ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ภาพของทารกตัวน้อยที่นอนอยู่ในตู้อบพร้อมกับมีสายยางเส้นเล็กๆ หรืออุปกรณ์ครอบศีรษะ อาจเป็นภาพที่สร้างความกังวลใจและบีบหัวใจคุณพ่อคุณแม่ไม่น้อย หลายคนเกิดคำถามพรั่งพรูขึ้นมาในใจว่า ลูกกำลังเผชิญกับอะไร รุนแรงแค่ไหน และทำไมร่างกายของเด็กตัวเล็กๆ ถึงต้องการเครื่องมือเหล่านี้ช่วยเหลือ ในฐานะหมอเด็ก หมออยากชวนทุกท่านมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ การรักษาด้วยออกซิเจนบำบัดในทารก เพื่อช่วยลดความกังวลและไขข้อข้องใจถึงกระบวนการรักษาที่ละเอียดอ่อนนี้

ทำไมทารกแรกเกิดบางคนถึงต้องการออกซิเจนเพิ่มขึ้น?

โดยปกติแล้ว เมื่อทารกคลอดออกมา ร่างกายจะต้องปรับตัวจากการรับออกซิเจนผ่านทางสายสะดือแม่ มาเป็นการสูดหายใจเอาอากาศภายนอกเข้าสู่ปอดด้วยตัวเอง แต่ในบางกรณี กระบวนการนี้อาจไม่ราบรื่นอย่างที่คิด สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ทารกต้องการความช่วยเหลือด้านการหายใจ มีดังนี้

  • ภาวะคลอดก่อนกำหนด: ทารกที่คลอดก่อนกำหนดจะมีเนื้อปอดและถุงลมที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ขาดสารเคลือบถุงลม ทำให้ปอดแฟบง่ายและแลกเปลี่ยนก๊าซได้ไม่ดี
  • ภาวะน้ำคร่ำปนเปื้อนขี้เทา: ทารกบางรายอาจสูดดมน้ำคร่ำที่มีขี้เทาปนเปื้อนเข้าไปในปอดขณะคลอด ส่งผลให้เกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจและการอักเสบในปอด
  • ภาวะหายใจเร็วชั่วคราวในทารกแรกเกิด: เกิดจากร่างกายทารกยังดูดซึมน้ำออกจากปอดได้ไม่หมดหลังคลอด มักพบในทารกที่คลอดโดยการผ่าตัด
  • การติดเชื้อในปอดหรือกระแสเลือด: ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบหายใจและระบบไหลเวียนโลหิตของร่างกาย

เมื่อร่างกายของทารกมีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ แพทย์จำเป็นต้องพิจารณาเริ่ม การรักษาด้วยออกซิเจนบำบัดในทารก เพื่อป้องกันไม่ให้อวัยวะสำคัญ เช่น สมองและหัวใจ ขาดออกซิเจนจนเกิดความเสียหายระยะยาว

อุปกรณ์ช่วยหายใจสำหรับเจ้าตัวเล็ก มีแบบไหนและทำงานอย่างไร?

การให้ออกซิเจนแก่ทารกไม่ได้มีเพียงแค่การสวมหน้ากากเหมือนในผู้ใหญ่ แต่ทีมแพทย์จะเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับขนาดตัว และระดับความรุนแรงของอาการเป็นสำคัญ โดยหลักๆ มีดังนี้

สายออกซิเจนผ่านจมูกเส้นเล็ก (Nasal Cannula)

เป็นอุปกรณ์ที่พบบ่อยที่สุด มีลักษณะเป็นสายยางนิ่มๆ ขนาดเล็กมาก มีปลายเปิดสองข้างสอดเข้าที่รูจมูกของทารกเพียงเล็กน้อย อุปกรณ์นี้เหมาะสำหรับทารกที่ต้องการออกซิเจนเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย และยังสามารถหายใจได้เองดี ข้อดีคือลูกน้อยยังสามารถขยับตัว ดื่มนม และมองเห็นหน้าคุณพ่อคุณแม่ได้โดยไม่มีอุปกรณ์บดบังใบหน้ามากนัก

หมวกครอบออกซิเจน (Oxygen Hood)

มีลักษณะคล้ายกล่องพลาสติกใสทรงกลมหรือเหลี่ยม ครอบเฉพาะบริเวณศีรษะของทารก โดยมีสายส่งออกซิเจนที่ผสมกับอากาศในสัดส่วนที่พอดีไหลเวียนอยู่ภายใน เหมาะสำหรับทารกที่หายใจเองได้ค่อนข้างดี แต่ต้องการควบคุมความเข้มข้นของออกซิเจนและอุณหภูมิรวมถึงความชื้นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมอย่างใกล้ชิด

เครื่องช่วยพยุงหายใจแรงดันบวก (CPAP)

สำหรับทารกที่มีอาการหายใจลำบาก ปีกจมูกบาน หรือซี่โครงบุ๋มขณะหายใจ เครื่อง CPAP จะส่งแรงดันอากาศอ่อนๆ ผ่านทางอุปกรณ์สวมจมูก เพื่อช่วยพยุงให้ถุงลมในปอดเปิดออกตลอดเวลา ไม่ให้ปอดแฟบขณะหายใจออก ช่วยให้ทารกไม่ต้องออกแรงเหนื่อยในการหายใจมากเกินไป

เครื่องช่วยหายใจเต็มรูปแบบ (Mechanical Ventilator)

ในกรณีที่ทารกมีอาการวิกฤต ไม่สามารถหายใจได้เองอย่างเพียงพอ หรือมีภาวะหยุดหายใจ แพทย์จะใส่ท่อช่วยหายใจขนาดเล็กผ่านทางปากหรือจมูกลงไปยังหลอดลม เพื่อให้เครื่องช่วยหายใจทำหน้าที่แทนปอดชั่วคราว จนกว่าร่างกายของทารกจะแข็งแรงพอที่จะหายใจได้เอง

ความสมดุลคือหัวใจสำคัญ: ปริมาณออกซิเจนที่ต้องควบคุมอย่างประณีต

คุณพ่อคุณแม่อาจคิดว่าการได้รับออกซิเจนยิ่งมากยิ่งดี แต่ในความเป็นจริงแล้ว ร่างกายของทารกแรกเกิด โดยเฉพาะทารกคลอดก่อนกำหนด มีความไวต่อระดับออกซิเจนสูงมาก การรักษาด้วยออกซิเจนบำบัดในทารก จึงต้องอาศัยการปรับสัดส่วนอย่างละเอียดละออ

หากทารกได้รับออกซิเจนน้อยเกินไป จะส่งผลให้เซลล์ในร่างกายขาดพลังงาน เกิดภาวะเลือดเป็นกรด และเป็นอันตรายต่อระบบสมอง แต่หากได้รับออกซิเจนมากเกินไปจนท่วมท้น ออกซิเจนส่วนเกินจะเปลี่ยนเป็นสารอนุมูลอิสระที่เข้าไปทำลายหลอดเลือดในจอประสาทตา ทำให้เกิดภาวะจอประสาทตาเสื่อมในทารกคลอดก่อนกำหนด (ROP) ซึ่งอาจส่งผลต่อการมองเห็นในอนาคต รวมถึงอาจทำให้เนื้อเยื่อปอดอักเสบและเกิดผังผืดได้

ด้วยเหตุนี้ ในหอผู้ป่วยทารกแรกเกิดวิกฤต จึงต้องมีการติดตั้งเครื่องตรวจวัดระดับความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (Pulse Oximeter) ไว้ที่เท้าหรือมือของทารกตลอดเวลา เพื่อส่งสัญญาณเตือนให้ทีมแพทย์และพยาบาลทราบทันทีหากระดับออกซิเจนแกว่งตัวสูงหรือต่ำเกินไป

บทบาทสำคัญของคุณพ่อคุณแม่เมื่อลูกต้องรับออกซิเจน

แม้ว่าการดูแลรักษาทางการแพทย์จะเป็นหน้าที่ของทีมหมอและพยาบาล แต่พลังใจและการสัมผัสจากคุณพ่อคุณแม่คือยารักษาที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าตัวเล็ก สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยได้มีดังนี้

  • การพูดคุยและสัมผัสอย่างเบามือ: แม้ลูกจะอยู่ในตู้อบหรือมีอุปกรณ์ช่วยหายใจ การส่งเสียงเรียกชื่อเบาๆ หรือการวางมือทาบลงบนตัวลูกอย่างนุ่มนวล จะช่วยให้ทารกรู้สึกปลอดภัย อัตราการเต้นของหัวใจและระดับออกซิเจนจะคงที่ขึ้น
  • การปั๊มนมแม่ส่งให้ลูก: นมแม่คือภูมิต้านทานที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้ร่างกายและปอดของทารกฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
  • สังเกตอาการและสอบถามทีมแพทย์: คุณพ่อคุณแม่สามารถสอบถามแผนการรักษาและการตอบสนองของลูกได้เสมอ เพื่อให้เข้าใจและร่วมเดินทางไปพร้อมกับการเติบโตของลูกในแต่ละวัน

การที่ลูกน้อยต้องเผชิญกับปัญหาระบบทางเดินหายใจและต้องเข้ารับการรักษาด้วยออกซิเจน อาจเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากและท้าทายความรู้สึกของครอบครัวอย่างยิ่ง แต่ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าในปัจจุบัน ร่วมกับการเฝ้าระวังอย่างพิถีพิถันของทีมกุมารแพทย์ ทารกส่วนใหญ่จะค่อยๆ ปรับตัว ปอดจะค่อยๆ แข็งแรงขึ้น จนสามารถถอดอุปกรณ์ช่วยหายใจ และกลับมาสูดอากาศบริสุทธิ์ได้ด้วยตัวเองในที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down