ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ภาวะเลือดออกในกระเพาะอาหารจากแผลเครียด คืออะไรกันแน่

เวลาที่ร่างกายเราเผชิญกับอาการเจ็บป่วยรุนแรง หรือผ่านการผ่าตัดใหญ่ ร่างกายจะเกิดสภาวะที่เรียกว่าความเครียดทางกายภาพ (Physiological Stress) ซึ่งต่างจากความเครียดจากการทำงานหรือเรื่องส่วนตัว ภาวะนี้ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดที่ไปเลี้ยงกระเพาะอาหารลดลง ส่งผลให้เยื่อบุผนังกระเพาะอาหารขาดความสมดุลและเกิดแผลขึ้นมาได้ง่าย จนนำไปสู่ ภาวะเลือดออกในกระเพาะอาหารจากแผลเครียด ซึ่งถ้าไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจกลายเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ทำไมร่างกายถึงเกิดแผลในกระเพาะเองได้

ตามปกติแล้ว กระเพาะอาหารจะมีกลไกป้องกันตัวเองไม่ให้โดนน้ำย่อยกัด แต่เมื่อร่างกายเข้าสู่สภาวะวิกฤต เช่น ได้รับบาดเจ็บรุนแรง ไฟไหม้ ผ่าตัดใหญ่ หรือต้องใส่เครื่องช่วยหายใจเป็นเวลานาน ร่างกายจะหลั่งสารที่ทำลายกลไกป้องกันนี้ หรือบางครั้งก็เกิดจากเลือดไปเลี้ยงกระเพาะได้ไม่พอ ทำให้เยื่อบุผนังกระเพาะเริ่มเป็นแผลถลอกและขยายวงกว้างจนกลายเป็นแผลลึกที่เลือดไหลออกมาในที่สุด

สัญญาณเตือนที่ต้องสังเกตก่อนสายเกินไป

ผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงมักจะไม่มีอาการปวดท้องนำมาก่อนเหมือนแผลกระเพาะปกติ แต่จะแสดงอาการที่บ่งบอกว่ามีการเสียเลือดเกิดขึ้นแทน เช่น

  • อาเจียนเป็นเลือดหรือมีสีคล้ายกากกาแฟ
  • ถ่ายอุจจาระเป็นสีดำเข้มหรือมีลักษณะเหนียวเหมือนยางมะตอย
  • ชีพจรเต้นเร็วผิดปกติ
  • ความดันโลหิตต่ำลง หน้ามืด หรือรู้สึกหวิวๆ เหมือนจะเป็นลม
  • ตัวซีดลงอย่างเห็นได้ชัด

ใครบ้างที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงต้องระวัง

ไม่ใช่ทุกคนที่จะเกิดภาวะนี้ได้ง่ายๆ ส่วนใหญ่มักพบในผู้ป่วยที่อยู่ในห้องไอซียู หรือผู้ที่มีปัจจัยกระตุ้นรุนแรง ได้แก่

  • ผู้ที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจนานเกิน 48 ชั่วโมง
  • ผู้ที่มีภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ
  • ผู้ที่มีประวัติเป็นแผลในกระเพาะอาหารมาก่อน
  • ผู้ป่วยที่มีแผลไฟไหม้รุนแรง หรือบาดเจ็บที่สมองและไขสันหลัง

วิธีป้องกันและดูแลเมื่ออยู่ในภาวะวิกฤต

ในทางการแพทย์ เรามักจะให้ยาเพื่อป้องกันภาวะเลือดออกในกระเพาะอาหารจากแผลเครียดให้กับผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงอยู่แล้ว โดยจะเป็นยาในกลุ่มที่ช่วยลดความเป็นกรดในกระเพาะอาหารหรือยาที่ช่วยเคลือบผนังกระเพาะ เพื่อรักษาสมดุลไม่ให้แผลก่อตัวขึ้น การดูแลที่สำคัญที่สุดคือการเฝ้าระวังอาการทางระบบทางเดินอาหารอย่างใกล้ชิดควบคู่ไปกับการรักษาโรคหลักที่เป็นอยู่

ควรทำอย่างไรหากพบอาการผิดปกติ

หากพบว่ามีอาการถ่ายดำหรืออาเจียนเป็นเลือด ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด เพราะภาวะนี้เลือดอาจไหลไม่หยุดจนช็อกได้ ต้องรีบพาผู้ป่วยมาพบแพทย์ที่ห้องฉุกเฉินทันที เพื่อรับการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารและห้ามเลือดอย่างเร่งด่วน การรักษาได้เร็วจะช่วยลดความรุนแรงและโอกาสเสียชีวิตลงได้อย่างมาก

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down