เวลาลูกน้อยนอนซึม ตัวร้อนจัดจนปรอทแทบแตก ยิ่งถ้าเกิดขึ้นตอนกลางดึกด้วยแล้ว หัวใจคนเป็นพ่อเป็นแม่คงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เสียงร้องงอแงผสมกับลมหายใจร้อนผ่าว ทำให้บ้านแทบแตกตื่น อาการไข้สูงเฉียบพลันในเด็กเป็นหนึ่งในเรื่องที่หมอเจอและต้องตอบคำถามบ่อยที่สุดในห้องตรวจ ลูกจะเป็นอะไรร้ายแรงไหม ชักหรือเปล่า และต้องเช็ดตัวกินยาตอนไหนถึงจะถูกวิธี วันนี้หมอขอมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่หายกังวลและเตรียมรับมือได้อย่างถูกต้องครับ
ลูกตัวร้อนขนาดนี้ เรียกว่าไข้สูงเฉียบพลันหรือยัง?
ในทางการแพทย์ เราจะมองว่าเด็กมีไข้เมื่อวัดอุณหภูมิทางหู ทางปาก หรือทางรักแร้ได้สูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป แต่ถ้าวันดีคืนดีลูกตัวร้อนจี๋ขึ้นมาอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง จนแตะระดับ 38.5 ถึง 39 องศาเซลเซียสขึ้นไป แบบนี้แหละครับที่เราเรียกว่า อาการไข้สูงเฉียบพลันในเด็ก
สาเหตุส่วนใหญ่ในเด็กเล็กมักหนีไม่พ้นเชื้อไวรัสรอบตัว เช่น ไข้หวัดใหญ่ RSV หรือไวรัสลงกระเพาะ แต่ก็ประมาทเชื้อแบคทีเรียไม่ได้เช่นกัน การที่ไข้ขึ้นสูงปรี๊ดไม่ได้แปลว่าโรคร้ายแรงเสมอไป แต่อาจเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของน้องกำลังต่อสู้กับเชื้อโรคอย่างเต็มที่ต่างหากครับ
เช็ดตัวลดไข้ให้ถูกวิธี ทำอย่างไรไม่ให้ลูกหนาวสั่น
พอไข้ขึ้นสูง สิ่งแรกที่หลายคนทำคือรีบหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้ลูกทันที แต่ถ้าทำผิดวิธี เช่น ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นจัด ลูกอาจจะเกิดอาการหนาวสั่น ซึ่งยิ่งทำให้ความร้อนในร่างกายพุ่งสูงขึ้นไปอีก
หลักการเช็ดตัวที่ถูกต้องคือ ใช้น้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง บิดผ้าให้หมาด ไม่ชุ่มโชก แล้วเช็ดสวนย้อนรูขุมขน เพื่อเปิดทางให้ความระเหยช่วยระบายความร้อนออกไป เริ่มจากใบหน้า ซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ ซึ่งเป็นจุดที่มีเส้นเลือดใหญ่ผ่าน พยายามเช็ดเน้นบริเวณเหล่านี้ แล้วสวมเสื้อผ้าโปร่งๆ สบายๆ ไม่ต้องห่อตัวหนาเตอะ
กินยาลดไข้พาราเซตามอลและไอบูโปรเฟนอย่างไรให้ปลอดภัย
ยาลดไข้เป็นตัวช่วยสำคัญ แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวังมากๆ ครับ โดยเฉพาะเรื่องขนาดยา:
- พาราเซตามอล (Paracetamol): คำนวณตามน้ำหนักตัวของลูกเป็นหลัก ไม่ใช่ตามอายุ โดยทั่วไปใช้อย่างปลอดภัยที่ 10-15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ให้กินห่างกันอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมงเมื่อมีไข้สูง
- ไอบูโปรเฟน (Ibuprofen): ห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือน และห้ามใช้เด็ดขาดในเด็กที่สงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก เพราะอาจทำให้เลือดออก
ข้อควรจำที่หมอย้ำเสมอคือ ยาลดไข้ไม่ได้ช่วยรักษาต้นตอของโรค แต่ช่วยบรรเทาอาการเพื่อให้ลูกสบายตัวขึ้นและป้องกันภาวะชักจากไข้สูงเท่านั้นครับ
อาการแบบไหนที่แปลว่าอันตราย ต้องรีบพาน้องไปหาหมอด่วน?
ไข้สูงอย่างเดียวบางทีอาจไม่อันตรายเท่ากับอาการร่วมอื่นๆ คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยสังเกตสัญญาณเตือนเหล่านี้ให้ดี ถ้ามีอาการเหล่านี้เมื่อไหร่ ให้รีบพาไปโรงพยาบาลทันทีครับ:
- เด็กอายุต่ำกว่า 3 เดือนที่มีไข้สูง แม้จะยังดูร่าเริงดีก็ตาม ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน
- มีอาการชักเกร็ง ตาค้าง หรือหมดสติ
- ซึมมากปลุกไม่ค่อยตื่น หรือร้องกวนงอแงตลอดเวลาแบบผิดปกติไม่มีเสียงหยุด
- หายใจหอบแรง หายใจจนซี่โครงบุ๋ม หรือริมฝีปากเขียวคล้ำ
- อาเจียนพุ่งทุกครั้งที่กินน้ำหรือกินยา ทานอาหารไม่ได้เลย ปัสสาวะน้อยลงหรือเข้มมาก
- มีผื่นขึ้นตามตัวโดยเฉพาะผื่นจุดสีแดงคล้ายเลือดที่ไม่จางหายไปเมื่อใช้นิ้วกด
วิธีดูแลประคับประคองลูกรักในช่วงที่ไข้ยังไม่ยอมลง
ในช่วงที่ลูกป่วย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการป้องกันภาวะขาดน้ำ เพราะเด็กที่ตัวร้อนจะสูญเสียน้ำในร่างกายเร็วมาก ให้คุณแม่หม้อนมบ่อยๆ หรือจิบน้ำเกลือแร่สำหรับเด็กทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง ส่วนเรื่องอาหารไม่ต้องบังคับมากครับ เอาที่น้องอยากกินและย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม หรือซุปอุ่นๆ
ที่สำคัญคือ คุณพ่อคุณแม่ต้องใจเย็นๆ คอยวัดอุณหภูมิทุก 2-4 ชั่วโมง และสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด ไข้ส่วนใหญ่จากไวรัสจะค่อยๆ ดีขึ้นและลดลงได้เองภายใน 3 ถึง 5 วัน หากดูแลเบื้องต้นแล้วน้องยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการน่ากังวล พาน้องมาพบแพทย์เพื่อตรวจหาสะอาดที่แท้จริงจะได้ปลอดภัยที่สุดครับ