ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

"หมอครับ ผมเพิ่งหายจากงูสวัดเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ทรมานมากจนไม่อยากกลับไปเป็นซ้ำอีก แบบนี้ผมยังต้องฉีดวัคซีนอีกไหม" นี่คือหนึ่งในคำถามยอดฮิตที่หมอมักจะได้รับบ่อยๆ ในห้องตรวจ เพราะหลายคนมักเข้าใจผิดว่า เมื่อเคยเป็นโรคงูสวัดไปแล้ว ร่างกายจะมีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติไปตลอดชีวิตและไม่มีทางกลับมาเป็นซ้ำได้อีก

แต่ในความเป็นจริงแล้ว เชื้อไวรัสตัวร้ายนี้ไม่ได้หายไปไหน และพร้อมที่จะกลับมาเล่นงานเราได้เสมอเมื่อร่างกายอ่อนแอ ดังนั้นเรื่อง **การฉีดวัคซีนในผู้ที่เคยมีประวั**ติเป็นโรคงูสวัดมาก่อน จึงเป็นหัวข้อสำคัญที่หมออยากมาเล่าให้ฟังอย่างละเอียด เพื่อช่วยไขข้อข้องใจและช่วยให้ทุกคนวางแผนดูแลสุขภาพได้อย่างถูกต้อง

ทำไมเคยทรมานจากงูสวัดมาแล้ว ร่างกายถึงยังไม่มีภูมิคุ้มกันพอ?

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า โรคงูสวัดเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดเดียวกับโรคอีสุกอีใส (Varicella Zoster Virus) เมื่อเราหายจากโรคอีสุกอีใส เชื้อจะไม่ได้หนีหายไปไหน แต่จะเข้าไปแฝงตัวเงียบๆ อยู่ในปมประสาทของร่างกายเรา รอคอยเวลาที่ร่างกายอ่อนแอ เครียดสะสม พักผ่อนไม่เพียงพอ หรืออายุที่มากขึ้นจนภูมิคุ้มกันตกลง เชื้อที่ซ่อนอยู่ก็จะตื่นขึ้นมาแผลงฤทธิ์กลายเป็นโรคงูสวัด

แม้ว่าการเป็นโรคงูสวัดจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาบ้าง แต่ภูมิคุ้มกันตามธรรมชาตินี้จะค่อยๆ ลดลงตามกาลเวลา นั่นหมายความว่าเรามีโอกาสที่จะกลับมาเป็นโรคงูสวัดซ้ำได้อีกเรื่อยๆ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่เต็มที่ การได้รับวัคซีนจึงเป็นตัวช่วยสำคัญในการกระตุ้นและปรับระดับภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้นและคงอยู่ได้ยาวนานกว่าเดิม

เคยเป็นงูสวัดแล้ว ต้องเว้นระยะนานแค่ไหน ถึงจะเริ่มฉีดวัคซีนได้?

สำหรับคนไข้ที่เพิ่งหายดี หมอแนะนำว่ายังไม่จำเป็นต้องรีบวิ่งไปโรงพยาบาลเพื่อฉีดวัคซีนทันทีหลังตุ่มแห้ง โดยเกณฑ์ในการพิจารณามีดังนี้

  • ต้องรอให้แผลหายสนิทก่อน: อย่างน้อยที่สุดคือต้องรอให้ตุ่มน้ำแห้งตกสะเก็ด อาการอักเสบเฉียบพลันและอาการปวดทุเลาลงจนร่างกายกลับสู่ภาวะปกติ
  • ระยะเวลาที่เหมาะสม: โดยทั่วไปทางการแพทย์แนะนำให้เว้นระยะเวลาประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี หลังจากที่หายดีจากโรคงูสวัด เนื่องจากในช่วงแรกหลังการติดเชื้อ ร่างกายจะยังมีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติในระดับที่ค่อนข้างสูง การเว้นระยะเวลาออกไปชั่วคราวแล้วค่อยฉีดวัคซีน จะช่วยให้วัคซีนทำงานกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุด
  • กรณีที่ยังมีอาการปวดปลายประสาท (Postherpetic Neuralgia): หากยังมีอาการปวดแสบร้อนบริเวณแนวเส้นประสาทหลังจากแผลหายดีแล้ว ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนเพื่อประเมินสภาพร่างกายและความเหมาะสมเป็นรายบุคคล

เลือกวัคซีนแบบไหนดี? ทำความรู้จักวัคซีนงูสวัดรุ่นใหม่ที่หมอแนะนำ

ในยุคนี้ เทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก ทำให้เรามีทางเลือกในการป้องกันโรคที่ดีขึ้น ปัจจุบันวัคซีนป้องกันงูสวัดที่ได้รับการยอมรับและแนะนำเป็นหลักคือ วัคซีนชนิดไม่ใช่วัคซีนเชื้อเป็น (Recombinant Zoster Vaccine) ซึ่งมีจุดเด่นที่น่าสนใจดังนี้

  • ประสิทธิภาพสูงมาก: มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคงูสวัดได้สูงถึงกว่า 90% และที่สำคัญคือช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการปวดแสบร้อนตามแนวเส้นประสาทหลังจากแผลหาย ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่ทรมานที่สุดได้อย่างดีเยี่ยม
  • ปลอดภัยสำหรับผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง: เนื่องจากไม่ใช่ตัวเชื้อเป็นที่มีชีวิต ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น มะเร็ง ผู้ที่ได้รับยาเคมีบำบัด หรือผู้ที่กินยาสเตียรอยด์กดภูมิคุ้มกัน จึงสามารถฉีดได้อย่างปลอดภัย
  • ขั้นตอนการฉีด: วัคซีนชนิดนี้จะต้องฉีดทั้งหมด 2 เข็ม โดยเว้นระยะห่างกัน 2-6 เดือน เพื่อการกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่สมบูรณ์และอยู่ได้ยาวนาน

เตรียมตัวอย่างไรก่อนเดินเข้าห้องฉีดวัคซีน

การเตรียมตัวไปฉีดวัคซีนงูสวัดไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด เพียงทำตามขั้นตอนง่ายๆ เหล่านี้

ก่อนวันฉีด ควรพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ เพื่อลดโอกาสการเกิดผลข้างเคียง และหากมีไข้หรือเจ็บป่วยเฉียบพลันในวันนัด ควรโทรเลื่อนนัดออกไปก่อนจนกว่าจะหายดี ที่สำคัญที่สุดคืออย่าลืมแจ้งแพทย์หากมีประวัติแพ้ยาหรือเคยมีอาการแพ้วัคซีนอย่างรุนแรงในอดีต

อาการข้างเคียงที่อาจเจอได้หลังฉีด และวิธีดูแลตัวเองง่ายๆ

หลังการฉีดวัคซีน ร่างกายกำลังเรียนรู้และสร้างภูมิคุ้มกันใหม่ จึงเป็นเรื่องปกติธรรมดามากที่จะมีปฏิกิริยาตอบสนองเกิดขึ้น อาการส่วนใหญ่ที่พบมักไม่รุนแรงและจะหายไปเองภายใน 2-3 วัน เช่น

  • อาการปวดตึง บวม แดง บริเวณต้นแขนที่ฉีด
  • รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว อ่อนเพลีย หรือมีไข้ต่ำๆ
  • ปวดศีรษะหรือปวดเมื่อยตามตัว

หากมีอาการปวดตึงแขน สามารถประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการบวมแดงได้ และหากเริ่มมีไข้ต่ำๆ หรือปวดเมื่อยตัว การทานยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการก็เป็นตัวช่วยที่ดี แต่พยายามหลีกเลี่ยงการนวดหรือคลึงแรงๆ บริเวณที่ฉีดวัคซีน เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบเฉพาะที่มากขึ้นได้

สุดท้ายนี้ หมออยากฝากไว้ว่า แม้เราจะเคยเผชิญหน้ากับความทรมานของโรคงูสวัดมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ การฉีดวัคซีนป้องกันจึงเปรียบเสมือนการสร้างเกราะป้องกันเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้โรคนี้กลับมาทำร้ายร่างกายและทำลายคุณภาพชีวิตของเราได้อีกครั้ง หากใครที่เข้าเกณฑ์หรืออายุเกิน 50 ปีขึ้นไป หมอแนะนำให้ลองหาโอกาสปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อวางแผนรับวัคซีนป้องกันไว้ล่วงหน้าจะเป็นการดีที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down