจากคนที่เคยติดเชื้อสายพันธุ์หนึ่งมาแล้ว พอมาเจออีกสายพันธุ์หนึ่ง ภูมิคุ้มกันเก่าอาจจะดึงเชื้อไวรัสเข้าสู่เซลล์ได้ง่ายขึ้นจนเกิดอาการรุนแรง

สังเกตอาการผิดปกติที่ต้องเฝ้าระวังให้ดี

แม้ว่าการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันในกลุ่มผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อไวรัสเดงกีมาก่อนจะดูเหมือนรับมือได้ดีกว่า แต่ไข้เลือดออกยังคงเป็นโรคที่ประมาทไม่ได้ หากมีอาการเหล่านี้ต้องรีบมาพบแพทย์ทันที

  • ไข้สูงลอยที่กินยาลดไข้แล้วอาการไม่ค่อยดีขึ้น
  • มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง หรือมีเลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน
  • ปวดท้องรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณใต้ชายโครงขวา
  • อาการซึมลง อ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด หรืออาเจียนไม่หยุด

ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อภูมิคุ้มกันกำลังทำงานหนัก

ในช่วงที่ร่างกายกำลังต่อสู้กับไวรัส การพักผ่อนคือหัวใจสำคัญที่สุด ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำจากไข้สูง และที่สำคัญที่สุดคือการใช้ยาลดไข้พาราเซตามอลอย่างถูกวิธี ห้ามซื้อยากลุ่มลดการอักเสบ หรือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs มาทานเองเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดภาวะเลือดออกผิดปกติและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down