ช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงเครียดไม่น้อยเวลาที่ลูกรักนอนตอนกลางคืนแล้วมีเสียงหายใจคร่อกแคร่เหมือนมีเสมหะติดคอ ตื่นเช้ามาก็มีน้ำมูกเขียวข้นอุดตันจมูก ทำให้ลูกน้อยกินนมไม่ได้ นอนไม่หลับ งอแงตลอดทั้งวัน ปัญหาเรื่องเสมหะและน้ำมูกค้างในโพรงจมูกเป็นเรื่องธรรมดามากในเด็กเล็ก เพราะระบบภูมิคุ้มกันของเขายังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้เป็นหวัดได้ง่ายและบ่อย
หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด และคุณหมอแนะนำให้ทำเสมอคือการล้างจมูกครับ วิธีนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด และช่วยให้ลูกหายใจโล่งขึ้นได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งยาละลายเสมหะเสมอไป
ทำไมลูกถึงมีเสมหะเยอะ และการล้างจมูกช่วยได้อย่างไร?
เวลาที่เด็กๆ เป็นหวัด เยื่อบุโพรงจมูกจะบวมและผลิตน้ำมูกออกมาปริมาณมาก น้ำมูกเหล่านี้ไม่ได้ไหลออกมาข้างนอกอย่างเดียว แต่มักจะไหลย้อนลงไปที่คอ กลายเป็นเสมหะเหนียวข้นที่ทำให้เด็กๆ รู้สึกระคายคอ ไอ คลื่นไส้ หรืออาเจียนออกมาเป็นเสมหะเวลาไอ
การใช้น้ำเกลือล้างจมูกเปรียบเสมือนการเคลียร์เส้นทางระบายน้ำในท่อครับ น้ำเกลือความเข้มข้นที่พอเหมาะ (0.9% Normal Saline) จะช่วยชะล้างน้ำมูกเหนียวข้น เชื้อโรค และฝุ่นละอองที่ติดอยู่ในโพรงจมูกให้ออกมาได้ง่ายขึ้น ทำให้เยื่อบุจมูกยุบบวม ลูกจึงหายใจโล่งขึ้นทันทีหลังจากล้างเสร็จ
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมก่อนลงมือล้างจมูกให้เจ้าตัวเล็ก
การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนทำจะช่วยลดความตื่นกลัวของเด็กๆ ได้มากครับ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องจัดเตรียมมีดังนี้:
- น้ำเกลือปราเชื้อ (Normal Saline 0.9%) สำหรับล้างจมูกโดยเฉพาะ ห้ามใช้น้ำเกลือทำแผลชนิดอื่นหรือผสมน้ำเกลือเองเด็ดขาด
- ไซริงค์ (Syringe) ขนาดพอเหมาะ สำหรับเด็กเล็กมากๆ แนะนำขนาด 1-3 ซีซี เพื่อความปลอดภัยในการควบคุมแรงดันน้ำ
- ถ้วยสะอาด สำหรับเทน้ำเกลือ
- ผ้าขนหนู สำหรับห่อตัวเด็กเพื่อกันดิ้น และเช็ดทำความสะอาดหลังล้างเสร็จ
ขั้นตอนการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือแบบทีละสเต็ป เข้าใจง่าย
เวลาล้างจมูกให้ลูก สิ่งสำคัญคือความนุ่มนวลและความรวดเร็วเพื่อให้เด็กไม่ตกใจกลัวจนเกินไป สามารถทำตามขั้นตอนนี้ได้เลยครับ:
- ให้คุณพ่อคุณแม่ใช้ผ้าขนหนูห่อตัวเด็กไว้ให้แน่นกระชับ เพื่อป้องกันมือปัดป้องระหว่างทำ
- จับเด็กนอนตะแคงหน้า หรืออุ้มตั้งโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยในอ่างล้างหน้า (ขึ้นอยู่กับความถนัดและวัยของเด็ก)
- ดูดน้ำเกลือใส่ไซริงค์ในปริมาณที่เหมาะสม (เด็กเล็กประมาณ 1-3 ซีซี)
- สอดปลายไซริงค์เข้าไปในรูจมูกด้านบนเบาๆ อย่าดันลึกจนชนผนังจมูกด้านใน
- กลั้นหายใจหรือบอกให้ลูกอ้าปากไว้ แล้วค่อยๆ ฉีดน้ำเกลือเข้าไปในจมูกอย่างรวดเร็วแต่นุ่มนวล น้ำเกลือจะไหลเข้าไปชะล้างน้ำมูกและไหลออกทางรูจมูกอีกข้างหนึ่ง
- ใช้กระดาษทิชชูเช็ดน้ำมูกออก แล้วทำซ้ำกับรูจมูกอีกข้างหนึ่ง
ข้อควรระวังสำคัญที่พ่อแม่ต้องรู้เพื่อความปลอดภัยของลูก
แม้ว่าการล้างจมูกจะมีประโยชน์มาก แต่ก็มีจุดที่ต้องระระมัดระวังเช่นกันครับ หากทำผิดวิธีอาจเกิดอันตรายได้:
- แรงดันน้ำต้องพอดี: ห้ามฉีดน้ำเกลือด้วยความเร็วหรือแรงเกินไป เพราะอาจทำให้โพรงจมูกอักเสบ หรือสำลักน้ำเกลือลงหลอดลมได้
- เลือกใช้น้ำเกลือที่ถูกต้อง: ต้องเป็นน้ำเกลือปราเชื้อ 0.9% เท่านั้น หลีกเลี่ยงการใช้น้ำประปาหรือน้ำเกลือผสมเองเพราะอาจมีเชื้อโรคปนเปื้อน
- ความสะอาดของอุปกรณ์: ไซริงค์ที่ใช้ควรล้างทำความสะอาดด้วยน้ำสบู่และล้างด้วยน้ำสะอาดทุกครั้ง หรือเปลี่ยนใหม่สม่ำเสมอ
อาการแบบไหนที่ควรพาไปพบแพทย์ทันที?
การล้างจมูกเป็นเพียงการบรรเทาอาการเบื้องต้นเท่านั้น หากคุณพ่อคุณแม่พบว่าลูกมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ไม่ควรปล่อยไว้เด็ดขาด ควรีบพาไปพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด:
- ลูกหายใจหอบเหนื่อย ซี่โครงบุ๋ม หรือหายใจมีเสียงดังวี้ด
- มีไข้สูงติดต่อกันเกิน 2 วัน โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 3 เดือน
- ซึมลง ไม่ยอมกินนมหรือน้ำ ปัสสาวะน้อยลงกว่าปกติ
- มีอาการไอเรื้อรังนานเกินกว่าหนึ่งสัปดาห์หรือมีเสมหะปนเลือด