ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เคยไหมที่นั่งเฝ้าลูกน้อยนอนหลับกลางดึก แล้วรู้สึกว่าหน้าอกของลูกขยับขึ้นลงเร็วผิดปกติ แถมบริเวณใต้ชายโครงยังยุบลงไปลึกจนเห็นกระดูกซี่โครงโผล่ขึ้นมาเป็นแนวซี่ๆ ชัดเจน อาการเหล่านี้มักสร้างความกังวลใจให้คุณพ่อคุณแม่ไม่น้อย เพราะไม่แน่ใจว่าลูกแค่หายใจแรงตามปกติ หรือกำลังส่งสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังขาดออกซิเจนกันแน่

ในฐานะหมอที่เจอกับเคสเด็กที่มีปัญหาทางเดินหายใจอยู่บ่อยครั้ง หมออยากบอกว่าการสังเกตลักษณะการหายใจของลูกเป็นทักษะสำคัญที่พ่อแม่ทุกคนควรมีติดตัว เพราะทางเดินหายใจของเด็กเล็กมีขนาดเล็กและอุดตันได้ง่ายมาก การรู้เท่าทันอาการผิดปกติเพียงเล็กน้อยสามารถช่วยป้องกันไม่ให้อาการลุกลามจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ทำไมเวลาหายใจลำบาก ถึงต้องมีอาการซี่โครงบานหรืออกบุ๋ม?

เพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น หมออยากชวนมาเข้าใจกลไกการทำงานของร่างกายกันก่อน โดยปกติเวลาเราหายใจเข้า ปอดจะขยายตัวและกะบังลมจะเคลื่อนตัวลงต่ำ แต่เมื่อใดก็ตามที่ลูกมีภาวะทางเดินหายใจอุดตันหรือปอดอักเสบ เช่น จากเชื้อไวรัส RSV ไข้หวัดใหญ่ หรือหอบหืด ปอดจะไม่สามารถรับอากาศเข้าไปได้สะดวกเหมือนเดิม

เมื่อปอดทำงานได้ยากขึ้น ร่างกายจึงต้องพยายามแก้ปัญหาด้วยการออกแรงเฮือกใหญ่เพื่อดึงอากาศเข้าปอดให้ได้มากที่สุด ร่างกายจะเริ่มเรียกใช้กล้ามเนื้อส่วนอื่นมาช่วยเสริม ได้แก่ กล้ามเนื้อรอบชายโครง กล้ามเนื้อใต้ลิ้นปี่ และกล้ามเนื้อบริเวณคอ การออกแรงดึงอย่างรุนแรงนี้เองที่ทำให้ผิวหนังและเนื้อเยื่ออ่อนบริเวณใต้ชายโครงถูกดูดบุ๋มเข้าไปด้านใน ในขณะที่กระดูกซี่โครงส่วนบนขยายตัวเด่นชัดขึ้นมา จนเรามองเห็นเป็นลักษณะที่เรียกว่าซี่โครงบานหรืออกบุ๋มนั่นเอง

วิธีสังเกตอาการหายใจลำบาก เช็กอย่างไรว่าลูกกำลังแย่

การตรวจเช็กอาการหายใจลำบากในเด็กเล็ก ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือแพทย์ราคาแพงเลย เพียงแค่ใช้ดวงตาและหูของคุณพ่อคุณแม่คอยสังเกตตามแนวทางต่อไปนี้อย่างใกล้ชิด

  • นับอัตราการหายใจตอนหลับ: วิธีนี้แม่นยำที่สุด โดยให้นับการกระเพื่อมขึ้นลงของหน้าอกลูกตอนที่เขาหลับสนิทและไม่มีไข้ นับให้ครบ 1 นาทีเต็ม หากพบว่าอัตราการหายใจเร็วเกินเกณฑ์ดังต่อไปนี้ แปลว่าอาจมีอาการหายใจเร็วผิดปกติ
    • เด็กอายุน้อยกว่า 2 เดือน: หายใจตั้งแต่ 60 ครั้งต่อนาทีขึ้นไป
    • เด็กอายุ 2 เดือนถึง 11 เดือน: หายใจตั้งแต่ 50 ครั้งต่อนาทีขึ้นไป
    • เด็กอายุ 1 ปีถึง 5 ปี: หายใจตั้งแต่ 40 ครั้งต่อนาทีขึ้นไป
  • สังเกตอาการปีกจมูกบาน: เวลาหายใจเข้า รูจมูกของลูกจะบานออกกว้างกว่าปกติเพื่อพยายามสูดลมหายใจเข้าไป
  • สังเกตการเคลื่อนไหวของทรวงอกและท้อง: หากลูกหายใจปกติ อกและท้องจะขยับขึ้นลงพร้อมกัน แต่หากลูกหายใจลำบาก อกและท้องจะขยับสลับกันเหมือนไม้กระดานหก
  • ตรวจดูรอยบุ๋มตามร่างกาย: ให้เปิดเสื้อของลูกดูบริเวณใต้ชายโครง บริเวณรอยต่อตรงกลางหน้าอก (ลิ้นปี่) หรือร่องเหนือกระดูกไหปลาร้า หากพบว่าผิวหนังบริเวณเหล่านี้ยุบฮวบเข้าไปตามจังหวะการหายใจเข้า นั่นคือสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจน

แยกให้ออก: ซี่โครงบานจากโครงสร้างร่างกาย กับ ซี่โครงบานจากการหายใจหอบ

หมอมักโดนคุณพ่อคุณแม่ถามบ่อยๆ ว่า สรุปแล้วลูกซี่โครงบานเพราะป่วย หรือเป็นเพราะโครงสร้างกระดูกของเขาเองกันแน่ จุดนี้สามารถแยกแยะได้ง่ายๆ ดังนี้

หากเป็น ซี่โครงบานจากโครงสร้างกระดูกปกติ ลูกจะมีแผงอกด้านล่างผายออกเด่นชัดอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะตอนตื่น นอนหลับ หัวเราะ หรือวิ่งเล่น โดยที่ลูกไม่มีอาการเหนื่อยหอบ ไม่มีอาการไอ ไม่มีไข้ กินนมและเล่นได้ตามปกติ โครงสร้างแบบนี้อาจเกิดจากพันธุกรรมหรือการขาดวิตามินดีในวัยทารก ซึ่งไม่ได้อันตรายต่อระบบหายใจในปัจจุบัน

แต่หากเป็น ซี่โครงบานจากการหายใจลำบาก อาการนี้จะเกิดขึ้นเฉพาะช่วงที่ลูกไม่สบาย มีไข้ หรือไอจามอย่างหนัก โดยจะเห็นซี่โครงบุ๋มเข้าและบานออกเป็นจังหวะตามการหายใจเข้าออก หากลูกอยู่นิ่งๆ หรืออาการป่วยดีขึ้น อาการซี่โครงบานนี้ก็จะหายไปเอง

อาการแบบไหนที่แปลว่าวิกฤต ต้องรีบพาลูกไปโรงพยาบาลทันที

หากสังเกตพบอาการหายใจลำบากร่วมกับสัญญาณเตือนเหล่านี้ หมอขอแนะนำว่าอย่านิ่งนอนใจและไม่ต้องรอจนถึงเช้า ให้รีบพาลูกส่งห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที

  • ลูกเริ่มมีริมฝีปาก ปลายมือ หรือปลายเท้าเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ หรือซีดเซียว
  • มีเสียงหายใจดังผิดปกติ เช่น เสียงวี๊ด เสียงครืดคราดในลำคอ หรือเสียงครวญครางขณะหายใจออก
  • ลูกซึมลงมาก ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมกินนม หรือไม่สามารถดูดนมได้เลยเพราะต้องใช้แรงไปกับการหายใจ
  • มีอาการหายใจสะดุด หรือหยุดหายใจเป็นช่วงสั้นๆ

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำทันทีเมื่อพบว่าลูกเริ่มหายใจติดขัด

ในระหว่างที่กำลังเตรียมตัวพาไปพบแพทย์ หรือรอรถพยาบาล สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติและปฏิบัติตามขั้นตอนปฐมพยาบาลเบื้องต้นดังนี้เพื่อช่วยให้ลูกหายใจได้สบายขึ้น

เริ่มจากการจัดท่าทางให้ลูกนอนในท่าที่สบายที่สุด โดยแนะนำให้นอนยกศีรษะและลำตัวส่วนบนสูงขึ้นเล็กน้อยประมาณ 30 องศา หลีกเลี่ยงการนอนราบสนิทเพราะจะทำให้กะบังลมกดทับปอดและหายใจลำบากยิ่งขึ้น จากนั้นทำการคลายเสื้อผ้าของลูกให้หลวม ไม่รัดแน่นจนเกินไป และหากลูกมีน้ำมูกอุดตันในจมูก ให้ใช้ลูกยางแดงหรือเครื่องดูดน้ำมูกช่วยดูดออกเบ่งเบา เพื่อเปิดทางเดินหายใจส่วนบนให้โล่งขึ้น

การหมั่นสังเกตลักษณะการหายใจของลูกน้อยในยามปกติ จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่จับสังเกตความผิดปกติได้รวดเร็วขึ้นเมื่อยามเขาเจ็บป่วย และช่วยให้เข้าสู่กระบวนการรักษาได้อย่างทันท่วงที

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down