ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนที่เดินเข้ามานั่งคุยกับผมที่ห้องตรวจมักจะเริ่มต้นด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ แล้วบอกว่า หมอครับ ช่วงนี้อึไม่ออกเลย หลายวันถึงจะเข้าห้องน้ำที นั่งเบ่งจนหน้าดำหน้าแดงแต่ก็ออกมายากเย็นแถมแข็งเป็นก้อน บางคนถึงขั้นปวดท้องน้อยและแน่นอึดอัดไปหมด อาการแบบนี้แหละครับที่เราเรียกทางการแพทย์ว่า ภาวะถ่ายอุจจาระลำบากหรือมีอาการท้องผูก ซึ่งสร้างความหงุดหงิดกวนใจให้ชีวิตประจำวันไม่น้อยเลยทีเดียว

จริงๆ แล้วแค่ไหนถึงเรียกว่าท้องผูกกันแน่?

เวลาพูดถึงเรื่องการขับถ่าย หลายคนเข้าใจผิดว่าต้องเข้าห้องน้ำทุกวันถึงจะปกติ ความจริงแล้วธรรมชาติของคนเราไม่เหมือนกันครับ บางคนถ่ายวันละครั้ง บางคนวันเว้นวันก็ถือว่าปกติ ถ้าอุจจาระนิ่มและถ่ายออกง่าย แต่ถ้าใครเข้าเกณฑ์เหล่านี้ เริ่มเรียกว่ามีปัญหาแล้วครับ:

  • ความถี่ในการขับถ่ายลดลงเหลือน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์
  • เวลาเข้าห้องน้ำต้องออกแรงเบ่งมากๆ ทุกครั้ง
  • ลักษณะอุจจาระแห้ง แข็ง เป็นก้อนเล็กๆ แบบเม็ดกระสุน หรือเป็นก้อนใหญ่ที่แข็งมาก
  • มีความรู้สึกเหมือนถ่ายไม่สุด หรือมีอะไรมาขวางกั้นบริเวณทวารหนัก

ต้นตอของปัญหา: ทำไมลำไส้ถึงขี้เกียจทำงาน?

ลำไส้ของเรามีหน้าที่บีบตัวเพื่อขับกากอาหารออกไปครับ แต่ถ้ามันเริ่มทำงานช้าลงหรือเกียจคร้าน มักจะมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันเสียส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการดื่มน้ำน้อยเกินไปจนร่างกายต้องดึงน้ำกลับจากกากอาหาร ทำให้อุจจาระแห้งแข็ง การกินอาหารที่มีกากใยหรือผักผลไม้น้อย การกลั้นอุจจาระบ่อยๆ เพราะความรีบเร่งในตอนเช้า หรือแม้แต่นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ โดยไม่ยอมลุกไปไหน ทำให้ลำไส้ขาดการกระตุ้นการเคลื่อนไหว นอกจากนี้ ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอก็มีผลโดยตรงต่อระบบย่อยอาหารด้วยเช่นกันครับ

ปรับพฤติกรรมง่ายๆ ช่วยให้ลำไส้กลับมาทำงานได้ดีขึ้น

การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนไม่ใช่การพึ่งยาถ่ายไปตลอดชีวิตครับ แต่เป็นการปรับสมดุลจากภายใน เริ่มต้นจากการดื่มน้ำเปล่าให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 ถึง 10 แก้ว เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้อุจจาระไม่แข็งตัว เพิ่มอาหารที่มีไฟเบอร์สูงอย่างผักใบเขียว ผลไม้สด และธัญพืชต่างๆ เพื่อเพิ่มมวลอุจจาระและกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ที่สำคัญคือฝึกนิสัยการขับถ่ายให้เป็นเวลาทุกวัน โดยไม่ต้องรีบร้อน และหาเวลาขยับร่างกายออกกำลังกายเบาๆ เพื่อปลุกพลังให้ลำไส้ตื่นตัว

สัญญาณเตือนแบบไหนที่ควรมาพบแพทย์ทันที

แม้ว่าอาการท้องผูกส่วนใหญ่จะมาจากเรื่องอาหารการกินและไลฟ์สไตล์ แต่ถ้าหากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย อย่าปล่อยไว้เด็ดขาดครับ ควรมาตรวจหาสาเหตุที่ละเอียดขึ้น:

  • มีเลือดปนออกมากับอุจจาระ หรือสังเกตเห็นอุจจาระมีสีดำสนิท
  • น้ำหนักลดลงไปเองโดยไม่ได้ตั้งใจ
  • มีอาการปวดท้องรุนแรงร่วมด้วยตลอดเวลา
  • อาการท้องผูกเพิ่งเกิดขึ้นอย่างกะทันหันในคนที่มีอายุเกิน 50 ปีขึ้นไป

เรื่องการขับถ่ายเป็นเรื่องธรรมชาติที่สะท้อนสุขภาพภายในของเราครับ ถ้าเริ่มรู้สึกว่าร่างกายส่งสัญญาณเตือน ลองปรับพฤติกรรมเบื้องต้นดูก่อน แต่ถ้าไม่ดีขึ้น การปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องและปลอดภัยย่อมดีที่สุดครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down