ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ในค่ำคืนที่ห้องฉุกเฉินอันแสนวุ่นวาย หมอมักจะพบคนไข้ที่มีอาการหอบเหนื่อย ตัวซีด หรือหมดสติโดยไม่ทราบสาเหตุ สิ่งแรกๆ ที่เราต้องรีบทำนอกจากการให้ออกซิเจน คือการสั่งเจาะตรวจ ก๊าซในเลือด หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Arterial Blood Gas (ABG) หลายครั้งที่คนไข้หรือญาติมักจะส่งสายตาสงสัยมาที่หมอว่า การตรวจนี้คืออะไร ทำไมต้องเจาะตรงข้อมือ และทำไมมันถึงดูเจ็บกว่าการเจาะเลือดตรวจสุขภาพทั่วไป วันนี้หมอจะมาเล่าเรื่องนี้ให้ฟังอย่างละเอียดในภาษาที่เข้าใจง่ายที่สุด

ตรวจก๊าซในเลือดคืออะไร ทำไมต่างจากการเจาะเลือดตรวจสุขภาพทั่วไป?

เวลาที่เราไปตรวจสุขภาพประจำปี พยาบาลจะรัดแขนแล้วเจาะเลือดจากเส้นเลือดดำที่ข้อพับแขน เลือดดำคือเลือดที่ร่างกายใช้งานแล้วและกำลังจะไหลกลับไปฟอกที่ปอด แต่การตรวจ ก๊าซในเลือด นั้นต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะเราจำเป็นต้องเจาะเลือดจาก "เส้นเลือดแดง" (Artery) ซึ่งเป็นเลือดที่เพิ่งผ่านการฟอกมาจากปอดสดๆ ร้อนๆ และกำลังจะนำออกซิเจนไปเลี้ยงทั่วร่างกาย

การตรวจนี้เปรียบเสมือนการตรวจคุณภาพอากาศภายในร่างกาย ทำให้หมอรู้ว่าปอดของเรายังทำหน้าที่แลกเปลี่ยนก๊าซได้ดีไหม ไตยังทำงานเพื่อขับกรดออกจากร่างกายได้ปกติหรือเปล่า และระบบไหลเวียนโลหิตยังทำงานได้ดีเพียงใด ซึ่งเลือดดำไม่สามารถให้ข้อมูลที่แม่นยำในจุดนี้ได้เท่ากับเลือดแดง

เมื่อไหร่ที่คุณหมอต้องสั่งตรวจก๊าซในเลือดทันที?

เนื่องจากการเจาะเลือดแดงมีความยากและเจ็บกว่าปกติ หมอจึงเลือกส่งตรวจเฉพาะในกรณีที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น โดยส่วนใหญ่จะตรวจในสถานการณ์เหล่านี้

  • มีปัญหาเรื่องการหายใจอย่างรุนแรง: เช่น คนไข้ที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) กำเริบ, หอบหืดรุนแรง, ปอดอักเสบ หรือน้ำท่วมปอด
  • ภาวะช็อกหรือติดเชื้อในกระแสเลือด: ซึ่งส่งผลให้เนื้อเยื่อต่างๆ ขาดออกซิเจนและเกิดกรดสะสมในร่างกาย
  • ผู้ป่วยวิกฤตที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ: หมอต้องใช้ค่า ก๊าซในเลือด เพื่อปรับตั้งค่าเครื่องช่วยหายใจให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคน
  • ภาวะหมดสติหรือสับสนเฉียบพลัน: เพื่อหาสาเหตุว่าเกิดจากสารเคมีในเลือดผิดปกติหรือร่างกายเป็นกรดมากเกินไปหรือไม่

เจาะเลือดจากเส้นเลือดแดง เจ็บไหม ทำไมถึงต้องเจาะตรงข้อมือ?

คำถามยอดฮิตที่หมอเจอเป็นประจำคือ เจ็บมากไหม? หมอขอตอบตามตรงว่าเจ็บกว่าการเจาะเลือดดำทั่วไปเล็กน้อย เนื่องจากเส้นเลือดแดงจะอยู่ลึกกว่าและมีเส้นประสาทมาเลี้ยงรอบๆ มากกว่า จุดที่หมอนิยมเจาะที่สุดคือ "เส้นเลือดแดงที่ข้อมือ" (Radial Artery) เพราะเป็นจุดที่คลำชีพจรได้ง่ายและมีความปลอดภัยสูง

ก่อนทำการเจาะ หมอจะต้องทำการทดสอบที่เรียกว่า Allen's Test เสมอ เพื่อให้แน่ใจว่า หากเส้นเลือดแดงเส้นหลักที่ข้อมือถูกกดหรือมีปัญหา เส้นเลือดแดงอีกเส้นที่ข้อมือยังคงทำงานและจ่ายเลือดไปเลี้ยงมือได้ตามปกติ ขั้นตอนนี้จึงปลอดภัยและผ่านการคิดคำนวณมาอย่างดีแล้ว

แกะรอยค่าพลังชีวิต: ออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์ และความเป็นกรด-ด่าง บอกอะไรเรา?

เมื่อผลการตรวจ ก๊าซในเลือด ออกมา หมอจะดูค่าสำคัญหลักๆ 4 ตัวนี้เพื่อประกอบการวินิจฉัย

ค่ากรด-ด่าง (pH): สมดุลเคมีที่ร่างกายต้องรักษาไว้เท่าชีวิต

ร่างกายมนุษย์มีช่วงค่า pH ที่แคบมาก คืออยู่ระหว่าง 7.35 - 7.45 หากค่านี้ต่ำกว่า 7.35 แสดงว่าร่างกายกำลังเผชิญกับภาวะเป็นกรด (Acidosis) แต่หากสูงกว่า 7.45 แสดงว่าเป็นด่าง (Alkalosis) การที่ค่า pH แกว่งเพียงเล็กน้อยก็สามารถส่งผลกระทบต่อการทำงานของเอนไซม์และอวัยวะทุกส่วนในร่างกายได้ทันที

คาร์บอนไดออกไซด์ (pCO2): ตัวแทนของการทำงานของปอด

คาร์บอนไดออกไซด์คือของเสียที่ร่างกายต้องระบายออกทางลมหายใจ ค่าปกติจะอยู่ที่ประมาณ 35 - 45 มิลลิเมตรปรอท หากร่างกายระบายลมหายใจไม่ทัน เช่น ในคนไข้ที่หมดสติหรือปอดทำงานล้มเหลว ค่าคาร์บอนไดออกไซด์ใน ก๊าซในเลือด จะสูงขึ้น ทำให้เลือดกลายเป็นกรด ในทางกลับกัน หากหายใจเร็วเกินไปจากความวิตกกังวลหรือหอบเหนื่อย ค่านี้จะต่ำลงทำให้เลือดกลายเป็นด่าง

ออกซิเจนในเลือดแดง (pO2): เชื้อเพลิงหลักของเซลล์

ค่านี้บอกความดันย่อยของออกซิเจนที่ละลายอยู่ในเลือดแดง ค่าปกติควรจะอยู่ระหว่าง 80 - 100 มิลลิเมตรปรอท หากค่านี้ต่ำลง แสดงว่าปอดไม่สามารถรับออกซิเจนเข้ามาได้เพียงพอ ซึ่งอาจเกิดจากถุงลมปอดอักเสบ มีเสมหะอุดกั้น หรือมีน้ำขังในปอด

ไบคาร์บอเนต (HCO3-): ตัวกรองกรดฝีมือไต

ไบคาร์บอเนตเป็นสารที่มีฤทธิ์เป็นด่าง ผลิตและควบคุมโดยไตเพื่อทำหน้าที่สะเทินกรดในร่างกาย ค่าปกติจะอยู่ที่ประมาณ 22 - 26 มิลลิกรัมเทียบเท่าต่อลิตร หากร่างกายมีภาวะเป็นกรดจากระบบเผาผลาญ เช่น ไตวาย หรือภาวะเลือดเป็นกรดจากเบาหวาน ไตจะพยายามกักเก็บหรือสร้างไบคาร์บอเนตเพิ่มขึ้นเพื่อช่วยปรับสมดุล

สิ่งที่ต้องดูแลตัวเองหลังการเจาะเลือดแดง

เนื่องจากเส้นเลือดแดงมีความดันสูงกว่าเส้นเลือดดำมาก หลังจากที่หมอเจาะเลือดเสร็จแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการกดแผลเจาะเลือดให้แน่นหนาด้วยสำลีแห้งเป็นเวลาอย่างน้อย 5-10 นาทีโดยห้ามปล่อยมือ เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดซึมหรือเกิดรอยช้ำขนาดใหญ่ใต้ผิวหนัง และในวันนั้นควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักด้วยแขนข้างที่โดนเจาะ

การตรวจ ก๊าซในเลือด อาจจะฟังดูน่ากลัวและสร้างความกังวลใจให้ไม่น้อยตอนที่ต้องโดนเจาะตรงข้อมือ แต่ในทางการแพทย์แล้ว ตัวเลขเพียงไม่กี่บรรทัดจากผลตรวจนี้ คือเครื่องมือทรงพลังที่ช่วยรักษาชีวิตผู้ป่วยในภาวะวิกฤตมานับไม่ถ้วน ช่วยให้หมอสามารถตัดสินใจวางแผนการรักษาได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และทันเวลา

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down