ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เคยรู้สึกไหมว่า หลังจากนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนติดต่อกันหลายชั่วโมง ดวงตาเริ่มส่งสัญญาณประท้วงด้วยอาการแสบ ร้อนผ่าว เหมือนมีเศษทรายเม็ดเล็กๆ ระคายเคืองอยู่ข้างใน บางครั้งก็มีน้ำตาไหลทะลักออกมาดื้อๆ จนต้องขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า อาการเหล่านี้ไม่ใช่แค่ความล้าธรรมดาที่นอนพักก็หาย แต่อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของ โรคตาแห้งจากการจ้องหน้าจอนาน ที่กำลังรบกวนคุณภาพชีวิตและการทำงานโดยไม่รู้ตัว

ทำไมการทำงานหน้าจอทั้งวัน ถึงทำให้ตาแห้งและล้าได้ขนาดนี้?

โดยปกติแล้ว มนุษย์เราจะกะพริบตาประมาณ 15-20 ครั้งต่อนาที เพื่อให้เปลือกตาเกลี่ยน้ำตาไปหล่อเลี้ยงผิวลูกตาได้อย่างทั่วถึง แต่วิถีชีวิตที่ต้องจ้องหน้าจออย่างขะมักเขม้น ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน อ่านเอกสาร หรือเล่นเกม สมองจะสั่งการให้เราเพ่งสมาธิไปที่จอ ส่งผลให้การกะพริบตาของเราลดลงโดยอัตโนมัติ เหลือเพียง 5-7 ครั้งต่อนาทีเท่านั้น ยิ่งกะพริบตาน้อยลง น้ำตาที่เคลือบปกป้องผิวตาก็จะระเหยออกไปเร็วขึ้น

นอกจากนี้ ลมจากเครื่องปรับอากาศในห้องทำงาน หรือการตั้งหน้าจอในระดับสายตาที่สูงเกินไป ทำให้เราต้องเบิกตากว้างขึ้น ยิ่งเป็นการเพิ่มพื้นที่ผิวตาในการระเหยของน้ำตา เม็ดน้ำตาตามธรรมชาติของเราประกอบด้วยน้ำ เมือก และไขมัน เมื่อไขมันที่ผลิตจากต่อมบริเวณขอบตาเกิดการอุดตันจากการกะพริบตาที่ไม่สมบูรณ์ น้ำตาจะระเหยอย่างรวดเร็ว จนเกิดกระบวนการอักเสบบนผิวตาตามมาในที่สุด

เช็กด่วน! อาการแบบนี้ไม่ใช่แค่ล้าธรรมดา แต่คือสัญญาณเตือนของโรคตาแห้ง

หลายคนมักละเลยเพราะคิดว่าเป็นเพียงแค่ความเหนื่อยล้าชั่วคราวจากการทำงาน ลองมาสำรวจดวงตาของตัวเองกันว่ามีสัญญาณเตือนเหล่านี้บ้างหรือไม่

  • รู้สึกระคายเคืองเคืองตา: เหมือนมีผงฝุ่นหรือเศษทรายติดอยู่ในตาตลอดเวลา
  • แสบตาร้อนผ่าว: รู้สึกแสบร้อนลึกๆ ในกระบอกตา โดยเฉพาะเมื่อต้องเจอลม แสงจ้า หรืออยู่ในห้องแอร์
  • น้ำตาไหลพรากแบบไม่มีสาเหตุ: อาการนี้ฟังดูย้อนแย้งแต่นี่คือกลไกการตอบสนองของร่างกาย เมื่อผิวตาแห้งจนอักเสบระคายเคือง สมองจะสั่งให้ต่อมน้ำตาผลิตน้ำตาปริมาณมากออกมาชดเชย แต่น้ำตาเหล่านี้เป็นเพียงน้ำใสๆ ไม่มีชั้นไขมันคอยเคลือบ จึงระเหยไปอย่างรวดเร็วและไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาตาแห้งได้จริง
  • ภาพเบลอชั่วขณะ: สังเกตว่าเมื่อกะพริบตาถี่ๆ หรือหลับตาสักพัก ภาพจะกลับมาคมชัดเหมือนเดิม

วิธีปรับพฤติกรรมง่ายๆ เพื่อช่วยให้ดวงตากลับมามีน้ำหล่อเลี้ยงอีกครั้ง

การรักษาโรคตาแห้งจากการจ้องหน้าจอนานที่ได้ผลดีที่สุด ไม่ใช่การพึ่งพายาหยอดตาเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการใช้งานหน้าจอในแต่ละวัน

  • สูตรลัด 20-20-20 ช่วยพักสายตา: ทุกๆ 20 นาทีที่จ้องหน้าจอ ให้ละสายตาไปมองวัตถุที่อยู่ห่างออกไปอย่างน้อย 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อตาได้ผ่อนคลายและกระตุ้นการกะพริบตาตามธรรมชาติ
  • ปรับตำแหน่งหน้าจอให้เหมาะสม: จัดวางหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 10-15 องศา และห่างจากใบหน้าประมาณ 50-70 เซนติเมตร วิธีนี้จะช่วยลดขนาดของช่องกระบอกตาที่ต้องเปิดกว้าง ทำให้ลดการระเหยของน้ำตาได้ดี
  • เลี่ยงทิศทางลมปะทะใบหน้า: ปรับทิศทางช่องลมของเครื่องปรับอากาศหรือพัดลมไม่ให้เป่าโดนใบหน้าและดวงตาโดยตรง

เลือกน้ำตาเทียมอย่างไรให้ปลอดภัยและเหมาะกับดวงตาของเรา

หากจำเป็นต้องใช้น้ำตาเทียมเพื่อบรรเทาอาการระคายเคือง ควรเลือกประเภทให้เหมาะสมกับการใช้งาน หากต้องหยอดบ่อยเกินวันละ 4 ครั้ง แนะนำให้เลือกใช้น้ำตาเทียมชนิดไม่มีสารกันเสียที่มาในรูปแบบหลอดบีบขนาดเล็กสำหรับใช้รายวัน เนื่องจากไม่มีสารเคมีสะสมที่อาจทำลายเซลล์ผิวตาในระยะยาว ส่วนกลุ่มที่ใช้งานไม่บ่อย สามารถเลือกใช้ชนิดขวดที่มีสารกันเสียได้ แต่ไม่ควรหยอดเกินวันละ 4 ครั้ง

วิธีประคบอุ่นกระตุ้นต่อมไขมันที่เปลือกตาให้ทำงานดีขึ้น

การอุดตันของต่อมผลิตไขมันที่เปลือกตาเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้น้ำตาระเหยง่าย การประคบอุ่นจะช่วยละลายไขมันที่จับตัวแข็งขวางทางระบายน้ำมัน เพียงใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นอุณหภูมิประมาณ 40 องศาเซลเซียส บิดให้หมาด นำมาประคบเหนือดวงตาที่ปิดสนิททิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที วันละ 1-2 ครั้ง ไขมันที่อุดตันจะค่อยๆ ละลายและขับออกมาเคลือบน้ำตาให้ทำงานได้สมบูรณ์ขึ้น

อาการแบบไหนที่ห้ามละเลย และต้องรีบไปพบแพทย์ทันที?

แม้ว่าโรคตาแห้งจากการจ้องหน้าจอนานจะสามารถบรรเทาได้ด้วยตัวเองในเบื้องต้น แต่หากเริ่มมีอาการรุนแรงดังต่อไปนี้ ควรรีบเข้าพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียดทันที

  • มีอาการปวดกระบอกตาอย่างรุนแรง หรือปวดศีรษะร่วมด้วยอย่างต่อเนื่อง
  • ดวงตาแดงจัด มีขี้ตาเป็นหนองหรือเมือกสีเหลืองเหนียวเหนอะหนะผิดปกติ
  • ตามัวลงอย่างเห็นได้ชัด และอาการไม่ดีขึ้นแม้จะหลับตาพักหรือหยอดน้ำตาเทียมแล้ว
  • มีความรู้สึกระคายเคืองรุนแรงเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมบาดผิวตาตลอดเวลา ซึ่งอาจเกิดจากภาวะกระจกตาอักเสบหรือเป็นแผล

ดวงตาคู่สวยมีเพียงคู่เดียวและการป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ การแบ่งเวลาให้ดวงตาได้หยุดพักจากการจ้องหน้าจอเหลี่ยมๆ บ้าง จะช่วยถนอมสุขภาพสายตาให้อยู่กับเราไปได้อีกยาวนาน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down