ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

กลางดึกคืนหนึ่งในห้องฉุกเฉิน พ่อแม่คู่หนึ่งอุ้มลูกน้อยวัยเพียง 8 เดือนเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก ตัวเล็กของพวกเขามีไข้สูงลอยมาสองวัน แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจคนเป็นพ่อแม่แทบสลายในคืนนี้คือ ลูกน้อยเริ่มมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ยอมสบตา ไม่ดูดนม และมีอาการแขนขาเกร็งกระตุกเป็นระยะ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่เพียงแค่ไข้หวัดธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยขั้นวิกฤตของโรคที่ร้ายแรงกว่านั้น

เมื่อพูดถึงไข้หวัดใหญ่ หลายคนมักนึกถึงอาการไอ จาม น้ำมูกไหล หรืออย่างรุนแรงที่สุดก็คือปอดอักเสบ แต่ในกลุ่มทารกและเด็กเล็กที่มีภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ เชื้อไวรัสนี้สามารถก่อให้เกิด ภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทและสมองอักเสบได้อย่างรวดเร็วและรุนแรง ซึ่งเป็นภาวะที่แพทย์เด็กทุกคนกังวลใจมากที่สุด

ทำไมไวรัสไข้หวัดใหญ่ถึงทำอันตรายต่อสมองของทารกได้รุนแรง?

ระบบประสาทและสมองของทารกวัยแรกเกิดจนถึงขวบปีแรกยังอยู่ในช่วงที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว เยื่อหุ้มสมองและระบบคัดกรองสารเคมีระหว่างเลือดกับสมองยังไม่แข็งแรงสมบูรณ์เหมือนในผู้ใหญ่ เมื่อไวรัสไข้หวัดใหญ่เข้าสู่ร่างกาย นอกจากการเข้าไปทำลายระบบทางเดินหายใจแล้ว ในทารกบางราย ไวรัสสามารถเล็ดลอดผ่านกระแสเลือดเข้าไปจู่โจมเนื้อสมองโดยตรง

นอกจากนี้ ปฏิกิริยาตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของทารกที่ยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ อาจกระตุ้นให้เกิดภาวะสารอักเสบหลั่งออกมามากเกินไป หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า พายุไซโตไคน์ สารอักเสบเหล่านี้จะวิ่งไปทั่วร่างกายและเข้าไปทำให้เซลล์สมองบวมและเกิดการอักเสบอย่างรุนแรง ส่งผลให้เนื้อสมองบางส่วนถูกทำลายอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

สัญญาณเตือนภัยที่พ่อแม่ต้องรีบสังเกต: แบบไหนคืออาการวิกฤต?

เนื่องจากทารกยังไม่สามารถบอกเล่าความเจ็บปวดหรืออาการปวดศีรษะได้เหมือนเด็กโต พ่อแม่จึงต้องเป็นหูเป็นตาและสังเกตพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของลูกอย่างใกล้ชิด หากลูกน้อยเป็นไข้หวัดใหญ่และมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอ

  • ซึมลงอย่างผิดปกติ: ลูกดูเหนื่อยอ่อน ไม่มีแรง ไม่ยอมเล่นตามปกติ ปลุกตื่นยาก หรือสบตาน้อยลง
  • ไม่ยอมดูดนมหรือกินอาหาร: ปฏิเสธการกินนม มีอาการอาเจียนพุ่งหลายครั้ง ซึ่งเป็นสัญญาณของแรงดันในสมองที่เพิ่มสูงขึ้น
  • ร้องไห้งอแงไม่หยุด: ร้องไห้ด้วยเสียงแหลมสูง คล้ายเจ็บปวดตลอดเวลา และไม่สามารถปลอบให้หยุดได้
  • อาการชักเกร็ง: มีการเกร็งของกล้ามเนื้อแขนขา ตาเหลือกค้าง หรือกระตุกสั่น แม้จะไม่มีไข้สูงในขณะนั้นก็ตาม
  • คอแข็งหรือหลังแอ่น: ทารกอาจแสดงท่าทีเจ็บปวดเมื่อจับเคลื่อนไหวคอ หรือนอนในท่าหลังแอ่นผิดธรรมชาติ

ความแตกต่างระหว่างอาการไข้สูงแล้วชักทั่วไป กับสมองอักเสบ

คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่อง อาการชักจากไข้สูง ซึ่งมักเกิดขึ้นสั้นๆ และเมื่อไข้ลดลงเด็กจะกลับมาดูร่าเริงแจ่มใสเหมือนเดิม แต่ในกรณีของสมองอักเสบจากไวรัสไข้หวัดใหญ่ อาการชักมักจะเกิดซ้ำๆ ชักนานเกิน 5 นาที หรือหลังจากชักแล้ว ลูกจะไม่ฟื้นคืนสติอย่างสมบูรณ์ ยังคงซึมลง อ่อนแรง หรือมีพฤติกรรมแปลกๆ ไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด

ขั้นตอนการดูแลและรักษาเมื่อลูกน้อยต้องเผชิญภาวะสมองอักเสบ

เมื่อทารกเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยความสงสัยว่าจะมีภาวะสมองอักเสบ ทีมแพทย์จำเป็นต้องตรวจวินิจฉัยอย่างเร่งด่วนและละเอียดถี่ถ้วนเพื่อให้การรักษาที่ตรงจุดที่สุด

การตรวจวินิจฉัยทางระบบประสาท

แพทย์อาจพิจารณาทำการตรวจน้ำไขสันหลัง เพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสและแยกแยะโรคติดเชื้อประเภทอื่น รวมถึงการตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองเพื่อดูการทำงานของสมองและควบคุมอาการชัก ในรายที่มีอาการรุนแรง การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือการตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสมองจะช่วยให้เห็นขอบเขตของการอักเสบและการบวมของสมองได้อย่างชัดเจน

วิธีรักษาทางการแพทย์

การรักษาภาวะแทรกซ้อนนี้จำเป็นต้องทำในหอผู้ป่วยวิกฤตเด็ก โดยเน้นการรักษาที่รวดเร็วเพื่อลดการสูญเสียของเนื้อสมอง

  • การให้ยาต้านไวรัส: ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเข้มข้นจะถูกให้ผ่านทางหลอดเลือดดำหรือทางสายให้อาหารอย่างรวดเร็วที่สุด
  • การลดอาการสมองบวม: แพทย์จะใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์หรือยาลดสมองบวมเพื่อลดแรงดันภายในกะโหลกศีรษะ ไม่ให้เนื้อสมองถูกเบียดทับจนเสียหาย
  • การควบคุมอาการชัก: การใช้ยาต้านอาการชักอย่างเป็นระบบเพื่อป้องกันไม่ให้สมองขาดออกซิเจนในระหว่างที่ชัก
  • การประคับประคองการทำงานของร่างกาย: การดูแลเรื่องระบบทางเดินหายใจ การควบคุมระดับเกลือแร่และน้ำในร่างกายให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมที่สุด

ปกป้องลูกรักอย่างไรให้ห่างไกลจากภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

แม้ว่าภาวะสมองอักเสบจากไข้หวัดใหญ่จะเป็นโรคที่รุนแรงและน่ากลัว แต่ข่าวดีคือเราสามารถป้องกันและลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับลูกรักได้ด้วยวิธีที่ได้ผลดีที่สุดดังนี้

การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่

วัคซีนไข้หวัดใหญ่สามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่น้องอายุ 6 เดือนขึ้นไป และควรได้รับการกระตุ้นเป็นประจำทุกปี การฉีดวัคซีนไม่ได้ป้องกันไข้หวัดธรรมดา แต่ช่วยลดโอกาสการเกิดอาการรุนแรง ปอดอักเสบ และลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนทางสมองได้อย่างมีนัยสำคัญ

สร้างเกราะป้องกันรอบตัวเด็ก

สำหรับทารกที่อายุยังไม่ถึง 6 เดือนและยังไม่สามารถรับวัคซีนได้ สมาชิกทุกคนในบ้านรวมถึงผู้เลี้ยงดูควรได้รับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่รอบตัวเด็ก หลีกเลี่ยงการพาเจ้าตัวเล็กไปในที่แออัด และล้างมือก่อนสัมผัสตัวทารกทุกครั้ง

ความรักและความใส่ใจในการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดของพ่อแม่ คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยรักษาชีวิตและสมองของลูกน้อยไว้ได้ทันเวลา หากพบอาการผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อย อย่าลังเลที่จะพาลูกไปพบแพทย์ เพราะในเรื่องของสมอง ทุกนาทีที่ผ่านไปมีค่าต่อพัฒนาการและชีวิตของลูกรักเสมอ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down