ลูกกลับมาจากศูนย์เด็กเล็กแล้วมีตุ่มใสขึ้น แบบนี้ใช่โรคมือเท้าปากหรือเปล่า
ช่วงเวลาที่ลูกไปโรงเรียนหรือศูนย์เด็กเล็ก เป็นช่วงที่พ่อแม่หลายคนต้องลุ้นระทึกทุกวัน เพราะนอกจากจะได้เจอเพื่อนฝูงและได้พัฒนาการแล้ว ยังมักจะมีของฝากไม่พึงประสงค์ติดมือกลับมาด้วย โดยเฉพาะโรคยอดฮิตประจำฤดูอย่างโรคมือเท้าปาก ที่แพร่กระจายกันได้ง่ายเหลือเกินในสถานที่ที่เด็กอยู่รวมกันเยอะๆ
ในฐานะหมอเด็กที่มักจะเจอคุณแม่พาเจ้าตัวเล็กเข้ามาหาด้วยอาการไข้ต่ำๆ เจ็บปากจนไม่ยอมกินอะไรเลย พร้อมกับตุ่มน้ำใสที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และในปาก ทำให้ต้องรีบแนะนำวิธี การป้องกันการแพร่ ะบาดของโรคมือเท้าปากในTheศูนย์เด็กเล็ก ให้คุณครูและผู้ปกครองเข้าใจตรงกัน เพราะถ้าปล่อยให้หลุดรอดไปคนเดียว ไม่นานก็อาจจะติดกันยกห้องได้
ทำความรู้จักเชื้อร้ายตัวจิ๋วที่ชอบเด็กเล็กเป็นพิเศษ
โรคมือเท้าปากไม่ได้เกิดจากเชื้อตัวเดียว แต่ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มไวรัสลำไส้หรือเอนเทอโรไวรัส (Enteroviruses) เจ้าไวรัสพวกนี้ชอบความชื้นและชอบอยู่ในที่ที่เด็กๆ ทำกิจกรรมร่วมกัน เชื้อจะติดต่อกันได้ง่ายมากผ่านทางน้ำลาย น้ำมูก น้ำจากตุ่มใส หรืออุจจาระของผู้ป่วย
เวลาที่เด็กๆ เล่นของเล่นร่วมกัน หยิบของเข้าปาก หรือไอจามใส่กัน เชื้อโรคเหล่านี้จึงเดินทางส่งต่อกันได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งในศูนย์เด็กเล็กที่เด็กๆ ยังช่วยเหลือตัวเองเรื่องความสะอาดได้ไม่ดีพอ การแพร่ระบาดจึงเกิดขึ้นได้ง่ายและรวดเร็วมาก
สัญญาณเตือนภัยที่ครูและพ่อแม่ต้องสังเกตให้ไว
การจะหยุดยั้งการระบาดให้ได้ผล สิ่งสำคัญคือการเจอตัวผู้ป่วยให้เร็วที่สุด อาการเริ่มต้นมักจะมาแบบไม่ทันตั้งตัว:
- ไข้ต่ำๆ: เด็กจะมีไข้ตัวร้อนอ่อนๆ อยู่สัก 2-3 วัน
- เจ็บปากและคอ: เริ่มไม่ยอมกินข้าว กินนม น้ำลายไหล เพราะเจ็บแผลในปาก
- ตุ่มแผลในปาก: มีแผลอักเสบที่ลิ้น เหงือก และกระพุ้งแก้ม
- ผื่นตุ่มน้ำใส: ขึ้นที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และบางทีก็ลามไปที่ก้นหรือหัวเข่า
ทันทีที่เห็นอาการเหล่านี้ สิ่งแรกที่ต้องทำคือแยกเด็กออกจากกลุ่มเพื่อนทันที เพื่อตัดวงจรการแพร่เชื้อ
แนวทางตัดตอนเชื้อโรคในศูนย์เด็กเล็กฉบับคุณหมอแนะนำ
การควบคุมโรคในสถานที่ปิดอย่างศูนย์เด็กเล็ก ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังระหว่างคุณครูและผู้ปกครอง โดยมีมาตรการสำคัญที่ต้องทำร่วมกันดังนี้
คัดกรองสุขภาพตั้งแต่หน้าประตูทุกเช้า
ก่อนส่งลูกเข้าห้องเรียน คุณครูควรตรวจเช็กความผิดปกติเบื้องต้น ทั้งการวัดไข้ การอ้าปากดูแผล และดูตามมือตามเท้า ถ้าพบเด็กมีไข้หรือมีตุ่มขึ้นแม้แต่นิดเดียว ควรให้ผู้ปกครองพาไปตรวจที่คลินิกทันทีและขอความร่วมมือให้หยุดเรียนพักผ่อนที่บ้าน
ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด
วิธีนี้เบสิกแต่ได้ผลดีที่สุด เจลแอลกอฮอล์อาจจะไม่เพียงพอสำหรับการฆ่าเชื้อไวรัสกลุ่มนี้ การล้างมือด้วยสบู่และถูให้ทั่วอย่างน้อย 20 วินาที ทั้งก่อนกินอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ และหลังจับของเล่นส่วนรวม คือเกราะป้องกันชั้นดี
ทำความสะอาดของเล่นและพื้นผิวสัมผัส
ของเล่นพลาสติก บล็อกไม้ หรือราวบันไดที่เด็กๆ ต้องจับต้องอมร่วมกัน ควรได้รับการทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำยาฟอกขาวเจือจางเป็นประจำทุกวัน เพราะเชื้อไวรัสนี้สามารถเกาะอยู่บนพื้นผิวได้นานพอสมควร
เมื่อไหร่ที่อาการของลูกควรพาไปหาหมอด่วน
โดยทั่วไปโรคมือเท้าปากเป็นแล้วหายได้เองภายใน 7 ถึง 10 วันหากดูแลตามอาการ แต่มีบางกรณีที่ต้องระวังภาวะแทรกซ้อนรุนแรง หากลูกมีอาการเหล่านี้ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันที
- ซึมมาก ไม่ยอมเล่น หรือปลุกตื่นยาก: อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าเชื้อลามไปที่ระบบประสาท
- หายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็ว: มีอาการผิดปกติเกี่ยวกับการหายใจ
- ชัก หรือมีอาการกระตุก: มือสั่น ขาสั่น ตาเหลือก
- อาเจียนพุ่งบ่อยครั้ง: กินอะไรไม่ได้เลยจนร่างกายขาดน้ำ
ดูแลใจและกายของเจ้าตัวเล็กในช่วงพักฟื้น
สำหรับเด็กที่ป่วยและต้องหยุดเรียนเพื่อกักตัวอยู่ที่บ้าน พ่อแม่ควรเตรียมอาหารอ่อนๆ รสจืดที่ไม่ร้อนจัด เช่น โจ๊กอุ่นๆ นมแช่เย็น หรือไอศกรีมแท่ง เพื่อช่วยลดอาการเจ็บแผลในปาก ให้เด็กได้ดื่มน้ำบ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ และที่สำคัญต้องแยก การป้องกันการแพร่ ะบาดของโรคมือเท้าปากในTheศูนย์เด็กเล็ก ไปสู่การป้องกันในบ้านด้วย หากมีพี่น้องร่วมบ้าน ควรแยกของใช้ส่วนตัวและหมั่นล้างมืออย่างเคร่งครัดเช่นกัน เพื่อไม่ให้โรคนี้วนกลับมาหาลูกซ้ำสอง