ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

วันๆ นั่งอยู่กับที่นานเกินไป ร่างกายกำลังแอบประท้วงอยู่หรือเปล่า

หลายคนมักเริ่มต้นวันทำงานด้วยความมุ่งมั่น แต่พอผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง ความเมื่อยล้าก็เริ่มคืบคลานเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นอาการไหล่ห่อ คอตก หรือการนั่งหลังงอหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องปกติเพราะงานยุ่ง แต่เชื่อไหมว่าผลกระทบจากการทำงานในท่าทางที่ไม่เหมาะสมสะสมเป็นเวลานาน นั้นเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาเรื้อรังที่หมอเจอในคลินิกบ่อยมากในช่วงหลังนี้

เมื่อกล้ามเนื้อต้องรับศึกหนักเกินความจำเป็น

ร่างกายคนเราไม่ได้ถูกออกแบบมาให้นั่งแช่อยู่ในท่าเดิมนานๆ การฝืนทำท่าทางที่ไม่ถูกต้อง เช่น การก้มหน้ามองมือถือนานเกินไป หรือวางแขนในองศาที่เกร็งตลอดเวลา ส่งผลให้กล้ามเนื้อต้องทำงานหนักเพื่อพยุงโครงสร้างร่างกาย แทนที่จะได้ผ่อนคลาย กล้ามเนื้อเหล่านั้นกลับต้องหดเกร็งต่อเนื่อง นานวันเข้าก็นำไปสู่ภาวะพังผืดเกาะและกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง จนกลายเป็นความปวดที่แก้ไม่หายสักที

สัญญาณเตือนจากร่างกายที่คุณไม่ควรเพิกเฉย

ร่างกายมักจะมีวิธีบอกเราก่อนจะเกิดเรื่องใหญ่ หากเริ่มมีอาการเหล่านี้ แสดงว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ:

  • มีอาการตึงบริเวณบ่าและต้นคอที่นวดเท่าไหร่ก็ไม่หายขาด
  • เริ่มมีอาการชาที่ปลายนิ้วมือหรือปวดร้าวลงแขน
  • ปวดหลังส่วนล่างโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน นั่งนานแล้วลุกไม่ขึ้น
  • อาการปวดศีรษะจากความเครียดที่เกิดจากกล้ามเนื้อคอเกร็งตัว

ความเสี่ยงที่มากกว่าแค่ความปวดเมื่อย

หากปล่อยให้ท่าทางที่ไม่เหมาะสมกลายเป็นความเคยชิน ผลกระทบที่ตามมาจะเริ่มลามไปถึงโครงสร้างกระดูก เช่น ภาวะกระดูกสันหลังคดงอผิดปกติ หรืออาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ซึ่งในระยะยาวอาจต้องใช้เวลาในการรักษาทางกายภาพบำบัดนานหลายเดือน หรือในกรณีที่รุนแรงอาจต้องพึ่งพาการผ่าตัด ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

ปรับท่านั่งง่ายๆ ให้สบายขึ้นตลอดวันทำงาน

หมอแนะนำให้เริ่มปรับเปลี่ยนจากสิ่งเล็กๆ ใกล้ตัวเพื่อให้กล้ามเนื้อได้ขยับบ้าง:

  • จัดหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา เพื่อลดการก้มคอโดยไม่จำเป็น
  • เลือกเก้าอี้ที่มีพนักพิงรองรับช่วงหลังส่วนล่าง และตั้งเท้าให้แนบพื้นพอดี
  • ใช้กฎ 50 ต่อ 10 คือทำงาน 50 นาที แล้วลุกขึ้นยืดเหยียดร่างกายอย่างน้อย 10 นาที เพื่อเปลี่ยนท่าและคลายกล้ามเนื้อที่ค้างอยู่
  • ดื่มน้ำบ่อยๆ เพื่อให้ร่างกายได้ลุกเดินไปเข้าห้องน้ำ เป็นการเบรกท่าทางที่จำเจได้ดีที่สุด

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาหมออย่างจริงจัง

หากลองปรับท่าทางแล้ว อาการยังคงรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หรือมีอาการปวดรุนแรงจนส่งผลต่อการนอนหลับ หรือมีอาการชาแขนขาจนหยิบจับของหล่นบ่อยครั้ง นั่นเป็นสัญญาณว่าควรเข้ามาให้แพทย์ตรวจเช็คอย่างละเอียด เพราะการได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้ปัญหาเล็กๆ บานปลายกลายเป็นโรคกระดูกและข้อที่รักษายากในอนาคต

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down