หลายครั้งเวลาที่คนไข้เดินเข้ามาตรวจสุขภาพประจำปี แล้วผลเลือดบอกว่าค่าตับสูง หรืออัลตราซาวด์บอกว่าเริ่มมีภาวะไขมันพอกตับ คำถามแรกๆ ที่หมอมักจะได้ยินเสมคือ ตับเราจะเป็นอะไรมากไหม หมอต้องบอกเลยครับว่า โรคตับเนี่ยเป็นภัยเงียบตัวจริงเสียงจริง เพราะเวลาที่เนื้อตับค่อยๆ อักเสบหรือกลายเป็นพังผืด มันแทบจะไม่แสดงอาการเตือนอะไรเลยจนกว่าจะเข้าสู่ระยะท้ายๆ แล้ว
ในอดีตถ้าเราอยากรู้ว่าเนื้อตับเสียหายไปแค่ไหน มีพังผืดมากน้อยเท่าไร วิธีเดียวที่หมอทำได้คือการเจาะชิ้นเนื้อตับไปตรวจ ซึ่งแน่นอนว่าทั้งเจ็บและมีความเสี่ยง แต่ปัจจุบันการแพทย์เราก้าวหน้าไปมากแล้วครับ เรามีเทคโนโลยีที่เรียกว่า การตรวจความยืดหยุ่นของตับ หรือที่หลายคนคุ้นหูกับคำว่า FibroScan เข้ามาช่วยให้ชีวิตของคนไข้ง่ายและสบายขึ้นเยอะเลย
ตรวจความยืดหยุ่นของตับคืออะไร? แล้วทำไมหมอถึงแนะนำให้ตรวจ
พูดให้เข้าใจง่ายที่สุด การตรวจความยืดหยุ่นของตับก็เหมือนกับการใช้คลื่นเสียงความถี่พิเศษส่งเข้าไปกระทบที่ตับของเราครับ เพื่อดูว่าเนื้อตับมีความนิ่มหรือมีความแข็งแค่ไหน
หลักการง่ายๆ คือ ตับปกติสุขภาพดี เนื้อตับจะมีความนิ่มยืดหยุ่นเหมือนเจลลี่ แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ตับเริ่มอักเสบเรื้อรัง ไม่ว่าจะเป็นจากไขมันพอกตับ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือไวรัสตับอักเสบ เนื้อตับก็จะค่อยๆ ซ่อมแซมตัวเองด้วยการสร้างพังผืดขึ้นมาแทนที่ ทำให้ตับมีความแข็งกระด้างขึ้น ยิ่งตับแข็งมากเท่าไหร่ ความเสี่ยงที่จะกลายเป็นโรคตับแข็งหรือมะเร็งตับก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วยครับ
ใครบ้างที่ควรนอนเตียงตรวจความยืดหยุ่นของตับ
หมอมักจะแนะนำให้คนไข้กลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ลองเข้ามาตรวจดูสักครั้งครับ เพื่อประเมินความเสียหายของตับก่อนที่จะสายเกินแก้
- คนที่ผลตรวจสุขภาพประจำปีเจอค่าเอนไซม์ตับสูงกว่าปกติ
- คนที่มีภาวะไขมันพอกตับจากอัลตราซาวด์
- ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ มีภาวะอ้วนลงพุง หรือเป็นโรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง
- คนที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำหรือดื่มมาเป็นระยะเวลานาน
- ผู้ที่เป็นพาหนะของไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง ทั้งชนิดบีและซี
ขั้นตอนการตรวจตับ เจ็บไหม ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนมา
สำหรับใครที่ไม่ชอบความเจ็บปวด หมอมีข่าวดีครับ เพราะการตรวจความยืดหยุ่นของตับนี้ ไม่มีการเจาะเลือด ไม่มีเข็ม ไม่เจ็บตัวเลยแม้แต่น้อย ใช้เวลาตรวจทั้งหมดประมาณ 10 ถึง 15 นาทีเท่านั้นเอง
การเตรียมตัวก็ง่ายแสนง่ายครับ แค่คุณงดน้ำและงดอาหารประมาณ 3 ถึง 4 ชั่วโมงก่อนมารับการตรวจ เพื่อให้กระเพาะอาหารและลำไส้ว่าง ไม่ไปบดบังคลื่นเสียงที่จะส่งไปที่ตับ แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วครับ เมื่อมาถึงก็นอนราบ เปิดหน้าท้องส่วนบนให้หมอ แล้วเครื่องมือก็จะทำการวัดค่าออกมาเป็นตัวเลขให้เราเห็นผลได้ทันทีหลังตรวจเสร็จ
อ่านผลตรวจอย่างไร และเราจะดูแลตับให้อยู่กับเราไปนานๆ ได้อย่างไร
หลังจากตรวจเสร็จ หมอจะนำค่าความแข็งของตับที่วัดได้มาแปลผลร่วมกับประวัติสุขภาพของคนไข้ครับ ถ้าค่าออกมาปกติตับยังนิ่มดี เราก็แค่วางแผนรักษาสุขภาพกันต่อไป แต่ถ้าเริ่มมีค่าความแข็งสูง แปลว่าตับเริ่มมีพังผืดสะสมแล้ว
ข่าวดีคือ ในระยะที่ตับยังเป็นพังผืดหรือไขมันพอกตับ ตับมีความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองสูงมากครับ ถ้าเราช่วยกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรม:
- ลดน้ำหนักตัวลงอย่างถูกวิธี ประมาณ 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตั้งต้น
- หลีกเลี่ยงอาหารหวานจัด ไขมันทรานส์ และแป้งขัดขาว
- งดหรือลดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ลงอย่างเด็ดขาด
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อเผาผลาญไขมันในช่องท้อง
ตับที่เคยแข็งตึงก็จะค่อยๆ กลับมานิ่มและยืดหยุ่นขึ้นได้ ใครที่รู้ตัวว่าเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยง หรือผลตรวจสุขภาพปีนี้เริ่มส่งสัญญาณเตือนเรื่องไขมันพอกตับ ลองปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจความยืดหยุ่นของตับดูนะครับ รู้เร็ว รักษาทัน และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตั้งแต่เนิ่นๆ ตับแข็งแรงๆ จะได้อยู่ทำงานไปกับเราอีกนานครับ