ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงวัย 9 ถึง 12 เดือนถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของการเจริญเติบโต หลายครั้งที่คุณพ่อคุณแม่พาลูกน้อยมาตรวจสุขภาพตามนัด หมอมักจะแนะนำให้เจาะเลือดเพื่อตรวจหาภาวะโลหิตจาง ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้หลายบ้านกังวลใจ เพราะไม่อยากเห็นลูกต้องเจ็บตัวจากการเจาะเลือด แต่ในทางการแพทย์ การตรวจเลือดในช่วงนี้มีความสำคัญมากเพื่อดูว่าลูกได้รับธาตุเหล็กเพียงพอต่อการสร้างเม็ดเลือดแดงหรือไม่

ทำไมต้องตรวจเลือดในช่วงวัยนี้

ในช่วงทารกแรกเกิด ลูกน้อยจะมีธาตุเหล็กสะสมที่ได้รับมาจากแม่ติดตัวมาด้วย แต่เมื่อลูกอายุเข้าใกล้ 6 เดือน ธาตุเหล็กที่สะสมมาจะเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการที่ลูกเริ่มขยับตัวได้มากขึ้นและมีกิจกรรมเพิ่มขึ้น หากได้รับอาหารเสริมที่มีธาตุเหล็กไม่เพียงพอ หรือการดูดซึมธาตุเหล็กมีปัญหา ก็จะส่งผลให้ลูกเสี่ยงต่อภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ซึ่งส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมองและภูมิคุ้มกันได้โดยตรง

ใครบ้างที่หมอจะแนะนำให้เจาะเลือดตรวจ

แนวทางการตรวจคัดกรองภาวะโลหิตจางในทารกอายุเก้าถึงสิบสองเดือน ไม่ได้จำเป็นต้องทำในเด็กทุกคน แต่หมอจะพิจารณาจากความเสี่ยงเป็นหลัก โดยเฉพาะเด็กกลุ่มที่:

  • ทารกที่คลอดก่อนกำหนดหรือมีน้ำหนักตัวแรกเกิดน้อย
  • ทารกที่ดื่มนมวัวสดปริมาณมากเกินไปก่อนวัยอันควร ซึ่งอาจทำให้เกิดการสูญเสียเลือดในทางเดินอาหารหรือขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็ก
  • ทารกที่มีประวัติการกินอาหารที่ไม่หลากหลาย หรือขาดอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น เนื้อแดง ตับ หรือผักใบเขียว
  • ทารกที่มีอาการซีด ดูอ่อนเพลีย หรือน้ำหนักตัวไม่ขึ้นตามเกณฑ์

ตรวจแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าซีดหรือไม่

การตรวจที่นิยมใช้คือการตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด หรือ CBC เพื่อดูระดับฮีโมโกลบิน (Hemoglobin) หรือความเข้มข้นของเลือด หากผลเลือดอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่ามาตรฐานสำหรับเด็กวัยนี้ หมอจะพิจารณาสาเหตุเพิ่มเติม บางครั้งอาจต้องตรวจดูค่าความจุของเม็ดเลือดแดงและรูปร่างของเม็ดเลือด เพื่อแยกแยะว่าเกิดจากการขาดธาตุเหล็กจริงๆ หรือเกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรม เช่น โรคธาลัสซีเมีย ซึ่งพบได้บ่อยในบ้านเรา

วิธีรักษาหากพบภาวะโลหิตจาง

ถ้าผลตรวจยืนยันว่าลูกมีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก หมอจะจ่ายยาเสริมธาตุเหล็กชนิดน้ำให้ลูกทานควบคู่ไปกับการปรับโภชนาการ โดยเน้นอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงและมีวิตามินซีช่วยในการดูดซึม สิ่งสำคัญคือต้องให้ลูกทานยาต่อเนื่องตามคำสั่งหมออย่างเคร่งครัด และกลับมาติดตามผลเลือดซ้ำตามนัด เพื่อให้มั่นใจว่าระดับเลือดกลับมาเป็นปกติและเพียงพอต่อการพัฒนาสมองของลูกน้อย

ดูแลลูกอย่างไรไม่ให้เสี่ยงภาวะโลหิตจาง

การป้องกันเป็นเรื่องที่ดีที่สุด พ่อแม่ควรเน้นการให้ลูกทานอาหารตามวัยที่เหมาะสมและครบ 5 หมู่ เมื่อเริ่มอาหารเสริมควรแทรกอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงเสมอ และหลีกเลี่ยงการให้ลูกดื่มนมวัวปริมาณมากแทนมื้ออาหารหลัก เพราะจะทำให้อิ่มจนไม่ยอมทานอาหารที่มีประโยชน์อื่นๆ ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของภาวะซีดในเด็กเล็ก

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down