ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมลูกถึงดูหงุดหงิดและอารมณ์ฉุนเฉียวง่าย

หลายครั้งที่พ่อแม่รู้สึกเหนื่อยใจเมื่อลูกจู่ๆ ก็ระเบิดอารมณ์ร้องไห้ฟูมฟายหรืออาละวาดเพียงเพราะเรื่องเล็กน้อย ภาวะอารมณ์ฉุนเฉียวง่ายในเด็กเป็นเรื่องปกติที่พบได้ในทุกช่วงวัย แต่มักจะแสดงออกชัดเจนในช่วงวัยหัดเดินไปจนถึงช่วงวัยเรียน สาเหตุส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากความดื้อรั้นเพียงอย่างเดียว แต่อาจมาจากพัฒนาการทางสมองที่ยังควบคุมอารมณ์ได้ไม่เต็มที่ หรือเขายังไม่สามารถสื่อสารความต้องการที่แท้จริงออกมาเป็นคำพูดได้

เมื่อไหร่ที่อารมณ์เหวี่ยงของลูกเริ่มไม่ใช่เรื่องธรรมดา

เราต้องแยกให้ออกว่าความหงุดหงิดนั้นเป็นพฤติกรรมตามวัยหรือเป็นสัญญาณเตือนที่ควรปรึกษาแพทย์ โดยปกติหากลูกมีความสามารถในการจัดการอารมณ์ตัวเองได้ดีขึ้นตามวัยถือว่าเป็นพัฒนาการปกติ แต่ถ้ามีสัญญาณเหล่านี้ควรเริ่มสังเกตให้ดี:

  • อาละวาดรุนแรงจนทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่นอยู่บ่อยครั้ง
  • อารมณ์เหวี่ยงส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การเรียน หรือการเล่นกับเพื่อน
  • ลูกดูมีความทุกข์ใจอย่างมากและไม่สามารถสงบลงได้เองแม้จะผ่านไปนานแล้ว
  • พฤติกรรมก้าวร้าวมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะค่อยๆ ลดลง

สารพัดสาเหตุที่ซ่อนอยู่หลังความโมโห

การเข้าใจว่าอะไรคือตัวกระตุ้นจะช่วยให้เราแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น ส่วนใหญ่แล้วปัจจัยหลักที่ทำให้เด็กอารมณ์ฉุนเฉียวง่ายมักมาจาก:

ปัจจัยทางร่างกายที่มองข้ามไม่ได้

ความเหนื่อยล้า การนอนหลับที่ไม่เพียงพอ หรือความหิวล้วนส่งผลโดยตรงต่อการควบคุมอารมณ์ เด็กที่ร่างกายไม่สบายตัว เช่น ปวดฟัน หรือภูมิแพ้กำเริบ มักจะมีความอดทนต่อสิ่งกระตุ้นน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

ปัจจัยทางด้านอารมณ์และสิ่งแวดล้อม

ความเครียดในครอบครัว การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต เช่น การย้ายโรงเรียน หรือการมีสมาชิกใหม่ รวมถึงการที่เด็กยังขาดทักษะในการจัดการกับความผิดหวัง ทำให้เขารู้สึกว่าการโวยวายคือวิธีเดียวที่จะได้รับสิ่งที่ต้องการ

เทคนิคช่วยลูกจัดการอารมณ์ให้ใจเย็นลง

เมื่อเผชิญกับช่วงเวลาที่ลูกอารมณ์ร้อน การตั้งสติของพ่อแม่คือหัวใจสำคัญ ลองนำวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้ดู:

  • เป็นแบบอย่างในการคุมอารมณ์: เด็กเรียนรู้จากการมองเห็น หากเราใจร้อนใส่เขา เขาก็จะเลียนแบบวิธีการนั้น
  • สอนให้ลูกรู้จักคำศัพท์เกี่ยวกับอารมณ์: ช่วยให้เขาบอกได้ว่าตอนนี้เขารู้สึกโกรธ เสียใจ หรือผิดหวัง แทนการใช้การตะโกน
  • สร้างพื้นที่ปลอดภัย: เมื่อลูกเริ่มคุมอารมณ์ไม่อยู่ ให้พาเขาไปอยู่ในที่เงียบๆ เพื่อให้เขาสงบสติอารมณ์ โดยที่เรายังคงอยู่ใกล้ๆ เพื่อให้เขารู้สึกปลอดภัย
  • ให้รางวัลกับความพยายาม: เมื่อลูกเริ่มคุมอารมณ์ได้ดีขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย การชื่นชมจะช่วยเสริมพฤติกรรมเชิงบวกได้ดีมาก

สัญญาณเตือนแบบไหนที่ควรพาไปพบคุณหมอ

หากลองปรับเปลี่ยนการเลี้ยงดูแล้วสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น หรือพบว่าลูกมีปัญหาในการเข้าสังคมอย่างรุนแรง การพามาพบแพทย์เพื่อประเมินพัฒนาการเป็นทางเลือกที่ดี การประเมินอย่างละเอียดจะช่วยให้รู้ว่าพฤติกรรมดังกล่าวเกิดจากภาวะทางอารมณ์ทั่วไป หรืออาจเป็นภาวะอื่นๆ เช่น โรคสมาธิสั้นหรือความบกพร่องทางพัฒนาการ ซึ่งหากตรวจพบเร็วก็จะได้รับการช่วยเหลือที่เหมาะสมและทันท่วงที

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down